News

เช็คบิลแม่ผัวจอมปลิงและสามีทรยศ: เมื่อผู้บริหารหญิงวัย 46

ขอทวงคืนอาณาจักร และฟาดใบหย่าใส่หน้าพวกเนรคุณให้สิ้นซาก!

“พรุ่งนี้เช้าพออรัญญาตื่นลงมา แม่จะสั่งให้มันโอนเงินเดือนทั้งหมดและมอบสมุดบัญชีมาให้แม่เก็บไว้ ถ้ามันไม่ยอม แกต้องขู่ว่าจะหย่ากับมันทันทีนะธีรเดช!”

ฉันยืนนิ่งอยู่ตรงมุมมืดริมบันไดไม้สักหน้าห้องนอนชั้นสองในเรือนหอหลังใหญ่ใจกลางเมืองอยุธยา

แก้วน้ำอุ่นในมือของฉันถูกบีบแน่นจนข้อนิ้วขึ้นรอยขาว

เสียงนับธนบัตรและเสียงหัวเราะเบาๆ ของแม่สามีจากด้านในห้องรับแขกชั้นล่างดังก้องสะท้อนความเงียบสงัด มันเป็นเสียงที่กรีดลึกลงไปในความรู้สึกและทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจที่ฉันเพียรพยายามสร้างมาตลอดสิบปีของชีวิตคู่

ในวัยสี่สิบหกปี กับการทำงานเป็นผู้บริหารระดับสูงและผู้ถือหุ้นใหญ่ในกลุ่มธุรกิจนำเข้าเครื่องจักรกลหนักในจังหวัดอยุธยา ฉันชื่อ อรัญญา เจริญรุ่งโรจน์ หญิงสาวที่สู้ชีวิตมาจากติดลบ ก่อร่างสร้างตัวจนกลายเป็นนักธุรกิจหญิงแนวหน้าของจังหวัด อาณาจักร ‘เจริญรุ่งโรจน์ ทรัค แอนด์ แมชชีนเนอรี่’ ที่มีมูลค่านับพันล้าน เกิดขึ้นจากหยาดเหงื่อและสมองของฉันแทบทั้งสิ้น

ส่วน ‘ธีรเดช’ สามีของฉัน เขาเป็นเพียงผู้ชายหน้าตาดีจากตระกูลผู้ดีเก่าที่เหลือแต่เปลือก ฉันแต่งงานกับเขาเพราะหลงรักในความเอาใจใส่และความอ่อนโยนในวันวาน โดยไม่เคยรู้เลยว่า ภายใต้รอยยิ้มแสนดีของเขาและ ‘คุณหญิงมณี’ แม่สามีผู้จองหอง ซ่อนความตะกละตะกลามและความอิจฉาริษยาเอาไว้มากมายเพียงใด

“แม่แน่ใจเหรอครับว่าอรจะยอม?” เสียงของธีรเดชดังลอดขึ้นมา แฝงความกังวลเล็กน้อย “อรเขาหัวแข็งนะแม่ แถมสมบัติทุกอย่างก็เป็นชื่อเขา บริษัทนั่นเขาก็สร้างมาเอง”

“โอย! แกจะไปกลัวอะไรไอ้เดช!” คุณหญิงมณีแค่นเสียงหัวเราะเยาะ “นังอรมันอายุสี่สิบหกแล้วนะ! ผู้หญิงแก่ๆ บ้างานแบบมัน ถ้าโดนผัวหนุ่มๆ หล่อๆ อย่างแกขู่ว่าจะทิ้ง มันก็ต้องกลัวจนหัวหด กลัวไม่มีใครเอา กลัวชาวบ้านนินทาว่าผัวทิ้ง เชื่อแม่เถอะ… พอมันกลัว มันก็จะยอมยกทุกอย่างให้เราบริหารจัดการเอง ทีนี้แหละ เงินปันผลบริษัทเดือนละหลายสิบล้านก็จะตกมาอยู่ในมือเราเต็มๆ แกจะได้เอาเงินไปเปย์หนูนิดา เมียน้อยของแกได้เต็มที่ไงล่ะ!”

“ฮ่าๆๆ แม่นี่ฉลาดที่สุดเลยครับ งั้นพรุ่งนี้เช้าผมจะเล่นบทผัวใจเด็ด ขู่หย่ามันให้เข็ดเลย!”

คำว่า ‘เมียน้อย’ และ ‘เงินปันผล’ กระแทกเข้าที่หน้าของฉันอย่างจัง แต่แปลกที่ฉันกลับไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว ความเสียใจทั้งหมดถูกแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่เยือกเย็นที่สุดในชีวิต ฉันไม่ได้เปิดประตูเข้าไปโวยวาย ไม่ได้สาดน้ำร้อนในมือใส่หน้าพวกเขาสองแม่ลูก

ฉันหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องนอนอย่างเงียบเชียบ วางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ หยิบแล็ปท็อปขึ้นมาเปิด และต่อสายตรงหา ‘ทนายวิทิต’ หัวหน้าทีมกฎหมายมือฉมังของบริษัททันที

“คุณวิทิตคะ… ฉันต้องการให้คุณเตรียมเอกสารฟ้องหย่า พร้อมหลักฐานการยักยอกทรัพย์ และหลักฐานการคบชู้ของนายธีรเดชทั้งหมดที่คุณเคยให้สายสืบตามเก็บไว้… ใช่ค่ะ เอามาให้ฉันที่บ้านพรุ่งนี้เช้าตอนแปดโมงตรง และสั่งอายัดบัตรเครดิตทุกใบที่เป็นชื่อบัญชีรองของฉัน รวมทั้งระงับสิทธิ์การเบิกจ่ายของนายธีรเดชในบริษัททั้งหมดตั้งแต่เดี๋ยวนี้!”

คืนนั้น ฉันนั่งตรวจสอบบัญชีและเอกสารกรรมสิทธิ์ทุกอย่างด้วยความเยือกเย็น คฤหาสน์ไม้สักหลังนี้… ชื่อของฉัน รถยุโรปสามคันในโรงรถ… ชื่อของฉัน หุ้น 85% ในบริษัท… ชื่อของฉัน

พวกเขากำลังจะใช้ ‘ความรัก’ และ ‘ความกลัวการหย่าร้าง’ มาขู่กรรโชกทรัพย์ผู้หญิงที่คุมสายพานธุรกิจเครื่องจักรกลหนักทั้งอยุธยางั้นหรือ? ช่างเป็นแผนการที่โง่เขลาและดูถูกสติปัญญาของ อรัญญา เจริญรุ่งโรจน์ มากเกินไปแล้ว!

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โต๊ะอาหารสุดหรู

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านลูกไม้ราคาแพงเข้ามากระทบชุดเครื่องลายครามบนโต๊ะอาหาร อาหารเช้าสไตล์ฝรั่งถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีต ฉันเดินลงบันไดมาในชุดสูททำงานสีครีมที่ตัดเย็บอย่างดี ดูสง่างาม ทรงอำนาจ และปราศจากร่องรอยของความอ่อนแอ

คุณหญิงมณีนั่งจิบชาอยู่ที่หัวโต๊ะ ส่วนธีรเดชนั่งอยู่ฝั่งขวา ทั้งสองคนส่งสายตาให้กันอย่างมีเลศนัยเมื่อเห็นฉันเดินเข้ามานั่ง

“ตื่นแล้วเหรอแม่อร…” คุณหญิงมณีเปิดฉากด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้ดูมีเมตตาแต่แฝงไปด้วยความก้าวร้าว “นั่งสิ แม่มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย”

ฉันนั่งลงอย่างใจเย็น จิบกาแฟดำรสนุ่มโดยไม่ตอบรับ รอให้พวกเขาก้าวเข้ามาในกับดักที่ขุดไว้

“แม่เห็นว่าช่วงนี้อรทำงานหนักมากเกินไปแล้วนะ อายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆ สี่สิบหกเข้าไปแล้ว ควรจะรู้จักปล่อยวางบ้าง” คุณหญิงมณีเริ่มร่ายยาว “ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป แม่ต้องการให้อรโอนเงินเดือนทั้งหมด และเงินปันผลจากบริษัทมาเข้าบัญชีแม่ แล้วเอาสมุดบัญชีหลักของอรมาให้แม่เก็บรักษาไว้… แม่จะเป็นคนบริหารจัดการเงินในบ้านเอง อรจะได้ไม่ต้องเหนื่อยไงล่ะ”

ฉันค่อยๆ วางถ้วยกาแฟลงบนจานรอง มองหน้าแม่สามีด้วยสายตาเรียบเฉย “โอนเงินทั้งหมดให้คุณแม่? แล้วอรจะใช้อะไรล่ะคะ?”

“แม่ก็จะแบ่งให้อรใช้เป็นรายเดือนไง เดือนละสองสามหมื่นก็เหลือเฟือแล้ว อรมีหน้าที่แค่เซ็นเอกสารในบริษัทไป ส่วนเรื่องการเงินในบ้านและเรื่องเงินลงทุนของเดช แม่จะดูแลเอง… นี่แม่หวังดีนะอร อรเป็นสะใภ้ ก็ควรจะเชื่อฟังแม่ผัว”

“แล้วถ้าอรไม่ทำตามล่ะคะ?” ฉันถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ทันใดนั้น ธีรเดชที่นั่งเงียบมาตลอดก็ตบโต๊ะดัง ปัง! เขาแสร้งทำหน้าขึงขังและชี้หน้าฉัน

“ถ้าคุณไม่ยอมทำตามที่แม่ผมบอก… เราก็จบกันแค่นี้! ผมทนไม่ได้หรอกนะที่ต้องอยู่กับผู้หญิงหัวแข็ง ไม่เคารพแม่ผัว และทำตัวข่มสามีตลอดเวลา! ถ้าคุณไม่ให้สมุดบัญชีแม่ผมมา… ผมจะหย่ากับคุณทันที!”

ธีรเดชประกาศกร้าวด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม เขาเชิดหน้าขึ้น รอคอยให้ฉันร้องห่มร้องไห้ คุกเข่าอ้อนวอนขอร้องไม่ให้เขาทิ้งฉันไปเหมือนผู้หญิงที่กลัวการเป็นม่าย

บรรยากาศในห้องอาหารเงียบกริบไปชั่วอึดใจ…

แต่แทนที่ฉันจะร้องไห้ ฉันกลับหลุดเสียงหัวเราะออกมา มันเป็นการหัวเราะที่เย็นเยียบและเต็มไปด้วยความสมเพชจนธีรเดชและคุณหญิงมณีถึงกับหน้าถอดสี

“หย่าเหรอ?” ฉันพยักหน้าช้าๆ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก “เป็นข้อเสนอที่ยอดเยี่ยมมาก ธีรเดช”

ฉันล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเอกสารแอร์เมส หยิบซองสีน้ำตาลขนาดใหญ่ที่ทนายวิทิตเพิ่งนำมาส่งให้เมื่อสิบนาทีก่อนออกมาโยนแหมะลงกลางโต๊ะอาหาร จนแก้วน้ำส้มกระฉอก

“เปิดดูสิ… ฉันเซ็นชื่อรอไว้ให้เรียบร้อยแล้ว”

ธีรเดชขมวดคิ้ว มือสั่นเล็กน้อยขณะหยิบซองนั้นขึ้นมาเปิดดู ทันทีที่เห็นเอกสารข้างใน ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดราวกับศพ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด

“น… นี่มัน… ใบฟ้องหย่า! แถมยังมีรูปถ่าย… รูปผมกับนิดา!?” ธีรเดชครางเสียงหลง

“ใช่” ฉันตอบเสียงดังฟังชัด “ใบฟ้องหย่า พร้อมหลักฐานการคบชู้ และหลักฐานการที่คุณแอบยักยอกเงินมัดจำค่ารถแบคโฮของบริษัทไปซื้อคอนโดให้เมียน้อย! คุณคิดว่าฉันโง่ขนาดไม่รู้เรื่องงบดุลบริษัทที่ตัวเองเป็นคนสร้างมากับมือเลยหรือไง?”

“ก… กรี๊ดดด! นี่แกลักลอบสืบเรื่องลูกชายฉันเหรอนังอร!” คุณหญิงมณีลุกขึ้นยืนชี้หน้าด่าฉัน “แกกล้าดียังไง! ลูกชายฉันเป็นถึงผู้อำนวยการบริษัทนะ! แกมันก็แค่ผู้หญิงแก่ๆ ถ้าหย่าไปแกก็ไม่เหลือใคร!”

ฉันลุกขึ้นยืนตระหง่าน ประจันหน้ากับสองแม่ลูกจอมปลิงด้วยรัศมีของความทรงอำนาจ

“คุณแม่สับสนอะไรหรือเปล่าคะ? ตำแหน่ง ‘ผู้อำนวยการ’ ที่ลูกชายคุณนั่งชูคออยู่ทุกวันนี้ ฉันเป็นคนตั้งให้บังหน้าเพื่อรักษาเกียรติของพวกคุณเท่านั้นแหละ! หุ้น 85% เป็นของฉัน อำนาจเด็ดขาดเป็นของฉัน และตั้งแต่แปดโมงเช้าที่ผ่านมา ฉันได้สั่งปลดนายธีรเดชออกจากทุกตำแหน่งในบริษัท และอายัดบัตรเครดิตทุกใบที่คุณแม่เอาไปรูดซื้อเพชร ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมหมดแล้ว!”

“อ… อะไรนะ!?” คุณหญิงมณีเข่าอ่อน ทรุดลงไปนั่งกับเก้าอี้

“ยังไม่หมดแค่นี้นะคะ…” ฉันเดินเข้าไปใกล้ธีรเดชที่กำลังมือสั่นเหงื่อแตกพลั่ก “คฤหาสน์หลังนี้ รถทุกคัน เป็นชื่อของฉันทั้งหมด… และตามสัญญาก่อนแต่งงานที่คุณเคยเซ็นไว้ ทรัพย์สินใดๆ ที่เกิดจากธุรกิจของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์แบ่งแม้แต่สตางค์แดงเดียว!”

“อร… อรจ๋า… ผมขอโทษ!” ธีรเดชทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมด คลานเข่าเข้ามาเกาะชายกระโปรงของฉัน น้ำตาแห่งความขี้ขลาดไหลอาบแก้ม “ผมพูดเล่นนะอร! ผมไม่ได้อยากหย่า! แม่… แม่เป็นคนบังคับผม! แม่เป็นคนต้นคิดเรื่องฮุบสมบัติทั้งหมดเลยนะอร! ผมรักอรคนเดียวนะ!”

“ไอ้ลูกทรพี! แกโยนความผิดให้ฉันเหรอ!” คุณหญิงมณีแผดเสียงด่าลูกชายตัวเอง สถานการณ์พลิกผันจนครอบครัวจอมปลอมนี้แตกคอกันเองอย่างน่าสมเพช

ฉันมองภาพตรงหน้าด้วยความขยะแขยง สะบัดขาออกจากการเกาะกุมของอดีตสามีอย่างแรง

“เก็บละครน้ำเน่าของพวกคุณไปเล่นที่อื่นเถอะ… บอดี้การ์ด!”

สิ้นเสียงของฉัน ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสี่คนก็เดินเข้ามาในห้องอาหาร พร้อมกับทนายวิทิตที่ยืนรออยู่หน้าประตู

“เชิญคนพวกนี้ออกไปจากบ้านของฉัน… ให้เวลาสิบห้านาทีในการเก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว ถ้าเกินกว่านั้น หรือพยายามหยิบของมีค่าชิ้นไหนออกไป แจ้งตำรวจข้อหาลักทรัพย์ได้ทันที” ฉันหันไปสั่งทนายวิทิต

“ครับท่านประธาน”

“อ้อ… ธีรเดช” ฉันปรายตามองอดีตสามีที่กำลังนั่งร้องไห้ฟูมฟาย “ส่วนเรื่องเงินยักยอกบริษัทห้าล้านบาท ไปเตรียมหาทนายมาสู้คดีในศาลก็แล้วกันนะ เพราะฉันจะฟ้องเอาคืนทุกบาททุกสตางค์พร้อมดอกเบี้ย… หวังว่าหนูนิดา เมียน้อยของคุณ คงจะยอมขายคอนโดมาประกันตัวคุณนะ”

ฉันหันหลังเดินออกจากห้องอาหารไปอย่างสง่างาม ไม่หันกลับไปมองเศษซากของอดีตที่กำลังกรีดร้องและโวยวายอยู่เบื้องหลังอีกเลย

อรัญญา เจริญรุ่งโรจน์ ในวัยสี่สิบหกปี ไม่ได้สูญเสียอะไรไปเลยนอกจากปลิงสองตัวที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อ เธอได้รับอิสรภาพ ความภาคภูมิใจ และอาณาจักรของเธอกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์แบบ… และนี่คือบทเรียนราคาแพงที่สุด ที่คนเนรคุณจะต้องจดจำไปจนวันตาย!

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!