เที่ยวบินมรณะกับปริศนาสายเลือด: เมื่อคำเตือนของแอร์โฮสเตส

กระชากหน้ากากคนทรยศและคืนลมหายใจให้มหาเศรษฐีผู้สูญเสีย!
เสียงเครื่องยนต์เจ็ตของเครื่องบินโดยสารระดับเฟิร์สคลาสที่กำลังเตรียมทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า ไม่ได้ทำให้จิตใจของ ‘ภาคิน’ อภิมหาเศรษฐีวัย 38 ปี เจ้าของอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ รู้สึกสงบลงได้เลย ตลอดสามปีที่ผ่านมา ชีวิตของเขาไม่ต่างอะไรกับขุมนรกบนดิน นับตั้งแต่วันที่ ‘น้องพายุ’ ลูกชายวัยสี่ขวบของเขาถูกลักพาตัวหายไปอย่างไร้ร่องรอย ตามมาด้วยการตรอมใจตายของภรรยาผู้เป็นที่รัก ภาคินกลายเป็นคนไร้หัวใจที่ใช้ชีวิตเพียงเพื่อทำงานและตามหาลูกชายที่ความหวังริบหรี่ลงทุกวัน
วันนี้ เขาต้องเดินทางไปเซ็นสัญญาร่วมทุนมูลค่าหมื่นล้านที่มาเก๊า โดยมี ‘ดนัย’ น้องชายของภรรยาที่เขารักและไว้ใจดั่งน้องชายแท้ๆ เป็นผู้จัดการทุกอย่าง ดนัยนั่งอยู่เบาะฝั่งตรงข้าม กำลังจิบแชมเปญด้วยสีหน้าผ่อนคลาย
ในขณะที่ภาคินกำลังเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสาวคนหนึ่งในชุดยูนิฟอร์มสีแดงเข้ม ก็เข็นรถเข็นเครื่องดื่มเข้ามาใกล้ เธอชื่อ ‘ลิตา’ หญิงสาวที่มีใบหน้าซีดเซียวและแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ลิตาโน้มตัวลงมาเพื่อรินน้ำแร่ให้ภาคิน แต่จังหวะนั้นเอง… มือที่สั่นเทาของเธอจงใจทำน้ำหกใส่สูทราคาแพงของเขาเล็กน้อย
“ขอประทานโทษค่ะท่าน!” ลิตารีบหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับให้ แต่ในเสี้ยววินาทีที่มือของเธอสัมผัสกับข้อมือของภาคิน เธอกลับจับข้อมือเขาไว้แน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าและแผ่วเบาจนได้ยินกันแค่สองคน
“คุณผู้ชายคะ… แกล้งทำเป็นป่วย แล้วลงจากเครื่องบินลำนี้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
ภาคินชะงักกึก เขาขมวดคิ้วแน่นและจ้องหน้าแอร์โฮสเตสสาวด้วยความประหลาดใจ ตอนแรกเขาคิดว่าเธอคงจำคนผิด หรือไม่ก็เป็นพวกมิจฉาชีพที่หวังจะสร้างสถานการณ์ เขาเตรียมจะอ้าปากตำหนิและเรียกหัวหน้าพนักงานต้อนรับ แต่ลิตากลับรีบผละตัวออกไป ปั้นหน้ายิ้มแย้มและเข็นรถเครื่องดื่มผ่านดนัยไปอย่างแนบเนียน
ภาคินพยายามปัดความสงสัยทิ้ง เขาหลับตาลงและพิงพนักเก้าอี้ แต่เพียงห้านาทีต่อมา ลิตาก็เดินกลับมาอีกครั้งพร้อมกับผ้าร้อนในถาด เธอคุกเข่าลงข้างเบาะของภาคิน โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะชิดใบหูของเขา แววตาของเธอในครั้งนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสิ้นหวังและหวาดกลัวสุดขีด
“ได้โปรดเถอะค่ะ… ฉันขอร้อง ถ้าคุณบินไปมาเก๊ากับผู้ชายคนนั้น คุณจะไม่มีวันได้กลับมาอีกเลย… ลงจากเครื่องเดี๋ยวนี้ค่ะ!”
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนกระแสไฟฟ้าที่ช็อตเข้ากลางหัวใจของภาคิน สัญชาตญาณนักธุรกิจที่ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วนบอกเขาว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้โกหก และสายตาของเธอตอนที่เหลือบมอง ‘ดนัย’ มันเต็มไปด้วยความหวาดผวาอย่างเห็นได้ชัด ภาคินตัดสินใจในเสี้ยววินาที เขาใช้มือขวากุมหน้าอกซ้ายของตัวเองอย่างแรง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด หายใจหอบถี่และทำตัวเกร็งกระตุก
“อึก…! โอ๊ย…!” ภาคินร้องครางเสียงหลง ร่างกายทรุดฮวบลงจากเบาะ
“พี่ภาคิน! เกิดอะไรขึ้น!” ดนัยตกใจสุดขีด รีบกระโดดข้ามทางเดินเข้ามาดูอาการ
“ฉ… ฉันหายใจไม่ออก… หน้าอก… มันเจ็บเหมือนถูกบีบ…” ภาคินแสดงละครฉากใหญ่ที่สุดในชีวิต เขาทำตาเหลือกและหอบหายใจรวยริน ลิตารีบตะโกนเรียกกัปตันและทีมแพทย์ฉุกเฉินประจำสนามบินทันที ความวุ่นวายเกิดขึ้นในเคบินเฟิร์สคลาส ดนัยพยายามขัดขวาง “ไม่ได้นะ! เรามีประชุมสำคัญที่มาเก๊า พี่ภาคิน ทนหน่อยสิครับ บินไปรักษาที่นั่นก็ได้!”
แต่กัปตันไม่ยอมเสี่ยง เที่ยวบินถูกระงับการบินขึ้นทันที ทีมแพทย์ฉุกเฉินบุกเข้ามาหามร่างของภาคินลงจากเครื่องบินและตรงไปยังห้องพยาบาลวีไอพีของสนามบิน ดนัยพยายามจะตามลงมา แต่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกักตัวไว้เพื่อสอบปากคำถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเครื่อง ทำให้เขาต้องติดอยู่บนเครื่องบินชั่วคราว
ยี่สิบนาทีต่อมา ภายในห้องพยาบาลที่เงียบสงบ แพทย์ฉุกเฉินตรวจคลื่นหัวใจของภาคินและพบว่าทุกอย่างปกติ จึงขอตัวออกไปจัดเตรียมเอกสารด้านนอก ทิ้งให้ภาคินนอนพักผ่อนอยู่บนเตียงเพียงลำพัง
เสียงลูกบิดประตูถูกปลดล็อกอย่างเงียบเชียบ ร่างของ ‘ลิตา’ ในชุดแอร์โฮสเตสที่หลบหนีลงมาจากเครื่องบินทางประตูฉุกเฉิน ค่อยๆ ก้าวเข้ามาในห้องพยาบาล ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยคราบน้ำตา แต่เธอกลับยิ้มออกมาอย่างโล่งอก… และสิ่งที่ทำให้หัวใจของภาคินหยุดเต้น ไม่ใช่การปรากฏตัวของเธอ แต่เป็นร่างเล็กๆ ที่หลบอยู่ด้านหลังของหญิงสาว
ลิตาคุกเข่าลงและจูงมือเด็กผู้ชายวัยเจ็ดขวบคนหนึ่งที่สวมเสื้อแจ็กเก็ตตัวโคร่งและหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า ให้เดินออกมาข้างหน้า เด็กน้อยเงยหน้าขึ้น สบตากับมหาเศรษฐีหนุ่มที่กำลังเบิกตากว้างจนแทบถลน…
ยี่สิบนาทีต่อมา ผมก็ได้เห็นหน้าลูกชายของผม… และในวินาทีนั้น ผมก็เข้าใจทันทีว่าทำไมเธอถึงได้ร้อนรนขอร้องให้ผมลงจากเที่ยวบินนั้นนัก
ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และที่สำคัญที่สุด… แผลเป็นรูปจันทร์เสี้ยวที่หางคิ้วขวา!
“พ… พายุ… น้องพายุ!” ภาคินครางชื่อนั้นออกมาจากก้นบึ้งของวิญญาณ น้ำตาลูกผู้ชายที่เหือดแห้งมานานถึงสามปี ทะลักทลายออกมาราวกับเขื่อนแตก เขากระโจนลงจากเตียงพยาบาล ทรุดตัวลงกอดร่างเล็กๆ นั้นไว้แน่นที่สุดในชีวิต เด็กน้อยที่จำกลิ่นอายของผู้เป็นพ่อได้ ก็สวมกอดภาคินและร้องไห้โฮออกมาด้วยความโหยหา
“ปะป๊า… พายุคิดถึงปะป๊า พายุกลัว…” เสียงเล็กๆ ที่สั่นสะท้าน ทำให้ภาคินแทบขาดใจ เขากอดจูบลูกชายซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน
ลิตาทรุดตัวลงกราบแทบเท้าของภาคิน ร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน “ฉันขอโทษค่ะคุณภาคิน… ฉันขอโทษที่ปิดบังเรื่องนี้มาตลอดสามปี… ฉันคืออดีตเมียน้อยของคุณดนัยค่ะ”
ภาคินชะงักกึก หันไปมองลิตาด้วยความสับสนและตกตะลึง
“เรื่องลักพาตัวน้องพายุเมื่อสามปีก่อน… เป็นฝีมือของคุณดนัยทั้งหมดค่ะ!” คำสารภาพของลิตาเปรียบเสมือนฟ้าผ่ากลางใจ “เขาอิจฉาที่คุณภาคินมอบหุ้นทั้งหมดให้น้องพายุ เขาจึงจ้างคนไปลักพาตัวแก หวังจะฆ่าปิดปาก แต่สุดท้ายเขาก็ขี้ขลาดเกินกว่าจะลงมือฆ่าหลานแท้ๆ ของตัวเอง เขาเลยเอาน้องพายุมาซ่อนไว้ที่บ้านพักของฉัน และขู่ว่าถ้าฉันปริปากบอกใคร เขาจะฆ่าฉันกับลูกทิ้งทั้งคู่!”
ความโกรธแค้นที่รุนแรงดั่งเปลวเพลิงปะทุขึ้นในอกของภาคิน มัจจุราชในคราบคนโปรด… ดนัยตีหน้าเศร้าคอยปลอบโยนเขามาตลอดสามปี แต่แท้จริงแล้วมันคือปีศาจร้ายที่ทำลายครอบครัวของเขา!
“แล้วทำไม… ทำไมเธอถึงพาลูกฉันมาที่นี่ ทำไมถึงช่วยฉัน?” ภาคินถามเสียงสั่น แววตาของเขาดุดันและเฉียบขาด
“เพราะเมื่อคืนฉันแอบได้ยินคุณดนัยคุยโทรศัพท์กับมือปืนที่มาเก๊าค่ะ!” ลิตากล่าวด้วยความหวาดผวา “เขาตกลงกับแก๊งมาเฟียที่นั่น ว่าทันทีที่คุณภาคินก้าวลงจากเครื่องบิน ให้จัดฉากลอบยิงคุณให้ตายคาที่ เพื่อที่เขาจะได้รับมรดกทั้งหมดในฐานะผู้จัดการกองมรดก! ฉันทนเห็นคนเลวแบบนี้ทำลายชีวิตคนบริสุทธิ์ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว วันนี้ฉันจึงแอบพาน้องพายุหนีออกจากบ้าน ตั้งใจจะพาไปแจ้งตำรวจที่สนามบิน แต่ฉันกลับบังเอิญเห็นคุณกำลังเดินขึ้นเครื่องบินลำที่ฉันทำงานอยู่พอดี… ฉันรู้ว่าถ้าคุณเครื่องบินไปมาเก๊า คุณจะต้องตาย และฉันก็จะไม่มีวันคืนน้องพายุให้คุณได้อีกเลย!”
ในวินาทีนั้น ภาคินเข้าใจทุกอย่างอย่างถ่องแท้ หากลิตาไม่จับข้อมือเขา หากเธอไม่เสี่ยงชีวิตมากระซิบเตือนเขา วันนี้เขาคงต้องไปทิ้งชีวิตที่มาเก๊า โดยที่ไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่าลูกชายสุดที่รักยังมีชีวิตอยู่
“ขอบคุณ… ขอบคุณที่ต่อลมหายใจให้ฉันและครอบครัว” ภาคินลูบหัวลูกชาย ก่อนจะหันไปพยุงลิตาให้ลุกขึ้น “เธอไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้วลิตา… นับตั้งแต่วินาทีนี้ จะไม่มีใครหน้าไหนแตะต้องเส้นผมของเธอและลูกชายฉันได้แม้แต่เส้นเดียว!”
ยังไม่ทันขาดคำ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังกึกก้องมาจากทางเดินหน้าห้องพยาบาล ประตูถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง! ดนัยที่หลุดพ้นจากการกักตัวของเจ้าหน้าที่สนามบิน พุ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคน ใบหน้าของเขาถมึงทึงและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก แต่เมื่อเขาเห็นลิตาและน้องพายุยืนอยู่ข้างเตียงภาคิน โลกทั้งใบของคนทรยศก็เหมือนพังทลายลงในพริบตา
“อ… ไอ้พายุ! นังลิตา! แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!” ดนัยตะโกนลั่น ควักปืนพกสั้นออกมาจากเสื้อสูทหมายจะปิดปากทุกคนในห้อง
แต่ภาคินที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว ไม่ใช่เศรษฐีผู้อ่อนแออีกต่อไป!
ปัง!!
เสียงปืนดังสนั่น แต่ไม่ได้มาจากปืนของดนัย ปืนในมือของคนทรยศถูกยิงจนกระเด็นหลุดจากมือด้วยฝีมือของ ‘ผู้กำกับหน่วยสวาท’ ที่ภาคินแอบส่งข้อความขอความช่วยเหลือตั้งแต่ตอนที่เขาแกล้งสลบอยู่บนเตียง!
ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษนับสิบนายบุกพังหน้าต่างและประตูเข้ามา ล็อกตัวดนัยและบอดี้การ์ดกดลงกับพื้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง
“ปล่อยกู! กูไม่ผิด! พี่ภาคิน! นี่มันเรื่องเข้าใจผิดนะครับ!” ดนัยยังคงดิ้นพล่านและตะโกนอย่างคนเสียสติ
ภาคินเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าน้องชายทรยศ แววตาของเขาเย็นเยียบยิ่งกว่าจุดเยือกแข็ง เขาง้างเท้าขึ้น และเตะอัดเข้าที่ปลายคางของดนัยอย่างเต็มแรงจนเลือดกบปาก สลบเหมือดไปคาที่!
“เก็บกวาดขยะพวกนี้ไปให้หมด และเตรียมฟ้องร้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เอาให้มันเน่าตายคาคุกไปเลย!” ภาคินสั่งการด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
เมื่อพายุลูกใหญ่พัดผ่านไป ความสงบสุขที่หายไปนับพันวันก็หวนคืนสู่หัวใจของมหาเศรษฐีหนุ่ม ภาคินอุ้มน้องพายุขึ้นแนบอก เด็กน้อยกอดคอพ่อแน่นไม่ยอมปล่อย ลิตายืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา เธอตัดสินใจทำสิ่งที่ถูกต้องที่สุดในชีวิต แม้จะแลกมาด้วยความเสี่ยงก็ตาม
ภาคินหันมามองแอร์โฮสเตสสาวผู้มีพระคุณ “ฉันจะตั้งทนายช่วยสู้คดีให้เธอ และจะมอบทุนการศึกษาพร้อมกับบ้านหลังใหม่ให้เธอเริ่มต้นชีวิตใหม่… เธอคือผู้มีพระคุณที่สุดในชีวิตของฉัน ลิตา”
เที่ยวบินที่ควรจะเป็นจุดจบของชีวิต กลับกลายเป็นเที่ยวบินแห่งปาฏิหาริย์ที่พัดพาเอาดวงใจที่สูญหายกลับคืนมาสู่อ้อมอกของผู้เป็นพ่อ คำเตือนสั้นๆ ของแอร์โฮสเตสสาวในวันนั้น ได้กระชากหน้ากากคนทรยศ และปิดตำนานฝันร้ายของมหาเศรษฐีผู้สูญเสียให้จบลงอย่างสมบูรณ์แบบตลอดกาล.



