ถ้วยชามรณะกับความลับใต้คฤหาสน์: คืนที่ฉันแกล้งหลับ

สู่การเปิดโปงขุมนรกของพี่ชายจอมปลอมที่กักขังพ่อแท้ๆ ไว้ในกรงใต้ดิน!
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกคาโมมายล์และสมุนไพรจีนลอยกรุ่นขึ้นมาจากถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวขอบทอง มันเป็นกลิ่นที่ฉันคุ้นเคยมาตลอดสามปีเต็ม นับตั้งแต่เกิด ‘อุบัติเหตุไฟไหม้’ ที่พรากชีวิตพ่อแม่และทำลายความทรงจำบางส่วนของฉันไป ‘ดาริน’ คือชื่อของฉัน และผู้ชายที่มีรอยยิ้มอบอุ่น ผู้ซึ่งกำลังถือถาดชาเดินเข้ามาในห้องนอนที่หรูหราของฉันในค่ำคืนนี้ คือ ‘ชวิน’ พี่ชายบุญธรรมที่แสนดี ผู้รับช่วงต่อบริหารอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านของตระกูล และคอยดูแลฉันที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและหวาดระแวงอย่างทะนุถนอม
“ดื่มชาเสียหน่อยนะริน คืนนี้จะได้หลับสนิท ไม่ฝันร้าย” ชวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เขาลูบหัวฉันเบาๆ อย่างที่เคยทำทุกคืน สายตาของเขาช่างดูห่วงใยและเปี่ยมไปด้วยความรัก
ฉันรับถ้วยชามาถือไว้ ส่งยิ้มบางๆ ให้เขา “ขอบคุณค่ะพี่ชวิน ถ้าไม่ได้พี่ รินก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ต่อไปยังไง”
ชวินยืนรอจนกระทั่งฉันยกถ้วยชาขึ้นจิบ เขาถึงได้ยิ้มอย่างพอใจ หมุนตัวเดินออกจากห้องไปพร้อมกับปิดประตูลงกลอนให้อย่างแน่นหนา ทันทีที่เสียงฝีเท้าของเขาเงียบหายไป รอยยิ้มบนใบหน้าของฉันก็จางหายไปเช่นกัน
ช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง ร่างกายของฉันอ่อนเพลียอย่างไร้สาเหตุ ความทรงจำที่ควรจะค่อยๆ ฟื้นคืนกลับถูกบดบังด้วยหมอกควันสีเทา และที่สำคัญ… ต้นไม้ประดับในกระถางริมระเบียงที่ฉันแอบเทชาทิ้งลงไปเมื่อคืนก่อน กลับมีสภาพเหี่ยวเฉาและตายลงอย่างรวดเร็วราวกับถูกยาพิษ!
คืนนี้ ฉันตัดสินใจขั้นเด็ดขาด ฉันไม่ได้กลืนชาลงคอ แต่แอบบ้วนมันทิ้งลงในผ้าเช็ดหน้าและเทส่วนที่เหลือลงในท่อระบายน้ำในห้องน้ำ จากนั้นก็กลับมานอนห่มผ้าบนเตียง แกล้งหลับตาและปรับจังหวะการหายใจให้สม่ำเสมอราวกับคนที่ตกอยู่ในห้วงนิทรา
เวลาผ่านไปจนกระทั่งนาฬิกาโบราณที่โถงทางเดินตีบอกเวลาเที่ยงคืนตรง…
เสียง ‘แกร๊ก’ เบาๆ ดังขึ้นที่ประตูห้องนอนของฉัน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่แผ่วเบา ชวินเดินเข้ามาในห้อง เขายืนนิ่งอยู่ข้างเตียงฉันเป็นเวลานาน นานจนฉันรู้สึกได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา เขาโน้มหน้าลงมาใกล้จนฉันได้ยินเสียงลมหายใจ ก่อนที่เขาจะแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ
“หลับให้สบายนะ ยัยตัวหมากรุกหน้าโง่ อีกแค่สัปดาห์เดียว… ทรัพย์สินทุกอย่างของตระกูลแกก็จะถูกโอนเป็นชื่อฉันอย่างสมบูรณ์”
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางสติสัมปชัญญะของฉัน! หัวใจของฉันเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก แต่ฉันต้องกัดริมฝีปากแน่นเพื่อไม่ให้ร่างกายสั่นไหว เมื่อชวินเดินออกจากห้องไป ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นในความมืด ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความโกรธและความสงสัยที่เอ่อล้น ฉันหยิบเสื้อคลุมมาสวม ก้าวเท้าเปล่าลงบนพื้นพรมอย่างเงียบเชียบ และลอบสะกดรอยตามพี่ชายบุญธรรมออกไป
ชวินไม่ได้เดินกลับไปที่ห้องนอนของเขา แต่เขาเดินมุ่งหน้าไปยังห้องสมุดส่วนตัวของคุณพ่อที่ถูกปิดตายมาตั้งแต่ท่านเสียชีวิต เขาเอื้อมมือไปขยับหนังสือเล่มหนาบนชั้นวาง ทันใดนั้น ตู้หนังสือไม้สักก็ส่งเสียงครางเบาๆ และเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นช่องทางลับและบันไดหินที่วนลึกลงไปใต้ดิน!
ฉันเบิกตากว้าง คฤหาสน์หลังนี้ฉันอยู่มาตั้งแต่เกิด แต่ไม่เคยรู้เลยว่ามีห้องลับซ่อนอยู่ใต้ดิน!
เมื่อชวินเดินลงไปจนลับสายตา ฉันจึงค่อยๆ ก้าวตามลงไปอย่างระมัดระวัง อากาศรอบกายเย็นเฉียบและชื้นแฉะ กลิ่นอับของเชื้อราผสมกับกลิ่นคาวบางอย่างลอยมากระทบจมูก ยิ่งเดินลึกลงไป เสียงสะท้อนของหยดน้ำและเสียงโซ่ตรวนที่กระทบกันก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
เมื่อสุดทางบันได ฉันซ่อนตัวอยู่หลังเสาหินขนาดใหญ่ ภาพเบื้องหน้าทำเอาลมหายใจของฉันสะดุดกึก และแทบจะล้มทั้งยืน!
ห้องใต้ดินที่ควรจะเป็นเพียงห้องเก็บไวน์ บัดนี้ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นกรงขังเหล็กที่แข็งแรงทนทาน ภายในกรงนั้น… บนพื้นซีเมนต์ที่เย็นเฉียบและสกปรก มีร่างของชายชราคนหนึ่งซูบผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก สภาพเนื้อตัวมอมแมม ผมและหนวดเครารุงรัง ข้อมือและข้อเท้าของเขาถูกล่ามด้วยโซ่เส้นเขื่องราวกับสัตว์ร้าย
ชวินยืนอยู่หน้ากรงขังนั้น มือถือถาดใส่อาหารที่ดูคล้ายกับเศษข้าวคลุกน้ำแกง เขาเตะซี่กรงเหล็กดังปัง! จนชายชราสะดุ้งสุดตัว
“กินซะสิครับ ‘คุณพ่อ’… หรือว่าอาหารที่ผมเตรียมให้มันไม่ถูกปากมหาเศรษฐีหมื่นล้านอย่างคุณ?” ชวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันและหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
คุณพ่อ!!
ดวงตาของฉันเบิกกว้างจนแทบถลน น้ำตาแห่งความตกตะลึงและร้าวรานไหลทะลักออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้ ชายชราที่น่าสงสารคนนั้น… คือ ‘คุณพ่อ’ ของฉัน! พ่อที่ตำรวจและชวินบอกว่าถูกไฟคลอกตายไปเมื่อสามปีก่อน พ่อที่ฉันจัดงานศพและร้องไห้แทบเป็นแทบตายอยู่หน้าโลงศพเปล่าๆ!
“ไอ้เนรคุณ…” เสียงแหบพร่าและสั่นเทาของคุณพ่อดังก้องออกมาจากกรงขัง “ฉันเก็บแกมาเลี้ยง… ส่งเสียให้เรียน… ให้ความรักแกเหมือนลูกแท้ๆ… ทำไมแกถึงทำกับฉันและรินลดาแบบนี้…”
“ความรักงั้นเหรอ! ถุย!” ชวินตะคอกลั่น ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาและอบอุ่นบัดนี้บิดเบี้ยวไปด้วยความเกลียดชัง “คุณมันก็แค่เอาผมมาเลี้ยงเพื่อเป็นหมาเฝ้าบ้าน เป็นเบ๊คอยรองรับอารมณ์และทำงานหนักให้ตระกูลของคุณ! พอถึงเวลา คุณก็เตรียมจะยกหุ้นทั้งหมดและตำแหน่งประธานบริษัทให้รินลดา ลูกสาวสายเลือดแท้ๆ ของคุณที่วันๆ เอาแต่ใช้เงิน! แล้วผมล่ะ? ผมได้อะไร!”
ชวินกระชากคอเสื้อของคุณพ่อผ่านลูกกรง “ผมถึงต้องจัดฉากไฟไหม้นั่นไง! ขังคุณไว้ในนรกขุมนี้ให้ตายทั้งเป็น และหลอกยัยรินลดาว่าเธอป่วยเป็นโรคจิต หลอกให้เธอกินยาหลอนประสาททุกคืน เพื่อให้เธอค่อยๆ เซ็นโอนเอกสารสิทธิ์ทุกอย่างมาให้ผม! อีกแค่ไม่กี่วัน… คฤหาสน์นี้ บริษัทนี้ ทุกอย่างจะเป็นของผม! ส่วนคุณ… ผมจะปล่อยให้อดตายอยู่ในกรงหมานี่แหละ!”
ทุกถ้อยคำที่หลุดออกจากปากของชวิน เปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลงบนหัวใจของฉัน ความทรงจำที่เคยเลือนรางเพราะฤทธิ์ยา บัดนี้มันปะติดปะต่อกันจนกระจ่างแจ้ง ฉันไม่ได้ป่วย! ฉันไม่ได้บ้า! ผู้ชายที่ฉันเรียกว่าพี่ชายมาตลอดชีวิต คือปีศาจร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หน้ากากของนักบุญ!
ความหวาดกลัวที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความโกรธแค้นที่ลุกโชนดั่งเปลวเพลิง ฉันกวาดสายตาไปรอบๆ ก่อนจะคว้าท่อนเหล็กหนาที่วางอยู่ใกล้กับชั้นเก็บไวน์เก่าขึ้นมาจับไว้แน่น
ฉันก้าวออกจากเงามืด เดินตรงไปยังหน้ากรงขัง เสียงฝีเท้าของฉันทำให้ชวินชะงักและหันขวับมามอง
“ร… รินลดา!” ชวินหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นฉันยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมท่อนเหล็กในมือ “ท… ทำไมแกถึงลงมาที่นี่ แกควรจะหลับไปแล้วนี่!”
“หลับเพื่อรอให้แกสูบเลือดสูบเนื้อฉันจนหมดงั้นเหรอ? ไอ้เดรัจฉาน!” ฉันตวาดลั่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด “แกทำกับพ่อของฉันแบบนี้ได้ยังไง! แกมันไม่ใช่คน!”
“ริน… รินลูกพ่อ! หนีไป! หนีไปลูก มันจะฆ่าหนู!” คุณพ่อพยายามตะเกียกตะกายเกาะลูกกรง ร้องเตือนฉันด้วยความห่วงใย
ชวินตั้งสติได้ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม “ในเมื่อแกรู้ความจริงแล้ว แกก็ต้องลงไปอยู่ในกรงกับพ่อของแกซะเถอะ นังโง่!”
เขาง้างหมัดและพุ่งตัวเข้ามาหาฉันด้วยความรวดเร็ว แต่ความโกรธแค้นทำให้สัญชาตญาณเอาตัวรอดของฉันทำงานถึงขีดสุด ฉันเบี่ยงตัวหลบหมัดของเขาอย่างฉิวเฉียด ก่อนจะใช้ท่อนเหล็กในมือ ฟาดเข้าที่ข้อพับเข่าของชวินอย่างสุดแรงเกิด!
“อ๊ากกกก!!” ชวินร้องลั่น ทรุดตัวลงคุกเข่ากระแทกพื้นซีเมนต์
ฉันไม่รอให้เขาตั้งตัว ฉันฟาดท่อนเหล็กซ้ำเข้าที่แผ่นหลังและท่อนแขนของเขาอย่างไม่ยั้งมือ ทุกการฟาดฟันเต็มไปด้วยความแค้นที่สะสมมาตลอดสามปี แค้นที่ถูกหลอก แค้นที่เห็นพ่อต้องทนทุกข์ทรมาน ชวินพยายามปัดป้องแต่สู้แรงแห่งความบ้าคลั่งของฉันไม่ได้ เขาล้มลุกคลุกคลาน เลือดสีสดไหลซึมออกจากหางคิ้วและมุมปาก
“หยุดนะริน! โอ๊ย! ฉันเป็นพี่ชายเธอนะ!” ชวินร้องคราง ร้องขอความเมตตาอย่างขี้ขลาด
“ฉันไม่มีพี่ชายเป็นสัตว์นรกอย่างแก!”
ฉันใช้เท้าถีบยอดอกของเขาจนหงายหลังล้มตึงไปกับพื้น ก่อนจะรีบคว้าพวงกุญแจที่หล่นออกมาจากกระเป๋ากางเกงของเขา ฉันวิ่งไปไขกุญแจกรงเหล็กอย่างรวดเร็ว วินาทีที่ประตูเหล็กเปิดออก ฉันถลันเข้าไปกอดร่างที่ผอมโซของคุณพ่อไว้แน่น ร้องไห้โฮออกมาด้วยความรักและความเจ็บปวด
“พ่อคะ… รินขอโทษ รินตาบอด รินมาช่วยพ่อช้าไป…”
“ไม่เป็นไรลูก… ไม่เป็นไร แค่รินปลอดภัย พ่อก็ดีใจแล้ว…” คุณพ่อกอดฉันตอบ น้ำตาของชายชราไหลอาบแก้ม
ในขณะที่เรากำลังกอดกัน ชวินที่พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น หมายจะพุ่งเข้ามาทำร้ายเราจากด้านหลัง แต่ฉันหันขวับไปคว้าท่อนเหล็ก และใช้จังหวะที่เขาพุ่งเข้ามา เหวี่ยงท่อนเหล็กกระแทกเข้าที่ขมับของเขาอย่างจัง!
ตุ้บ!!
ร่างของชวินล้มตึง ร่วงหล่นลงไปกองอยู่ภายในกรงขังเหล็กและหมดสติไปทันที!
ฉันมองร่างของคนที่เคยทำลายชีวิตเราด้วยสายตาที่เย็นชาที่สุด ฉันลากขาของคุณพ่อออกมาด้านนอก ก่อนจะดันประตูเหล็กปิดดังปัง! และจัดการคล้องสายยู ล็อคแม่กุญแจทุกตัวจนแน่นหนา กักขังปีศาจร้ายตนนี้ไว้ในขุมนรกที่มันเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง!
ฉันพยุงคุณพ่อเดินขึ้นบันไดกลับขึ้นมาสู่ตัวคฤหาสน์ด้านบน ทันทีที่ขึ้นมาถึง ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือ กดโทรแจ้งตำรวจและเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินทันที
ไม่ถึงยี่สิบนาที เสียงไซเรนก็ดังระงมไปทั่วอาณาบริเวณคฤหาสน์ ตำรวจหน่วยสวาทบุกเข้ามาควบคุมพื้นที่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบเข้ามาปฐมพยาบาลและนำตัวคุณพ่อส่งโรงพยาบาลที่บำรุงรักษาสุขภาพดีที่สุด
ส่วนชวิน… เขาฟื้นขึ้นมาในกรงขังเหล็กใต้ดิน ท่ามกลางแสงไฟฉายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาถูกจับกุมในข้อหาพยายามฆ่า กักขังหน่วงเหนี่ยว ปลอมแปลงเอกสาร และฉ้อโกงทรัพย์สินระดับชาติ ภาพของซีอีโอหนุ่มผู้ใจบุญและแสนดี ถูกแทนที่ด้วยภาพของนักโทษที่ถูกสวมกุญแจมือ ลากตัวออกจากห้องใต้ดินด้วยสภาพสะบักสะบอมและน่าสมเพชที่สุด ข่าวนี้กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งประเทศในเช้าวันรุ่งขึ้น
หนึ่งเดือนต่อมา…
ที่โรงพยาบาลวีไอพี คุณพ่อได้รับการรักษาและฟื้นฟูร่างกายจนกลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้นมาก ใบหน้าของท่านกลับมามีรอยยิ้มและแววตาที่มีชีวิตชีวาอีกครั้ง ส่วนตัวฉันเอง หลังจากหยุดดื่มชาพิษและได้รับการดูแลจากแพทย์ อาการอ่อนเพลียและความทรงจำทุกอย่างก็กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์
ฉันแต่งตั้งทนายความมือดีที่สุดเพื่อฟ้องร้องและยึดทรัพย์สินทุกบาททุกสตางค์ที่ชวินเคยยักยอกไปกลับคืนมาทั้งหมด ศาลตัดสินจำคุกชวินตลอดชีวิตโดยไม่มีการลดหย่อนโทษ เขาต้องใช้ชีวิตที่เหลือทั้งหมดในคุกที่แคบและมืดมิด ชดใช้กรรมที่เขาก่อไว้อย่างสาสม
วันนี้ ฉันยืนมองดูคุณพ่อที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ริมหน้าต่างโรงพยาบาล แสงแดดอุ่นๆ ยามเช้าสาดส่องเข้ามา ฝันร้ายที่ยาวนานถึงสามปีได้จบลงแล้วอย่างแท้จริง คฤหาสน์หลังใหญ่ที่เคยมีความลับซ่อนอยู่ บัดนี้จะเหลือเพียงความรักและความอบอุ่นของครอบครัวที่แท้จริง และฉันขอสาบานด้วยชีวิต… ว่าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหน มาทำร้ายหรือแตะต้องครอบครัวของฉันได้อีกต่อไป!



