News

น้ำตาเศรษฐีพันล้านกับกระท่อมผุพัง: วันครบรอบรำลึกมารดา

 สู่การเปิดโปงพินัยกรรมเลือดที่จะบดขยี้ลูกเนรคุณให้พินาศย่อยยับไปทั้งตระกูล!

ท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ ‘อัครมหาศาล’ ในช่วงเย็นย่ำถูกปกคลุมด้วยเมฆฝนสีทึมเทา สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างหนักหน่วงราวกับฟากฟ้ากำลังร่ำไห้ รถแท็กซี่คันเก่าสนิมเขรอะแล่นมาจอดที่หน้าประตูเหล็กดัดสีทองอร่าม ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบง่ายและกางเกงสแล็กสีดำก้าวลงมาจากรถ เขาปฏิเสธร่มที่คนขับยื่นให้ ปล่อยให้หยาดฝนเย็นเยียบสาดกระทบใบหน้าที่คมคายและหล่อเหลา

เขาคือ ‘กวินทร์’ อดีตลูกชายคนเล็กที่ถูกตระกูลขับไล่ไสส่งเมื่อสิบปีก่อน บัดนี้เขาได้สร้างเนื้อสร้างตัวจนกลายเป็นซีอีโอของ ‘เคดับเบิลยู กรุ๊ป’ อาณาจักรธุรกิจการเงินระดับหมื่นล้านในอเมริกา แต่ในวันนี้ ไม่มีใครรู้ถึงสถานะที่แท้จริงของเขา กวินทร์จงใจสวมเสื้อผ้าธรรมดา นั่งรถแท็กซี่ และเดินทางกลับมายังบ้านเกิดโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวของเขาคือการนำดอกกุหลาบสีขาวมาวางเคารพรูปถ่ายของมารดาผู้ล่วงลับ เนื่องในวันครบรอบวันตายปีที่ห้าของท่าน

เมื่อกวินทร์เดินฝ่าสายฝนเข้ามาในอาณาเขตคฤหาสน์ เขาไม่ได้มุ่งหน้าไปที่ตึกใหญ่ที่กำลังเปิดไฟสว่างไสวและมีเสียงเพลงคลาสสิกแว่วออกมา เขาเลือกที่จะเดินเลี่ยงไปทางสวนหลังบ้านเพื่อไปเยี่ยม ‘เจ้าสัวเกรียงไกร’ บิดาบังเกิดเกล้าที่เขาคิดว่าคงกำลังพักผ่อนอย่างสุขสบายในเรือนกระจกที่ท่านรัก

แต่ทว่า… ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเมื่อเขาเดินลึกเข้าไปในดงหญ้ารกชัฏท้ายคฤหาสน์ กลับทำให้ก้าวเท้าของมหาเศรษฐีหนุ่มต้องชะงักงัน หัวใจของเขาหล่นวูบลงไปกองกับพื้นโคลน เลือดในกายเย็นเฉียบยิ่งกว่าสายฝนที่กำลังกระหน่ำ!

แทนที่จะเป็นเรือนกระจกที่สวยงาม สิ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางดงหญ้าคือ ‘สังกะสีผุพัง’ ที่ถูกนำมาตอกประกอบกันอย่างลวกๆ กลายเป็นเพิงหมาแหงนที่ทรุดโทรมจนแทบจะเรียกไม่ได้ว่าเป็นที่อยู่อาศัย หลังคารั่วซึมจนน้ำฝนหยดแหมะลงมาเป็นสาย กลิ่นอับชื้นและกลิ่นเหม็นเน่าลอยคละคลุ้ง

กวินทร์มือสั่นเทาขณะค่อยๆ ผลักเศษไม้ที่ใช้แทนประตูออก ภายใต้แสงสลัวจากหลอดไฟที่กะพริบติดๆ ดับๆ ร่างที่ผอมโซจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกของชายชราคนหนึ่งกำลังนอนขดตัวสั่นงันงกอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ที่ปูด้วยเสื่อขาดๆ ร่างกายนั้นสวมเพียงเสื้อยืดสีมอๆ ที่เปียกชื้น ในมือที่สั่นเทากำลังพยายามตักข้าวบูดๆ ในชามพลาสติกเก่าๆ เข้าปากเพื่อประทังความหิวโหย

“พ… พ่อ…” เสียงของกวินทร์หลุดออกมาอย่างแหบพร่า น้ำตาลูกผู้ชายที่เจ็บปวดที่สุดทะลักล้นออกมาอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้

ชายชราค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองผ่านดวงตาที่ฝ้าฟาง เมื่อเห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตู ชามพลาสติกในมือก็ร่วงหล่นลงพื้น

“กวินทร์… กวินทร์ลูกพ่อ! แกกลับมาหาพ่อแล้ว!” เจ้าสัวเกรียงไกร อดีตมหาเศรษฐีผู้เคยยิ่งใหญ่ บัดนี้ร่ำไห้โฮราวกับเด็กทารก พยายามจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากแคร่ไม้ไผ่

กวินทร์พุ่งตัวเข้าไปสวมกอดร่างที่บอบบางและเหม็นสาบของบิดาไว้แน่น กอดแน่นที่สุดเท่าที่ความเจ็บปวดในหัวใจจะบีบคั้นได้ “พ่อครับ! ใครทำกับพ่อแบบนี้! เกิดอะไรขึ้น! พี่กรกับพี่สะใภ้ปล่อยให้พ่อมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง! บ้านของเรามีห้องหับตั้งมากมาย ทำไมพ่อต้องมากินข้าวบูดๆ อยู่ในคอกหมาแบบนี้!”

เจ้าสัวเกรียงไกรสะอื้นไห้ ซบหน้าลงกับไหล่กว้างของลูกชายคนเล็ก “พ่อถูกหลอกลูก… หลังจากที่แม่แกตาย ไอ้กร พี่ชายของแก กับนังรตี เมียของมัน ก็ฮุบบริษัทและโอนโฉนดคฤหาสน์ไปเป็นของพวกมันหมด พวกมันบอกว่าพ่อแก่แล้วเป็นอัลไซเมอร์ บริหารงานไม่ได้ แล้วพวกมันก็ไล่พ่อออกมาอยู่ที่นี่ ให้กินเศษอาหารเหลือๆ พวกมันรอให้พ่อตาย… พ่อทนอยู่เพราะหวังว่าสักวันจะได้เห็นหน้าแกอีกครั้ง พ่อขอโทษที่ตอนนั้นไล่แกออกจากบ้าน พ่อมันตาบอดที่ไปหลงเชื่อลูกเนรคุณอย่างพวกมัน!”

ความโกรธแค้นประดุจลาวาเดือดพล่านขึ้นมาในอกของมหาเศรษฐีหนุ่ม พี่ชายแท้ๆ ที่เขาเคยเคารพ กลับกลายเป็นปีศาจร้ายที่ทรมานสายเลือดเดียวกันได้อย่างเลือดเย็น!

“พ่อไม่ต้องกลัวแล้วนะครับ ผมอยู่นี่แล้ว ผมจะทวงทุกอย่างคืนมาให้พ่อเอง!” กวินทร์กัดฟันกรอด

แต่เจ้าสัวเกรียงไกรกลับส่ายหน้า รั้งแขนกวินทร์ไว้ แล้วล้วงมือเข้าไปใต้หมอนเก่าๆ ดึง ‘กล่องไม้สลักลายโบราณ’ ที่ถูกห่อด้วยถุงพลาสติกอย่างแน่นหนาออกมาส่งให้กวินทร์

“อย่าเพิ่งวู่วามลูก… รับสิ่งนี้ไป นี่คือสมบัติชิ้นสุดท้ายที่แม่ของแกฝากพ่อไว้ ก่อนที่แม่แกจะสิ้นใจ แม่แกรู้นิสัยของไอ้กรดี แม่แกสั่งพ่อไว้ว่า ห้ามเปิดกล่องใบนี้จนกว่ากวินทร์จะกลับมา… แม่แกบอกว่า ในกล่องใบนี้คือ ‘อาวุธ’ ที่จะปกป้องสายเลือดที่แท้จริง”

กวินทร์รับกล่องใบนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา เมื่อเปิดออก เขาพบกุญแจเซฟนิรภัยของธนาคารสวิส และจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของมารดาซึ่งเต็มไปด้วยรอยคราบน้ำตา… ทันทีที่สายตาของกวินทร์กวาดอ่านเนื้อหาในจดหมาย โลกทั้งใบของเขาก็สั่นสะเทือน ความจริงที่ถูกปิดบังมาตลอดสามสิบปีถูกกระชากหน้ากากออก!

‘กวินทร์ ลูกรักของแม่… ถ้าลูกได้อ่านจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าแม่ไม่อยู่แล้ว และพี่ชายของลูกคงเผยธาตุแท้ออกมาแล้ว สิ่งที่ลูกต้องรู้คือ… กรไม่ใช่ลูกสายเลือดเดียวกับลูก เขาไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพ่อเกรียงไกร! เขาคือลูกติดของเพื่อนสนิทแม่ที่แม่รับมาเลี้ยง แต่ความโลภทำให้เขาแอบวางยาพิษแม่ทีละน้อยจนแม่ล้มป่วย สิ่งที่มันต้องการคือมรดกทั้งหมด แต่แม่รู้ทัน… แม่ได้แอบโอนหุ้น 90% ของบริษัท และกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งหมดเข้าสู่กองทุนลับในชื่อของลูกตั้งนานแล้ว สิ่งที่ไอ้กรครอบครองอยู่ตอนนี้ มีเพียงเปลือกบริษัทที่เป็นหนี้สินเน่าเสียเท่านั้น… กุญแจดอกนี้คือสิทธิ์ขาดในการทำลายล้างพวกมัน จงใช้มันกวาดล้างคนเนรคุณให้สิ้นซาก… รักลูกเสมอ แม่’

เสียงฟ้าผ่าดังกึกก้องกัมปนาท! กวินทร์กำจดหมายในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนจากความเศร้าโศกเป็นความเหี้ยมเกรียมและเย็นเยียบประดุจมัจจุราช ไม่ใช่แค่ทรมานพ่อ… แต่มันคือฆาตกรที่ฆ่าแม่ของเขา!

“พ่อครับ… พ่อรอผมอยู่นี่นะ เดี๋ยวผมจะไปชำระความพวกเดรัจฉานพวกนี้ แล้วเราจะกลับเข้าไปอยู่ในตึกใหญ่ด้วยกัน!”

กวินทร์ถอดเสื้อสูทของตนเองคลุมร่างบิดาไว้ ก่อนจะลุกขึ้นยืน ก้าวเดินฝ่าสายฝนพุ่งตรงไปยังตึกใหญ่ที่สว่างไสวทันที!

ภายในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ ‘กร’ และ ‘รตี’ สองผัวเมียกำลังจัดงานเลี้ยงฉลองครบรอบวันตายของมารดาอย่างหน้าชื่นตาบาน พวกเขาเชิญแขกเหรื่อไฮโซและนักธุรกิจมาร่วมงานเพื่อโอ้อวดบารมี แชมเปญราคาแพงถูกเปิดรินไม่ขาดสาย เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังลั่น

ปัง!!!

ประตูไม้บานใหญ่ของคฤหาสน์ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงจนบานพับแทบหลุด! แขกเหรื่อในงานเงียบกริบ หันไปมองร่างสูงใหญ่ที่เปียกโชกไปด้วยน้ำฝน ยืนจังก้าอยู่หน้าประตู

กรหรี่ตามองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ ก่อนจะแสยะยิ้มเมื่อจำหน้าได้ “อ้าว… นึกว่าหมาขี้เรื้อนที่ไหนหลงเข้ามา ที่แท้ก็ไอ้กวินทร์ น้องชายขี้แพ้ที่ถูกอัปเปหิออกจากบ้านไปนี่เอง! แกยังมีหน้ากลับมาเหยียบที่นี่อีกเหรอฮะ! สภาพเปียกมะลอกมะแลกเหมือนขอทานแบบนี้ คงจะซมซานกลับมาขอส่วนแบ่งมรดกล่ะสิ!”

รตี ภรรยาสาวไฮโซเดินกรีดกรายเข้ามายืนข้างสามี ปิดจมูกทำท่ารังเกียจ “ตายจริง กลิ่นสาบคนจนโชยมาแต่ไกลเลย รปภ. หายไปไหนหมด! มาลากตัวไอ้ขอทานนี่ออกไปทีสิ! วันนี้พวกเรากำลังฉลองความรวยกันอยู่ อย่าให้พวกบ้านนอกมาทำลายบรรยากาศ!”

แขกเหรื่อในงานต่างพากันหัวเราะเยาะและซุบซิบนินทา กวินทร์ยืนนิ่งสงบ ไม่สะทกสะท้านต่อคำดูถูก เขาก้าวเดินช้าๆ เข้ามากลางห้องโถง รองเท้าที่เปื้อนโคลนเหยียบย่ำลงบนพรมเปอร์เซียราคาหลักล้าน

“ฉลองความรวยงั้นเหรอ?” กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังจนทุกคนต้องขนลุก “แกขังพ่อแท้ๆ ไว้ในเล้าหมาหลังบ้าน ให้กินข้าวบูดๆ ในขณะที่พวกแกใส่เพชรใส่ทองกินแชมเปญ… พวกแกยังมีความเป็นคนเหลืออยู่บ้างไหม!”

“พ่อแท้ๆ งั้นเหรอ!” กรตวาดลั่น “ตาแก่นั่นมันหมดประโยชน์ไปแล้ว! มันโอนทุกอย่างให้ฉันแล้ว! ตอนนี้ฉันคือประธานของตระกูลอัครมหาศาล! แกมันก็แค่คนนอก ไม่มีสิทธิ์มาเห่าหอนในบ้านของฉัน!”

กวินทร์แค่นยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบจนกรต้องเสียวสันหลัง “บ้านของแก? ประธานตระกูลอัครมหาศาล?… แกแน่ใจเหรอไอ้ลูกกาฝาก!”

สิ้นคำพูดของกวินทร์ เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังกึกก้องกัมปนาทมาจากหน้าคฤหาสน์ รถตู้สีดำกันกระสุนนับสิบคันพุ่งเข้ามาจอดเทียบ ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำนับสิบคน ซึ่งเป็นบอดี้การ์ดและทีมทนายความระดับโลกจากอเมริกา ก้าวลงมาจากรถและบุกเข้ามาในคฤหาสน์ล้อมรอบตัวกรและรตีเอาไว้

“น… นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! พวกแกเป็นใคร เข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง!” กรหน้าซีดเผือด เริ่มลุกลาด

ชายวัยกลางคนในชุดทนายความเดินตรงเข้ามาโค้งคำนับกวินทร์อย่างนอบน้อมที่สุด “ท่านประธานครับ เอกสารการยึดทรัพย์และการเพิกถอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดพร้อมแล้วครับ รวมถึงหมายจับข้อหาพยายามฆ่าและฉ้อโกงด้วยครับ”

คำว่า ‘ท่านประธาน’ ทำให้กรและรตีช็อกจนตาค้าง!

กวินทร์ล้วงจดหมายของมารดาและเอกสารกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงออกมาฟาดลงบนโต๊ะกลางงานเลี้ยงอย่างรุนแรง!

“แกคิดว่าแม่ของฉันโง่ขนาดตามมารยาแกไม่ทันงั้นเหรอไอ้กร! แกหลอกให้พ่อเซ็นเอกสารเปล่า แต่แกไม่รู้เลยว่า แม่แอบโอนหุ้นทั้งหมดและกรรมสิทธิ์คฤหาสน์หลังนี้เข้ากองทุนของฉันไปตั้งแต่ก่อนแกจะวางยาพิษแม่แล้ว! บริษัทที่แกนั่งชูคอเป็นประธานอยู่ มันก็แค่เปลือกที่มีแต่หนี้สินนับพันล้าน! และบริษัทที่กว้านซื้อหนี้ของแกมาทั้งหมด… ก็คือ ‘เคดับเบิลยู กรุ๊ป’ ของฉันเอง!”

ความจริงที่ฟาดลงมาเปรียบเสมือนดาบประหารที่บั่นคอคนทรยศจนขาดสะบั้น! ร่างของกรทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น หน้าซีดไร้สีเลือด รตีถึงกับกรีดร้องลั่นจนเป็นลมล้มพับไป แขกเหรื่อไฮโซที่เคยหัวเราะเยาะบัดนี้ถอยกรูออกห่างราวกับพวกเขากลายเป็นตัวเชื้อโรค

“ม… ไม่จริง… แกโกหก! ฉันเป็นลูกคนโต ฉันต้องได้ทุกอย่าง!” กรละล่ำละลักพยายามคลานเข้ามากอดขากวินทร์ “กวินทร์! น้องรัก! เราเป็นพี่น้องกันนะ แกอย่าทำแบบนี้กับพี่เลยนะ!”

กวินทร์เตะเสยเข้าที่ยอดอกของพี่ชายจอมปลอมจนหงายหลังกระเด็น “อย่ามาเรียกฉันว่าน้อง! แกไม่ใช่สายเลือดอัครมหาศาล! แกมันก็แค่ฆาตกรเนรคุณที่ฆ่าแม่ของฉัน และทรมานพ่อของฉัน! ตำรวจ… ลากตัวมันไป! ยึดทรัพย์สินทุกอย่างของพวกมัน แม้แต่เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่มันใส่อยู่ก็ให้ถอดออกทิ้งไว้ที่นี่! ปล่อยให้มันเดินตัวเปล่าไปนอนในคุก!”

เสียงร้องไห้โหยหวนและคำสาปแช่งของกรและรตีดังก้องคฤหาสน์ขณะที่พวกเขาถูกตำรวจลากตัวออกไปอย่างอนาถที่สุด ท่ามกลางสายตาที่สมเพชเวทนาของทุกคน

เมื่อขยะถูกกวาดล้างออกไปจากบ้าน กวินทร์รีบวิ่งฝ่าสายฝนกลับไปที่กระท่อมท้ายสวน เขาอุ้มบิดาที่กำลังร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ชายหนุ่มพามหาเศรษฐีตัวจริงกลับเข้าไปในคฤหาสน์ที่อบอุ่นและสว่างไสว สั่งให้แม่บ้านนำน้ำอุ่นมาเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ดูดีที่สุดให้บิดา

คืนนั้น กวินทร์และบิดายืนอยู่หน้ารูปถ่ายของมารดาที่ประดับด้วยดอกกุหลาบสีขาว พวกเขาไม่ได้มีน้ำตาแห่งความทุกข์ทรมานอีกต่อไป แต่เป็นน้ำตาแห่งความยุติธรรมและการปลดแอก อิทธิพลและความร่ำรวยที่แท้จริงได้กลับคืนสู่ผู้ที่คู่ควร และความลับของมารดาได้ทำลายล้างความชั่วร้ายจนพินาศย่อยยับ ปิดฉากชีวิตของลูกเนรคุณให้ต้องจมปรักอยู่ในคุกที่มืดมิดไปชั่วกัปชั่วกัลป์.

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!