ตั๋วเที่ยวเดียวสู่นรกบนดิน: เมื่อสามีทรยศหอบเงินหนีไปอิตาลีกับเมียน้อย

แต่หารู้ไม่ว่า… หมากกระดานนี้ฉันเป็นคนขุดหลุมฝังศพรอเขาไว้เอง!
แสงแดดยามบ่ายของกรุงเทพมหานครสาดส่องลงมาบนลานจอดรถของโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง อากาศที่ร้อนอบอ้าวด้านนอกถูกกั้นไว้ด้วยกระจกกันกระสุนของรถปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) สีดำสนิท ฉัน… ‘นลิน’ หญิงสาววัย 34 ปี กำลังนั่งมอง ‘น้องพริม’ ลูกสาววัยหกขวบที่กำลังวิ่งเล่นหัวเราะร่วนอยู่กับเพื่อนๆ ระหว่างรอให้พี่เลี้ยงไปรับตัวมาขึ้นรถ ทุกอย่างดูสงบสุขและสมบูรณ์แบบในสายตาคนนอก ฉันคือภรรยาที่แสนดีของ ‘ภาคิน’ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่กำลังประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดด
แต่ความสงบสุขจอมปลอมนั้นก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือ
หน้าจอสะท้อนแสงวาบขึ้นมา ปรากฏชื่อของสามีที่ฉันใช้ชีวิตร่วมกันมาเจ็ดปีเต็ม ฉันปัดหน้าจอเพื่ออ่านข้อความที่เขาส่งมา และตัวอักษรทุกตัวก็ตอกย้ำถึงสันดานดิบที่แท้จริงของผู้ชายคนนี้…
“นลิน… พี่กำลังจะย้ายไปอยู่ที่อิตาลีกับโอลีเวียถาวร เราจบกันแค่นี้นะ พี่จัดการถอนเงินสดและโอนทรัพย์สินทั้งหมดจากบัญชีร่วมของเราเข้าบัญชีส่วนตัวของพี่ที่ต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว ขอให้โชคดีกับการหาเงินมาจ่ายบิลค่าบ้านและค่าเทอมลูกก็แล้วกัน อ้อ… ไม่ต้องพยายามตามหาพี่นะ เพราะพี่จะไม่กลับไปเหยียบเมืองไทยอีก”
ฉันอ่านข้อความนั้นซ้ำสองครั้ง ไม่มีการเบิกตากว้าง ไม่มีน้ำตาที่ไหลพรากอาบแก้ม ไม่มีความตื่นตระหนกหรือเสียงกรีดร้องฟูมฟายอย่างที่ภรรยาผู้ถูกทิ้งควรจะเป็น ฉันเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองลูกสาวตัวน้อยที่กำลังยิ้มกว้างเดินมาที่รถ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลืนความสมเพชที่จุกอยู่ในลำคอลงไปอย่างเยือกเย็น นิ้วเรียวที่สวมแหวนเพชรเม็ดงามจรดลงบนแป้นพิมพ์ พิมพ์ข้อความตอบกลับไปเพียงสั้นๆ…
“ขอบคุณที่บอก”
วินาทีที่ฉันกดส่งข้อความ ภาคินคงกำลังนั่งไขว่ห้างจิบแชมเปญชั้นเลิศอยู่บนเครื่องบินเฟิร์สคลาสที่กำลังมุ่งหน้าสู่กรุงโรม เขาคงกำลังหัวเราะเยาะด้วยความสะใจ คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชนะที่สามารถปั่นหัวและทิ้งให้ภรรยาแม่บ้านที่ไม่มีรายได้ ต้องจมอยู่กับกองหนี้สินและความพินาศ เขาคงคิดว่าเขาได้ทำลายชีวิตของฉันจนย่อยยับลงไปแล้ว
แต่นั่นคือความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตของภาคิน… เพราะเขาประเมินผู้หญิงที่ชื่อ ‘นลิน’ ต่ำเกินไป!
ย้อนกลับไปเมื่อหกเดือนก่อน ฉันจับได้ว่าภาคินแอบลักลอบมีความสัมพันธ์กับ ‘โอลีเวีย’ นางแบบลูกครึ่งหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการ แทนที่ฉันจะบุกไปตบตีหรือโวยวายให้เป็นข่าวหน้าหนึ่ง ฉันกลับเลือกที่จะเก็บความเจ็บปวดไว้ภายใต้รอยยิ้มที่อ่อนหวาน และเริ่มสวมบทบาทเป็น ‘สถาปนิก’ ผู้ออกแบบลานประหารให้กับสามีทรยศอย่างเงียบเชียบที่สุด
ภาคินมักจะหลงตัวเองเสมอ เขาคิดว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เขากำลังบริหารจนเติบโตนั้น เป็นผลงานจากสมองอันชาญฉลาดของเขาเพียงคนเดียว เขาหลงลืมไปว่า เงินทุนก้อนแรกและสายสัมพันธ์ทางธุรกิจทั้งหมดที่อุ้มชูเขาอยู่เบื้องหลัง มาจากครอบครัวของฉัน… ตระกูล ‘ศิริพัฒนากุล’ มหาเศรษฐีที่ดินเก่าแก่ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ ฉันยอมลดบทบาทตัวเองมาเป็นแม่บ้านเพื่อให้เขามีหน้ามีตา แต่เมื่อเขาเลือกที่จะทรยศ ฉันก็แค่ดึงเสาเข็มทุกต้นที่ฉันเคยตอกไว้ให้… ออกจนหมด!
ตลอดหกเดือนที่ผ่านมา ฉันจ้างทีมทนายระดับหัวกะทิแอบดำเนินการหย่าขาดทางนิตินัยและแบ่งแยกสินสมรสทั้งหมดอย่างลับๆ โดยใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายที่ภาคินเคยเซ็นมอบอำนาจให้ฉันจัดการเอกสารแทนทุกอย่าง ทรัพย์สินที่เป็นชื่อของฉันและลูกถูกโอนย้ายไปอยู่ในกองทุนทรัสต์ต่างประเทศที่ปลอดภัยรัดกุม
และ ‘เงิน 200 ล้านบาท’ ในบัญชีร่วมที่ภาคินเพิ่งโอนออกไปอย่างย่ามใจนั้น… แท้จริงแล้วมันไม่ใช่เงินเก็บของเรา! แต่มันคือเงินทุนล่วงหน้าที่ฉันจงใจจัดฉาก ดึงกลุ่มทุนมืดจากอิตาลี ‘คอร์ซา นอสตรา กรุ๊ป’ (Cosa Nostra Group) ซึ่งมีฉากหน้าเป็นบริษัทการลงทุน แต่เบื้องหลังคือมาเฟียทรงอิทธิพลที่ไม่เคยปรานีใคร เข้ามาร่วมทุนในโปรเจกต์ปลอมๆ ที่ฉันสร้างขึ้นมาล่อใจภาคิน ฉันทำให้แน่ใจว่าชื่อผู้รับผิดชอบโครงการและผู้มีอำนาจเบิกจ่ายเงินก้อนนั้น มีเพียงชื่อของ ‘นายภาคิน’ แต่เพียงผู้เดียว!
การที่เขาโอนเงิน 200 ล้านบาทของมาเฟียอิตาลีเข้าบัญชีส่วนตัว และบินหลบหนีไปที่กรุงโรม… มันไม่ใช่การหนีเมียหลวง แต่มันคือการ ‘ประกาศสงครามและขโมยเงินจากปากฉลามร้าย’ ในถิ่นของมันเอง!
สิบเอ็ดชั่วโมงต่อมา… ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเลโอนาร์โด ดา วินชี-ฟีอูมีชีโน กรุงโรม ประเทศอิตาลี
ภาคินและโอลีเวียเดินควงแขนกันออกจากเกตผู้โดยสารขาเข้า โอลีเวียสวมแว่นตากันแดดแบรนด์เนมและเสื้อโค้ทราคาแพงระยับ เธอซบไหล่ภาคินอย่างออดอ้อน
“พี่ภาคินคะ เราไปเช็กอินที่โรงแรมหรูริมหาดอมาลฟี่ตามที่ตกลงกันไว้เลยนะคะ โอลี่อยากถ่ายรูปลงไอจีจะแย่แล้ว”
“ได้สิครับที่รัก พี่จองรถลีมูซีนและเพนต์เฮาส์ที่แพงที่สุดไว้ให้โอลี่แล้ว เงินในบัญชีเรามีตั้งสองร้อยล้าน ใช้ไปอีกสิบปีก็ไม่หมด ป่านนี้นังนลินคงนั่งร้องไห้กอดลูกไม่มีเงินกินข้าวแล้วล่ะ ปล่อยให้มันชดใช้กรรมไปเถอะ!” ภาคินหัวเราะร่วนอย่างย่ามใจ
แต่รอยยิ้มของเขาก็ต้องถูกแช่แข็ง เมื่อเดินพ้นประตูทางออกผู้โดยสารวีไอพี แทนที่จะพบกับคนขับรถลีมูซีนถือป้ายชื่อต้อนรับ เขากลับพบกับชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทหกคน ยืนเรียงหน้ากระดานขวางทางเดินอยู่ แววตาของพวกเขาดุดันและเย็นชา ด้านหลังของกลุ่มชายชุดดำ คือเจ้าหน้าที่ตำรวจการเงินของอิตาลี (Guardia di Finanza) ในเครื่องแบบเต็มยศอีกสามนาย!
ชายชาวอิตาลีร่างสูงใหญ่ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่ม ก้าวออกมาข้างหน้าและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
“มิสเตอร์ภาคิน… ยินดีต้อนรับสู่กรุงโรมครับ”
ภาคินขมวดคิ้วด้วยความงุนงงและเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์อันตราย “พวกคุณเป็นใคร? ผมไม่ได้เรียกบริการรักษาความปลอดภัยนะ หลีกทางไป!”
ชายชุดดำแสยะยิ้ม โยนแฟ้มเอกสารภาษาอิตาลีเล่มหนาลงบนกระเป๋าเดินทางของภาคิน “ผมมาจาก ‘คอร์ซา นอสตรา กรุ๊ป’ บอสของเราส่งให้มารับคุณโดยเฉพาะ… เพื่อมาสอบถามว่า เงินทุน 200 ล้านบาทที่คุณขโมยโอนเข้าบัญชีส่วนตัวแล้วหนีมาที่นี่ มันหายไปไหน!”
เลือดในกายของภาคินเย็นเฉียบ ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งเปลี่ยนเป็นสีเทาซีดราวกับศพ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น “ข… ขโมยอะไร! นั่นมันเงินกำไรบริษัทของผม! ผมมีสิทธิ์จัดการเงินก้อนนั้น!”
“บริษัทของคุณถูกประกาศล้มละลายและถูกเทคโอเวอร์ไปตั้งแต่สามสัปดาห์ก่อนแล้วครับ มิสเตอร์ภาคิน” ชายอิตาลียื่นโทรศัพท์มือถือที่เปิดหน้าจอข่าวธุรกิจให้ดู “อดีตภรรยาของคุณ… คุณนลิน ได้ทำการขายหุ้นทั้งหมดและส่งมอบอำนาจให้กลุ่มทุนของเราเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น เงิน 200 ล้านที่คุณเพิ่งโอนมาเมื่อสิบชั่วโมงก่อน จึงถือเป็นการยักยอกทรัพย์สินข้ามชาติ และขโมยเงินของบอสเราโดยตรง!”
โอลีเวียกรีดร้องด้วยความตกใจเมื่อได้ยินคำว่าล้มละลาย เธอสะบัดแขนออกจากภาคินทันที “นี่มันเรื่องอะไรกันคะพี่ภาคิน! พี่บอกว่าพี่รวย พี่มีเงินสองร้อยล้านไง! อย่าบอกนะว่าตอนนี้พี่หมดตัวแล้ว!”
“โอลี่! ฟังพี่ก่อน มันต้องมีเรื่องเข้าใจผิดแน่ๆ นังนลินมันต้องเล่นตุกติกแน่ๆ!” ภาคินละล่ำละลัก มือสั่นเทาขณะล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา เขาพยายามจะเปิดแอปพลิเคชันธนาคารเพื่อโอนเงินกลับ แต่หน้าจอกลับปรากฏข้อความสีแดงขนาดใหญ่ว่า ‘บัญชีถูกระงับถาวรโดยคำสั่งศาลระหว่างประเทศ’
เจ้าหน้าที่ตำรวจอิตาลีก้าวเข้ามาหาภาคิน พร้อมกับหยิบกุญแจมือเหล็กกล้าออกมา “มิสเตอร์ภาคิน คุณถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์สินข้ามชาติ และฟอกเงิน คุณมีสิทธิ์ที่จะไม่พูด แต่ทุกสิ่งที่คุณพูดจะถูกนำไปใช้ในศาล… ซึ่งในคดีที่มีมูลค่าสูงและเกี่ยวข้องกับผู้เสียหายระดับนี้ คุณอาจจะต้องรับโทษจำคุกในเรือนจำความมั่นคงสูงของอิตาลีไม่ต่ำกว่ายี่สิบปี!”
ดังกริ๊ก… กุญแจมือถูกสับล็อกเข้าที่ข้อมือของภาคินอย่างแน่นหนา ความหยิ่งยโส อนาคตอันสดใส และอิสรภาพของเขาพังทลายลงในพริบตา โอลีเวียเห็นท่าไม่ดี เธอรีบคว้ากระเป๋าแบรนด์เนมของตัวเอง วิ่งหนีหายเข้าไปในฝูงชนอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ผู้ชายที่เพิ่งทิ้งลูกทิ้งเมียมา ต้องยืนเผชิญหน้ากับความตายที่กำลังรออยู่เบื้องหน้าเพียงลำพัง
“เดี๋ยว! ขอผมโทรศัพท์! ขอผมโทรหาภรรยาผมก่อน! เธอต้องช่วยผมได้!” ภาคินร้องไห้โฮ น้ำตาแห่งความขี้ขลาดไหลอาบแก้ม เขาอ้อนวอนขอร้องตำรวจอย่างน่าสมเพช
ตำรวจพยักหน้าและอนุญาตให้เขาใช้โทรศัพท์ได้เพียงหนึ่งนาที ภาคินรีบกดวิดีโอคอลหา ‘นลิน’ ทันที
เสียงรอสายดังอยู่เพียงสามครั้ง หน้าจอก็ปรากฏภาพของนลิน เธอกำลังนั่งจิบชาเอิร์ลเกรย์อย่างสง่างามอยู่ในสวนหลังคฤหาสน์หรู รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอช่างผ่อนคลายและงดงาม แตกต่างจากสภาพเหมือนหมาจนตรอกของภาคินอย่างสิ้นเชิง
“นลิน! นลินช่วยพี่ด้วย!” ภาคินแหกปากร้องลั่นผ่านกล้อง “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! ทำไมตำรวจที่นี่ถึงจับพี่! ทำไมเงินในบัญชีถึงถูกอายัด! นลินบอกพวกเขาไปสิว่ามันคือเงินของเรา! ช่วยพี่ด้วยนลิน พี่กำลังจะติดคุกที่อิตาลี โอลีเวียก็ทิ้งพี่ไปแล้ว พี่ขอโทษ พี่จะกลับไปหาเธอ จะกลับไปเป็นพ่อที่ดีของลูก!”
นลินวางถ้วยชาลงบนจานรองกระเบื้องเคลือบอย่างเชื่องช้า สายตาที่เคยมองเขาด้วยความรัก บัดนี้มีเพียงความว่างเปล่าและสมเพช
“ฉันบอกให้คุณโชคดีกับการจ่ายบิลแล้วไงคะ ภาคิน” นลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กรีดลึกถึงกระดูกดำ “บิลที่คุณต้องจ่ายตอนนี้ ไม่ใช่ค่าไฟหรือค่าเทอมลูกหรอกนะ… แต่มันคือหนี้แค้นที่คุณทรยศความรักของฉัน หนี้ที่คุณทิ้งลูกไปอย่างเลือดเย็น และหนี้ 200 ล้านบาทของแก๊งมาเฟียอิตาลีที่คุณต้องชดใช้ด้วยชีวิตในคุกไปตลอดกาล!”
“นลิน! อย่าทำแบบนี้! เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ!”
“เรา ‘เคย’ เป็นครอบครัวกันค่ะ” นลินยิ้มบางๆ “แต่ตอนนี้นลินและลูกมีชีวิตใหม่ที่สมบูรณ์แบบแล้ว อ้อ… คฤหาสน์ รถปอร์เช่ และสินทรัพย์ทุกอย่างที่คุณคิดว่าคุณสร้างมา นลินขายทอดตลาดและเปลี่ยนเป็นชื่อนลินทั้งหมดแล้วนะคะ อยู่ในคุกที่โรมก็ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ หวังว่าพิซซ่าในคุกอิตาลีจะอร่อยสมใจอยากของคุณนะ ลาก่อนค่ะ… อดีตสามี”
ติ๊ด.
หน้าจอตัดไปเป็นสีดำสนิท ทิ้งให้เสียงโหยหวนของภาคินดังก้องกังวานไปทั่วสนามบินกรุงโรม ก่อนที่เขาจะถูกตำรวจและชายชุดดำลากตัวออกไปอย่างไร้ความปรานี การเดินทางไปเสวยสุขกับเมียน้อยของเขา ได้กลายเป็นตั๋วเที่ยวเดียวสู่นรกบนดินอย่างสมบูรณ์แบบ
ที่กรุงเทพฯ… นลินวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ เธอหันไปมองน้องพริมที่กำลังวิ่งไล่จับผีเสื้ออยู่ในสวนด้วยรอยยิ้มที่สดใสไร้เดียงสา นลินสูดอากาศที่บริสุทธิ์และหอมหวานที่สุดเข้าปอด ท้องฟ้าวันนี้ช่างโปร่งใสไร้เมฆหมอก ขยะเน่าเหม็นที่เคยซุกซ่อนอยู่ในชีวิตของเธอได้ถูกกำจัดออกไปจนหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงชีวิตใหม่ที่เธอและลูกสาวจะก้าวเดินต่อไปด้วยความเข้มแข็ง และสง่างาม… ไปตลอดกาล.



