News

คำขาดสุดท้ายของลูกทรพี: เมื่อลูกชายตัดหางปล่อยวัดแม่ตัวเอง…

โดยลืมไปว่าบ้านหรู รถสปอร์ต และเงินทุกบาทที่เมียเขาผลาญ เป็นของฉัน!

หน้าจอสมาร์ทโฟนในมือของฉันสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องทำงานส่วนตัว ข้อความแจ้งเตือนจากกลุ่มแชทไลน์ที่ชื่อว่า “Family❤️” ปรากฏขึ้น มันเป็นข้อความจาก ‘กฤต’ ลูกชายเพียงคนเดียวที่ฉันฟูมฟักเลี้ยงดูมาด้วยความรักทั้งหมดของหัวใจ

“คุณแม่ครับ งานเลี้ยงทานข้าวเย็นวันอาทิตย์นี้และหลังจากนี้… คุณแม่ไม่ต้องมาแล้วนะครับ นิชาเขารู้สึกอึดอัดเวลาที่คุณแม่มาจุ้นจ้านเรื่องการเลี้ยงลูกและเรื่องในบ้านของเรา เราสองคนคุยกันแล้วและตกลงกันว่า การตัดขาดจากคุณแม่… น่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับเราทุกคนครับ”

ฉันอ่านทวนประโยคนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า นัยน์ตาของฉันไม่ได้มีหยดน้ำตาเอ่อล้นออกมาอย่างที่แม่ผู้ถูกทอดทิ้งควรจะเป็น ไม่มีเสียงสะอื้นหลุดรอดจากริมฝีปาก มีเพียงความเย็นชาที่ค่อยๆ กัดกินหัวใจและตกตะกอนกลายเป็นความเด็ดเดี่ยว

กฤตคงลืมไป… หรือไม่ก็โง่เขลาเกินกว่าจะตระหนักได้ว่า ‘บ้าน’ ที่เขาบอกว่าเป็น ‘บ้านของเรา’ คือคฤหาสน์หรูมูลค่า 80 ล้านบาทย่านสุขุมวิทที่ฉันเป็นคนเซ็นเช็คเงินสดซื้อให้ รถปอร์เช่และเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่เขากับเมียขับไปอวดรวยตามงานสังคม ก็เป็นชื่อของฉัน และที่สำคัญที่สุด… เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ ‘นิชา’ ลูกสะใภ้จอมฟุ้งเฟ้อของฉันใช้รูดซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมเดือนละหลายล้านบาท ก็มาจากบัตรเครดิตเสริมที่ผูกติดกับบัญชีหลักของฉันทั้งสิ้น!

ฉันไม่ได้พิมพ์ด่าทอ ไม่ได้โทรศัพท์ไปร้องไห้ฟูมฟาย หรือเรียกร้องความกตัญญูใดๆ ในกลุ่มแชทนั้น

ฉันเพียงแค่พิมพ์ตอบกลับไปสั้นๆ ว่า…
“รับทราบ”

จากนั้น ฉันก็กดออกจากกลุ่มแชท วางโทรศัพท์ลง และยกหูโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานเพื่อต่อสายตรงหา ‘ทนายวิธาน’ หัวหน้าทีมกฎหมายประจำเครือบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของฉันทันที

“วิธาน… ดำเนินการตามแผน ‘ล้างบาง’ ที่เราเคยคุยกันไว้ได้เลย อายัดบัตรเครดิตทุกใบของนายกฤตและนางนิชา ระงับสิทธิ์การใช้รถยนต์ทุกคัน และเตรียมเอกสารขับไล่ผู้บุกรุกออกจากคฤหาสน์ที่สุขุมวิท… อ้อ ส่งหนังสือเลิกจ้างนายกฤตออกจากตำแหน่งรองประธานบริษัทด้วยนะ มีผลทันทีตั้งแต่วินาทีนี้”

“รับทราบครับคุณท่าน… ผมจะจัดการให้เป็น ‘ข่าวใหญ่’ ที่สุดเลยครับ” ปลายสายตอบรับด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

สามวันต่อมา… ณ คฤหาสน์หรูย่านสุขุมวิท

บ่ายวันอาทิตย์ที่ควรจะเป็นวันพักผ่อน นิชา ลูกสะใภ้ของฉันกำลังจัดงานเลี้ยงน้ำชายามบ่าย (Afternoon Tea) เชิญบรรดาเซเลบริตี้และเพื่อนฝูงไฮโซจอมปลอมของเธอมาอวดความรวยที่บ้าน เสียงหัวเราะคิกคักและเสียงชนแก้วแชมเปญดังก้องไปทั่วสวนสวยที่ฉันเป็นคนจ้างนักออกแบบจัดสวนระดับประเทศมาทำให้

“โอ๊ย นิชาจ๊ะ คฤหาสน์หลังนี้สวยจริงๆ กฤตเขาสปอยล์เธอหนักมากเลยนะเนี่ย” เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยปากชม
นิชายิ้มรับอย่างเย่อหยิ่ง “แน่นอนสิคะ กฤตเขารักนิชามาก บ้านหลังนี้นิชาเป็นคนเลือกเองกับมือเลยนะคะ ถือเป็นรังรักของเราเลยล่ะค่ะ”

แต่ความจอมปลอมนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน…

จู่ๆ โทรศัพท์ของนิชาก็ดังขึ้น เป็นสายจากบริษัทแคทเทอริ่งระดับห้าดาวที่มาจัดอาหารในงาน
“ขอโทษนะครับคุณนิชา บัตรเครดิตที่คุณให้เรารูดมัดจำค่าอาหาร… ระบบแจ้งว่าถูกอายัดครับ เราลองรูดทุกใบที่คุณให้มาแล้ว แต่ถูกปฏิเสธทั้งหมดเลยครับ”

นิชาหน้าเสีย “บ… บ้าเหรอ! เครื่องรูดบัตรของพวกคุณเสียหรือเปล่า บัตรฉันวงเงินไม่จำกัดนะ!”

ในขณะที่นิชากำลังโวยวายพนักงานอยู่นั้น เสียงไซเรนและเสียงเครื่องยนต์ของรถตู้สีดำหลายคันก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วคฤหาสน์ รถตู้ของบริษัทรักษาความปลอดภัยและรถยก (Tow Truck) สองคันขับเข้ามาจอดเทียบถึงหน้าประตูบ้านอย่างอุกอาจ ท่ามกลางความตกตะลึงของแขกเหรื่อไฮโซนับสิบคน

ทนายวิธานก้าวลงมาจากรถพร้อมกับชายฉกรรจ์ในชุดซาฟารีสีดำ เขากางเอกสารคำสั่งศาลและเอกสารสิทธิ์ในมือออก

“ขอโทษที่มารบกวนเวลาสังสรรค์นะครับคุณนิชา” ทนายวิธานพูดด้วยน้ำเสียงดังกังวาน “ผมตัวแทนจากบริษัท ภัทรวดี เอสเตท จำกัด ซึ่งเป็น ‘เจ้าของกรรมสิทธิ์’ ที่แท้จริงของคฤหาสน์หลังนี้ มาเพื่อดำเนินการอายัดทรัพย์สินและขับไล่ผู้บุกรุกครับ”

“ผู้บุกรุกอะไร! นี่มันบ้านของสามีฉัน! แกเป็นใคร กล้าดียังไงมาบุกรุกบ้านฉัน ตำรวจ! ฉันจะเรียกตำรวจ!” นิชากรีดร้องลั่น แขกในงานเริ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“บ้านของสามีคุณงั้นหรือครับ?” ทนายวิธานหัวเราะในลำคอ “คุณกฤตเป็นเพียงผู้อาศัยครับ โฉนดทุกใบเป็นชื่อของคุณภัทรวดี และตอนนี้ท่านได้เพิกถอนสิทธิ์การอยู่อาศัยทั้งหมดแล้ว รวมถึงรถปอร์เช่และเบนซ์ที่จอดอยู่ตรงนั้นด้วย… จัดการยกรถไปได้เลยครับ!”

สิ้นคำสั่ง พนักงานก็เข้าไปจัดการยกรถหรูทั้งสองคันขึ้นรถสไลด์ทันที นิชาหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม พยายามกดโทรศัพท์หาสามีมือไม้สั่น

“พี่กฤต! พี่อยู่ไหน! รีบกลับมาบ้านเดี๋ยวนี้ มีคนบ้าที่ไหนไม่รู้มาจะยึดบ้านยึดรถเรา!”

ไม่ถึงยี่สิบนาที รถแท็กซี่คันหนึ่งก็แล่นมาจอดหน้าบ้าน กฤตวิ่งหน้าตาตื่นลงมาจากรถ สภาพของเขาดูไม่จืด เนกไทหลุดลุ่ย ใบหน้าซีดเซียวราวกับคนเพิ่งเห็นผี

“กฤต! เกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณนั่งแท็กซี่มา แล้วพวกนี้มันอะไรกัน!” นิชาถลันเข้าไปเกาะแขนสามี

กฤตทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นสนามหญ้า มองหน้าภรรยาด้วยแววตาที่สิ้นหวัง “พี่… พี่ถูกไล่ออก บอร์ดบริหารมีมติปลดพี่ออกจากตำแหน่งเมื่อชั่วโมงที่แล้ว บัญชีธนาคารทุกบัญชีที่ผูกกับแม่ถูกอายัดหมด… พี่ไม่มีเงินเหลือแม้แต่บาทเดียว รถประจำตำแหน่งก็ถูกยึด…”

แขกไฮโซที่มาร่วมงานต่างอ้าปากค้าง เสียงซุบซิบนินทาดังระงมไปทั่ว หลายคนเริ่มเดินหนีออกจากงานเพราะไม่อยากอยู่ร่วมสังฆกรรมกับ ‘เศรษฐีจอมปลอม’ ที่กำลังถูกแฉกลางอากาศ ชีวิตที่แสนสุขสบายและหน้าตาทางสังคมของกฤตและนิชา ถูกกระชากหน้ากากออกและเหยียบย่ำจนแหลกละเอียดต่อหน้าสาธารณชน

ทันใดนั้น รถโรลส์-รอยซ์ แฟนทอม สีดำขลับก็แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าคฤหาสน์ ประตูรถเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของฉัน… ‘คุณหญิงภัทรวดี’

ฉันสวมชุดสูทผ้าไหมเรียบหรู ก้าวเดินอย่างสง่างามเข้ามาหาลูกชายและลูกสะใภ้ที่กำลังนั่งกองอยู่กับพื้น

“คุณแม่…” กฤตครางเรียกฉัน เสียงของเขาสั่นเครือ “ม… แม่ทำแบบนี้ทำไมครับ? นี่แม่จะฆ่าผมให้ตายทั้งเป็นเลยเหรอ?”

ฉันก้มมองชายหนุ่มที่ฉันเคยรักดั่งแก้วตาดวงใจ ด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
“แม่ทำอะไรผิดงั้นเหรอกฤต? เมื่อสามวันก่อน… ลูกเป็นคนส่งข้อความมาบอกแม่เองไม่ใช่เหรอ ว่าการตัดขาดจากแม่ คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพวกลูก”

“ผม… ผมแค่หมายถึงเรื่องงานเลี้ยง…” กฤตพยายามแก้ตัว น้ำตาไหลอาบแก้ม

“การตัดขาด ก็คือการตัดขาดสิกฤต” ฉันพูดเสียงเรียบแต่บาดลึกไปถึงกระดูก “ในเมื่อลูกรู้สึกว่าแม่เป็นตัวน่ารำคาญ เป็นคนที่ทำให้เมียลูกอึดอัด แม่ก็ยอมถอยออกมาจากชีวิตลูกแล้วนี่ไง… แต่ลูกต้องไม่ลืมนะ ว่าชีวิตที่แสนสุขสบายที่ลูกใช้ฟาดหัวคนอื่น อวดรวยอยู่ในสังคม มันถูกสร้างขึ้นมาจากเงินของแม่ หยาดเหงื่อของแม่!”

ฉันหันไปมองนิชาที่ตอนนี้ตัวสั่นเป็นลูกนก ไม่เหลือเค้าความเย่อหยิ่งของมาดามไฮโซอีกต่อไป
“เธอเกลียดฉัน อึดอัดที่มีฉันอยู่ใกล้ๆ แต่กลับใช้บัตรรูดเงินของฉันไปซื้อกระเป๋าใบละล้านอย่างหน้าไม่อาย… ตอนนี้ฉันคืนความเป็นส่วนตัวให้พวกเธอแล้วไง ไปสิ ไปสร้าง ‘ครอบครัว’ ของพวกเธอเองด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ดูซิว่าความรักของพวกเธอ จะทนกัดก้อนเกลือกินได้สักกี่วัน!”

“คุณแม่คะ นิชาขอโทษ นิชาไม่ได้ตั้งใจ นิชาผิดไปแล้วค่ะ!” ลูกสะใภ้ตัวดีคลานเข้ามาจะกอดขาฉัน แต่บอดี้การ์ดของฉันก้าวเข้ามาขวางไว้ทันที

“เก็บคำขอโทษของพวกเธอไว้เถอะ ฉันรับข้อความ ‘ตัดขาด’ ของพวกเธอไปแล้ว และฉันเป็นคนรักษาสัญญาเสมอ” ฉันหันหลังกลับ ก้าวขึ้นรถโรลส์-รอยซ์โดยไม่หันกลับไปมองเศษซากความพินาศของพวกเขางอีกเลย

“ให้เวลาพวกเขาสิบห้านาที เก็บได้แค่เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวเท่านั้น ห้ามหยิบของมีค่าที่เป็นเงินของฉันออกไปแม้แต่ชิ้นเดียว” ฉันสั่งทนายวิธานผ่านหน้าต่างรถ ก่อนจะสั่งให้คนขับรถออกรถไปทันที

ภาพสุดท้ายที่ฉันเห็นผ่านกระจกมองหลัง คือกฤตและนิชากำลังยืนกอดกันร้องไห้อยู่ริมถนนหน้าคฤหาสน์ ท่ามกลางกระเป๋าเสื้อผ้าเก่าๆ ไม่กี่ใบ แขกเหรื่อและเพื่อนฝูงที่เคยประจบประแจงต่างขับรถหนีหายไปจนหมดสิ้น

มันอาจจะดูเลือดเย็นสำหรับหัวอกคนเป็นแม่ที่ทำกับลูกตัวเองได้ลงคอ แต่สำหรับฉัน… การปล่อยให้พวกเขาเผชิญกับโลกแห่งความเป็นจริงที่ไม่มีเงินของฉันคอยปูพรมแดงให้ต่างหาก คือบทเรียนครั้งสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ฉันเรียนรู้แล้วว่า ความรักที่แท้จริงไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน… และฉันก็รวยพอที่จะไม่จำเป็นต้องเอาเงินไปซื้อความรักจอมปลอมจากลูกทรพีและสะใภ้เนรคุณอีกต่อไป!

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!