บทเพลงสลักน้ำตา: เมื่อนักร้องเสียงเอกถูกจ้างมาร้องเพลงในงานวิวาห์ร้อยล้าน

สู่การกระชากหน้ากากเจ้าสาวลวงโลกที่หนีคนรักมาแต่งงาน!
แชนเดอเลียร์คริสตัลมูลค่าหลายสิบล้านบาททอประกายระยิบระยับอยู่กลางห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมระดับหกดาวใจกลางมหานคร กลิ่นหอมของดอกกุหลาบขาวนับหมื่นดอกที่ถูกจัดแต่งอย่างวิจิตรบรรจง อบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ บรรยากาศแห่งความหรูหราอลังการนี้ถูกเนรมิตขึ้นเพื่องานฉลองมงคลสมรสแห่งปี ระหว่าง ‘เอกราช’ ทายาทตระกูลอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ และ ‘นลิน’ หญิงสาวผู้มีใบหน้าสะสวยราวกับนางฟ้า ผู้ซึ่งแขกเหรื่อทุกคนต่างซุบซิบด้วยความอิจฉาว่า เธอคือซินเดอเรลล่าที่โชคดีที่สุดในประเทศ
นลินสวมชุดแต่งงานหางปลายาวสลวยจากแบรนด์โอต์กูตูร์ สวมสร้อยคอเพชรน้ำงามที่เปล่งประกายล้อแสงไฟ เธอยืนส่งยิ้มหวานให้กับแขกผู้มีเกียรติที่เดินเข้ามาแสดงความยินดี แต่ภายใต้รอยยิ้มที่งดงามนั้น หัวใจของเธอกลับเต้นรัวด้วยความหวาดระแวงและความรู้สึกผิดที่ซุกซ่อนอยู่ลึกสุดก้นบึ้งของวิญญาณ
เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้… นลินไม่ได้อยู่ในคฤหาสน์หรูหรา เธออยู่ในคอนโดเล็กๆ กับ ‘พิชัย’ แฟนหนุ่มที่คบหากันมาถึงเจ็ดปี พิชัยคือ ‘นักร้องเสียงเอก’ ผู้มีพรสวรรค์ระดับหาตัวจับยาก เขารับจ้างร้องเพลงตามเลานจ์หรูเพื่อเก็บหอมรอมริบ สร้างเนื้อสร้างตัวหวังจะขอเธอแต่งงาน
วันนั้น นลินจัดกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ บีบน้ำตาและสวมกอดพิชัยแน่น “พิชัยคะ… แม่ของนลินโรคหัวใจกำเริบหนัก นลินต้องกลับไปดูแลแม่ที่ต่างจังหวัดสักหนึ่งเดือนนะคะ นลินไม่อยากทิ้งคุณไปเลย”
พิชัยผู้แสนดีและรักเธอสุดหัวใจ ไม่เพียงแต่ไม่สงสัย เขายังนำสมุดบัญชีเงินฝากที่เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิตจำนวนเจ็ดแสนบาท ยัดใส่มือนลิน “เอาเงินก้อนนี้ไปรักษาแม่นะนลิน ไม่ต้องห่วงผม ผมจะรับงานร้องเพลงให้หนักขึ้นเพื่ออนาคตของเรา… รีบกลับมานะ ผมจะรอคุณ”
นลินรับเงินก้อนนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา เธอสบตาผู้ชายที่รักเธอมากกว่าชีวิต ก่อนจะหันหลังเดินจากมา… ไม่ใช่เพื่อไปดูแลแม่ที่ป่วย แต่เพื่อมาเข้าคอร์สเจ้าสาวและเตรียมตัวเข้าพิธีวิวาห์กับเอกราช มหาเศรษฐีที่เธอแอบคบซ้อนมาเกือบปี! นลินเลือกความสุขสบายและเงินทอง โดยทิ้งความรักเจ็ดปีไว้เบื้องหลังอย่างเลือดเย็น และคิดว่าพิชัยคงไม่มีวันรู้ความจริงในเร็วๆ นี้
“เอาล่ะครับแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน!” เสียงพิธีกรบนเวทีดังกังวาน ดึงสติของนลินให้กลับมาสู่ปัจจุบัน “และเพื่อเป็นการเซอร์ไพรส์เจ้าสาวคนสวยของเราในค่ำคืนนี้ ทางคุณเอกราช เจ้าบ่าวของเรา ได้ทุ่มเงินหลักล้าน เพื่อเชิญ ‘นักร้องเสียงเอก’ ระดับท็อปของประเทศ ผู้มีคิวทองคำและไม่ค่อยรับงานร้องเพลงที่ไหน มาขับกล่อมบทเพลงรักที่เจ้าสาวโปรดปรานที่สุด… ขอเสียงปรบมือต้อนรับ ‘เจ้าชายแห่งเสียงเพลง’ ครับ!”
ไฟในห้องบอลรูมหรี่ลงจนมืดสนิท มีเพียงแสงสปอตไลต์ดวงเดียวที่สาดส่องไปที่กลางเวที เสียงเปียโนบรรเลงอินโทรเพลงรักที่นลินคุ้นเคยดังก้องขึ้น… มันคือเพลงเดียวกับที่พิชัยเคยแต่งและร้องให้เธอฟังในวันครบรอบของเรา
ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูททักซิโด้สีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืด เขายืนก้มหน้าเล็กน้อย มือเรียวแกร่งจับไมโครโฟนไว้แน่น ก่อนที่เสียงร้องประโยคแรกจะเปล่งออกมา…
“หากความรักคือการหลอกลวง… เหตุใดใจฉันยังคงละเมอ…”
วินาทีที่เสียงนุ่มลึก ทรงพลัง และเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอันแสนสาหัส ดังก้องกังวานไปทั่วห้องบอลรูม… ลมหายใจของนลินก็สะดุดกึก ร่างกายของเธอชาวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า หัวใจที่เคยเต้นรัวกลับหยุดเต้นไปชั่วขณะ ช่อดอกกุหลาบขาวในมือร่วงหล่นลงพื้นกระแทกพรมเสียงดังตุบ
เสียงนี้… โทนเสียงแบบนี้… วิธีการเอื้อนที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจแบบนี้… มีเพียงคนเดียวในโลก!
ชายหนุ่มบนเวทีค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แสงสปอตไลต์สาดส่องให้เห็นใบหน้าคมคายที่หล่อเหลาและดุดัน ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความอบอุ่น บัดนี้กลับว่างเปล่าและเย็นเยียบราวกับมัจจุราช สายตาของเขามองทะลุฝูงชน ตรงดิ่งมาที่ ‘เจ้าสาว’ ที่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำอยู่หน้าเวที
“พิชัย…” นลินครางชื่อเขาออกมาด้วยริมฝีปากที่สั่นระริก น้ำตาที่ไม่ได้เตรียมตัวไว้ทะลักทลายออกมาจากดวงตาคู่สวย เครื่องสำอางราคาแพงเริ่มเปรอะเปื้อน
ใช่แล้ว… พิชัยไม่ได้เป็นแค่นักร้องตามเลานจ์อีกต่อไป พรสวรรค์ของเขาถูกค้นพบโดยโปรดิวเซอร์ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่เมื่อหลายเดือนก่อน และเขาเพิ่งเซ็นสัญญาเป็นศิลปินเบอร์หนึ่งที่รับงานเฉพาะอีเวนต์ระดับซูเปอร์วีไอพีเท่านั้น แต่เขาเลือกที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นเซอร์ไพรส์ให้นลินในวันที่เธอ ‘กลับมาจากต่างจังหวัด’ ทว่า… โชคชะตากลับเล่นตลก ให้ผู้จัดการของเขารับงานร้องเพลงในงานแต่งงานของมหาเศรษฐี โดยที่พิชัยเพิ่งมารู้ชื่อเจ้าสาวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนจะขึ้นเวที!
พิชัยยังคงร้องเพลงต่อไปอย่างมืออาชีพ แต่ทุกถ้อยคำ ทุกประโยคที่เปล่งออกมา มันไม่ได้แฝงไปด้วยความรักอีกต่อไป มันคือคมมีดที่กรีดลึกลงไปในความรู้สึกผิดของนลิน
“เธอบอกให้ฉันรอคอย… แต่เธอกลับเดินรอยตามใครคนนั้น…”
นลินทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร แขกเหรื่อกว่าพันคนเริ่มซุบซิบและมองมาที่เจ้าสาวด้วยความงุนงง เอกราชตกใจมาก รีบพยุงร่างของนลินขึ้นมา “นลิน! เป็นอะไรไป ร้องไห้ทำไม คุณซาบซึ้งกับเพลงที่ผมเตรียมไว้ให้ขนาดนั้นเลยเหรอ?”
แต่เอกราชไม่รู้เลยว่า นลินไม่ได้ร้องไห้เพราะความซาบซึ้ง เธอร้องไห้เพราะความหวาดกลัวและละอายใจอย่างถึงที่สุด ผู้ชายที่รักและเสียสละให้เธอทุกอย่าง กำลังยืนอยู่บนเวที มองดูเธอสวมชุดแต่งงานกับชายอื่น!
เมื่อโน้ตตัวสุดท้ายจบลง เสียงปรบมือดังกึกก้องยาวนาน พิชัยโค้งคำนับอย่างสง่างาม เขาไม่ได้เดินลงจากเวที แต่กลับยกไมโครโฟนขึ้นมาแนบริมฝีปากอีกครั้ง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนมุมปาก
“ขอบคุณสำหรับเสียงปรบมือครับ…” เสียงของพิชัยราบเรียบ แต่มันดังกังวานจนทุกคนต้องเงียบกริบ “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ผมได้มาร้องเพลงในงานวิวาห์ที่แสนยิ่งใหญ่ค่ำคืนนี้… โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การได้มาร้องเพลงให้ ‘เจ้าสาว’ ฟัง”
พิชัยก้าวเดินลงจากเวทีช้าๆ ท่ามกลางการแหวกทางของแขกผู้มีเกียรติ เขาเดินตรงเข้าไปหานลินที่กำลังยืนเกาะแขนเอกราชแน่น ร่างกายของเธอสั่นเทาราวกับใบไม้ร่วง
“นลินครับ…” พิชัยเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังหนาวสะท้านไปถึงกระดูกดำ “อาการโรคหัวใจของคุณแม่ที่ต่างจังหวัด… ตอนนี้ท่านหายดีแล้วหรือยังครับ?”
เอกราชขมวดคิ้วแน่น หันไปมองหน้าเจ้าสาว “คุณพิชัยพูดเรื่องอะไรครับ? แม่ของนลินเสียชีวิตไปตั้งแต่เธออยู่มัธยมแล้วนะครับ และเราก็ไม่ได้มีญาติที่ต่างจังหวัดด้วย นี่คุณรู้จักกับภรรยาผมเหรอ?”
คำตอบของเอกราชเปรียบเสมือนระเบิดปรมาณูที่ถล่มลงกลางงานวิวาห์! แขกทุกคนเบิกตากว้าง เสียงฮือฮาดังกระหึ่มขึ้นทันที
พิชัยหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่สมเพชและปวดร้าวที่สุด “อ้าว… เสียชีวิตไปแล้วเหรอครับ? แต่เมื่อสัปดาห์ก่อน นลินยังกอดผมร้องไห้ บอกว่าต้องรีบกลับไปเฝ้าแม่ที่ไอซียูอยู่เลยนี่ครับ… เธอบอกให้ผมรอเธอหนึ่งเดือน แถมผมยังยกเงินเก็บทั้งชีวิตเจ็ดแสนบาท ให้เธอเอาไปเป็นค่าผ่าตัดแม่ด้วยซ้ำ”
“ไม่! พิชัย! หยุดเถอะ! ฉันขอร้อง!” นลินกรีดร้องโหยหวน น้ำตาดำปี๋จากมาสคาร่าไหลอาบแก้ม เธอพยายามจะเอื้อมมือไปจับแขนพิชัย แต่ชายหนุ่มสะบัดออกอย่างรังเกียจ
เอกราชหน้าซีดสลับกับแดงก่ำด้วยความโกรธจัด เขาบีบแขนนลินอย่างแรง “นี่มันเรื่องบ้าอะไรนลิน!! ผู้ชายคนนี้เป็นใคร! แล้วที่แกบอกว่าไปทำธุระเรื่องมรดกที่ต่างจังหวัดเมื่ออาทิตย์ก่อน คือแกไปอยู่กับมันงั้นเหรอ!!”
“ผมคือผู้ชายที่โง่ดักดาน คบกับผู้หญิงลวงโลกคนนี้มาเจ็ดปีเต็มครับคุณเอกราช” พิชัยตอบแทนด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “ผมทำงานหนัก อาบเหงื่อต่างน้ำ เพื่อสร้างอนาคตกับเธอ แต่สุดท้าย… โรงพยาบาลที่เธอบอกว่าจะไปเฝ้าแม่ กลับกลายเป็นโรงแรมหรูแห่งนี้ และการผ่าตัดที่เธออ้าง… กลับกลายเป็นการสวมชุดเจ้าสาวเข้าพิธีแต่งงานกับคุณ!”
เพียะ!!!
ฝ่ามือหนักๆ ของเอกราชฟาดลงบนใบหน้าสวยงามของนลินอย่างเต็มแรงจนเธอเซล้มลงไปกองกับพื้น กองทัพสื่อมวลชนที่มาร่วมงานต่างพากันรัวชัตเตอร์บันทึกภาพความอัปยศนี้ไว้อย่างบ้าคลั่ง
“นังผู้หญิงแพศยา! หลอกลวง! หิวเงิน!” เอกราชตวาดลั่นจนคอหอยแทบแตก ศักดิ์ศรีของมหาเศรษฐีถูกฉีกทึ้งกลางงานวิวาห์ของตัวเอง “แกเห็นฉันเป็นไอ้โง่หรือไง! รปภ.! ลากตัวผู้หญิงคนนี้ออกไปจากงานของฉันเดี๋ยวนี้! ฉันขอยกเลิกงานแต่งงานทั้งหมด! และฉันจะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากแกทุกบาททุกสตางค์!”
“พี่เอก! พิชัย! นลินขอโทษ! นลินผิดไปแล้ว! อย่าทิ้งนลินไปนะ!” นลินร้องไห้ฟูมฟาย คลานเข่าเข้าไปกอดขาเอกราช แต่ถูกเขาเตะออกอย่างไม่ไยดี เธอหันไปหาพิชัยด้วยสายตาเว้าวอน “พิชัย… นลินยังรักคุณนะ นลินแค่ตาบอดชั่วขณะ ให้อภัยนลินเถอะนะ เรากลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมนะ!”
พิชัยมองผู้หญิงที่เขาเคยรักสุดหัวใจด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความสงสารหลงเหลืออยู่ ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสูท หยิบเช็คเงินสดมูลค่าหนึ่งล้านบาท ซึ่งเป็นค่าจ้างร้องเพลงในค่ำคืนนี้ โยนลงบนพื้นตรงหน้านลิน
“เก็บเช็คใบนี้ไว้เป็นของขวัญแต่งงานจากฉันเถอะนะนลิน… ถือซะว่าเป็นค่าตัวที่เธอแสดงละครหลอกฉันมาตลอดเจ็ดปี” พิชัยพูดประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและตัดบัวไม่เหลือใย “ความรักที่ฉันมีให้เธอ… มันตายไปพร้อมกับคำโกหกของเธอตั้งแต่วินาทีแรกที่ฉันเห็นเธอใส่ชุดแต่งงานนี้แล้ว เชิญไปเสวยสุขบนกองเงินกองทองที่เธอปรารถนาเถอะ… เพราะตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันกับเธอ… ไม่เคยรู้จักกัน!”
พูดจบ พิชัยก็หันหลังเดินก้าวลงจากเวทีไปอย่างสง่างาม ท่ามกลางเสียงแหวกทางและสายตาชื่นชมของแขกผู้มีเกียรติที่มองเห็นถึงความเด็ดเดี่ยวของลูกผู้ชาย เขาเดินผ่านประตูคริสตัลออกไปสู่ค่ำคืนที่ท้องฟ้าเปิดโปร่ง ทิ้งความเจ็บปวดและรักลวงโลกไว้เบื้องหลัง เพื่อก้าวไปสู่อนาคตที่ยิ่งใหญ่ในฐานะซูเปอร์สตาร์แห่งวงการเพลง
ส่วนภายในห้องบอลรูม เสียงกรีดร้องโหยหวนของนลินยังคงดังระงม เธอถูก รปภ. ลากตัวออกไปทั้งชุดแต่งงานที่ขาดวิ่น หน้าตาเลอะเทอะเปรอะเปื้อน ไม่เหลือคราบของเจ้าสาวซินเดอเรลล่าอีกต่อไป หญิงสาวผู้ทะเยอทะยานและหักหลังความรักที่แท้จริง ต้องสูญเสียทั้งผู้ชายที่รักเธอที่สุด และเศรษฐีที่เธอหวังจะเกาะกินไปตลอดชีวิต… ท้ายที่สุด เธอไม่เหลืออะไรเลยนอกจากความอัปยศอดสูที่จะติดตัวเธอไปจนวันตาย!



