News

เงาดำแห่งความตายใต้พื้นเรือนรกร้าง: เมื่ออดีตหน่วยรบพิเศษผู้

ไร้ความกลัวเดิมพันชีวิตกับคฤหาสน์ผีสิง สู่การทลายรังค้ามนุษย์และเครือข่ายมัจจุราชที่สั่นสะเทือนไปทั้งแผ่นดิน!

ท่ามกลางผืนป่าสักอันรกทึบและเงียบสงบที่ทอดยาวอยู่ตามเชิงเขาชานเมืองเชียงใหม่ มีสิ่งก่อสร้างโบราณสไตล์โคโลเนียลหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ทว่าความโอ่อ่าในอดีตบัดนี้ถูกกลืนกินด้วยความน่าสะพรึงกลัว ชาวบ้านในละแวกนั้นต่างพากันขนานนามสถานที่แห่งนี้ว่า ‘คฤหาสน์อาถรรพ์’ หรือ ‘บ้านวิญญาณหลอน’ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเดินผ่านรั้วเหล็กดัดที่ขึ้นสนิมเกรอะกรังในช่วงเวลาหลังพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า เนื่องจากมักจะมีคนได้ยินเสียงโหยหวนอันน่าเวทนาของผู้หญิง เสียงโซ่ตรวนลากถูไปตามพื้นไม้กระดานเก่าๆ และเงาดำปริศนาที่มักจะเคลื่อนไหวไปมาตรงหน้าต่างชั้นสองอยู่เป็นประจำ คฤหาสน์หลังนี้ถูกปล่อยทิ้งร้างมานานกว่ายี่สิบปี เจ้าของเดิมผูกคอตายอย่างปริศนา และธนาคารพยายามนำออกประมูลขายทอดตลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่ว่านักลงทุนคนใดที่กล้าซื้อไป ก็มักจะถูกความสยดสยองขับไล่ให้ต้องวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกมาภายในเวลาไม่ถึงสามวัน พร้อมกับอาการประสาทหลอนจนต้องเข้าโรงพยาบาลบ้า!

จนกระทั่งในเช้าวันหนึ่งที่มีสายหมอกบางๆ ปกคลุม ป้ายประกาศขายทอดตลาดที่ผุพังหน้าบ้านก็ถูกปลดออก ท่ามกลางความตกใจและแปลกใจของชาวบ้าน รถจี๊ปทหารเก่าๆ คันหนึ่งก็ขับเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทที่หน้าบันไดมุข ผู้ที่ก้าวลงมาจากรถคือชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สมส่วน ใบหน้าคมคายดุดัน นัยน์ตาสีเข้มฉายแววเย็นชาและผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ที่หางคิ้วขวาปรากฏรอยแผลเป็นทางยาวอันเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นความตาย เขาคือ ‘ผู้กองภูผา’ อดีตนายทหารหน่วยรบพิเศษและผู้บังคับบัญชาหน่วยปฏิบัติการลับระดับพรีเมียม วัยสามสิบห้าปี ผู้เพิ่งตัดสินใจลาออกจากราชการหลังจากผ่านเหตุการณ์สะเทือนใจในสมรภูมิรบแนวหน้า ซึ่งคร่าชีวิตลูกทีมผู้เป็นพี่น้องร่วมสาบานไปจนหมดสิ้น

ภูผาไม่ได้มาคนเดียว ข้างกายเขามี ‘ชาโดว์’ สุนัขทหารพันธุ์เบลเยียม มาลินอยส์ (Belgian Malinois) เพศผู้ ร่างกายกำยำ ดวงตาสีอำพันที่ผ่านการฝึกฝนยุทธวิธีสนามรบมาอย่างโชกโชน ทั้งคู่ปลดประจำการพร้อมกันและเลือกที่จะมาใช้ชีวิตตัดขาดจากโลกภายนอก ณ สถานที่ที่ใครๆ ก็ต่างหวาดกลัว

“พ่อหนุ่ม! เอ็งคิดดีแล้วเร류ที่มาซื้อบ้านหลังนี้… ที่นี่มันกินคนนะ!” เสียงแหบพร่าของ ‘ป้าช้อย’ เจ้าของร้านค้าชุมชนปากซอยตะโกนเตือนด้วยความหวังดี ขณะที่ภูผาแวะซื้อน้ำดื่มและเสบียงกรัง “เมื่อก่อนเสี่ยเจ้าของบ้านก็ผูกคอตาย คนที่มาซื้อต่อก็เจอผีหลอกจนเป็นบ้ากันหมด ย้ายออกไปเถอะพ่อคุณ ป้าเตือนด้วยความหวังดี”

ภูผายิ้มมุมปากเล็กน้อย แววตาไร้ซึ่งความหวั่นเกรง “ขอบคุณที่เป็นห่วงครับป้า… แต่ผมรบกับคนเป็นๆ ที่จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตมาทั้งชีวิต ถ้าผีมันมีจริงอย่างที่คนเขาพูดกัน ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ผีมันจะทนกระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตรของผมได้สักกี่นัด”

พูดจบ ภูผาก็ขึ้นรถขับตรงเข้าสู่เขตรั้วคฤหาสน์อาทันที

เมื่อประตูไม้สักบานใหญ่ถูกเปิดออก กลิ่นอัปชื้นและกลิ่นสาบของกาลเวลาก็พัดปะทะใบหน้า ภายในบ้านเต็มไปด้วยหยากไย่ ฝุ่นหนาเตอะ และเฟอร์นิเจอร์โบราณที่คลุมด้วยผ้าขาวหม่นหมอง ภูผาไม่ได้แสดงอาการตื่นกลัวหรือระแวงแม้แต่น้อย เขากับชาโดว์ช่วยกันสำรวจโครงสร้างบ้านอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณทหาร อาคารหลักมีสามชั้น มีห้องหับมากมาย และมีห้องใต้หลังคาขนาดใหญ่ ส่วนด้านหลังบ้านเชื่อมต่อกับสวนป่ารกร้างที่ทอดตัวยาวไปถึงเชิงเขา

เมื่อยามค่ำคืนมาเยือน ความมืดมิดเข้าปกคลุมคฤหาสน์หลังใหญ่ พายุฝนฟ้าคะนองที่ตั้งเค้ามาตั้งแต่ช่วงเย็นก็โหมกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วง สายฟ้าแลบแปลบปลาบตามด้วยเสียงคำรามของฟ้าผ่าที่สะเทือนเลื่อนลั่น ไฟฟ้าในบ้านไม่มีทางใช้งานได้อยู่แล้ว ภูผากางเต็นท์สนามกันน้ำอย่างคล่องแคล่วไว้กลางโถงรับแขกชั้นล่าง จัดวางอาวุธปืนพกและกระสุนสำรองไว้ใกล้มืออย่างเป็นระเบียบ โดยมีชาโดว์นอนหมอบเฝ้าระวังภัยอยู่หน้าเต็นท์อย่างเงียบเชียบ

เวลาล่วงเลยจนกระทั่งถึง… เที่ยงคืนตรงเป๊ะ!

บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกขึ้นอย่างกะทันหัน สายฝนด้านนอกยังคงตกหนัก แต่ท่ามกลางเสียงฝนนั้น กลับมีเสียงประหลาดบางอย่างดังขึ้นจากชั้นสองของบ้าน!

“กรี๊ดดดดดดดดดดด!! ช่วยด้วยยยย! ใครก็ได้ช่วยฉันด้วยยย!!”

เสียงกรีดร้องของผู้หญิงโหยหวนดังลั่นทะลุเพดานลงมา ตามมาด้วยเสียงลากโซ่เหล็กหนักอึ้งกระทบกับพื้นไม้กระดาน แกรก… แกรก… โครมคราม! เสียงนั้นน่าสยดสยองและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทรมาน ชาโดว์ผุดลุกขึ้นยืนทันที ขนตามแนวสันหลังตั้งชัน ปากแยกเขี้ยวคำรามต่ำในลำคอด้วยความตื่นตัวขั้นสุด

ทว่า… ภูผากลับลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาของเขาไม่มีความตกใจกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความฉลาดเฉลียวและเยือกเย็น เขาเอื้อมมือไปคว้าไฟฉายยุทธวิธีความสว่างสูงและปืนพกคู่กายที่ขึ้นลำกล้องพร้อมยิง

“นิ่งไว้ชาโดว์… ได้เวลาไปพิสูจน์กันแล้วว่าเสียงที่ได้ยิน มันคือเสียงผีหรือเสียงคนปั้นน้ำเป็นตัว”

ภูผาก้าวเดินอย่างเงียบกริบไร้สุ้มเสียงขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดไปตามน้ำหนักเท้า เขาเดินตรงไปยังโถงทางเดินชั้นสองที่มืดมิด แหล่งกำเนิดเสียงมาจากห้องนอนใหญ่ปลายทางเดิน ประตูห้องเปิดแง้มไว้เล็กน้อย มีเงาดำตะคุ่มเคลื่อนไหวอยู่ด้านใน

ภูผาไม่รอช้า เขาถีบประตูห้องเปิดผางเข้าไปอย่างแรง พร้อมกับสาดส่องไฟฉายสناตไลต์กราดไปทั่วห้อง!

ทว่า… ภายในห้องกลับว่างเปล่า ไม่มีวิญญาณ ไม่มีผีสาง มีเพียงหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดรับลมฝนจนผ้าม่านปลิวไสว และกลิ่นอับชื้น ภูผาเดินเข้าไปสำรวจอย่างละเอียด เขาใช้ไฟฉายส่องกราดที่พื้นไม้ฝุ่นหนา… และวินาทีนั้นเอง สายตาอันเฉียบคมระดับหน่วยรบพิเศษของเขาก็สะดุดเข้ากับรอยบางอย่างที่พวกชาวบ้านไม่มีวันสังเกตเห็น

รอยเท้า… มันไม่ใช่รอยเท้าของภูตผีที่ไร้น้ำหนัก แต่เป็นรอยรองเท้าคอมแบททหารหรือรองเท้าบู๊ทหนาที่เปื้อนโคลนสดใหม่ และที่สำคัญ ตรงมุมห้องมีคราบหยดน้ำมันเครื่องสีดำสนิทหยดอยู่บนพื้นไม้!

“หึ… ผีสมัยนี้ใส่คอมแบทแถมยังขับรถเครื่องน้ำมันรั่วด้วยงั้นเหรอ?” ภูผาแสยะยิ้มเย็นเยียบ ความสงสัยในทีแรกแปรเปลี่ยนเป็นความมั่นใจเต็มร้อย คฤหาสน์หลังนี้ไม่ได้ถูกผีสิง แต่มันมี ‘กลุ่มคน’ ที่จงใจสร้างเรื่องหลอกผีเพื่อปกปิดความลับบางอย่างที่ชั่วช้าเกินกว่าจะจินตนาการ!

เช้าวันรุ่งขึ้น ภูผาไม่ได้ตื่นตระหนกหรือเก็บกระเป๋าหนีเหมือนเหยื่อรายก่อนๆ แต่เขากลับเปลี่ยนคฤหาสน์หลังนี้ให้กลายเป็น ‘ฐานปฏิบัติการทางยุทธวิธี’ ส่วนตัว เขาใช้เวลาทั้งวันในการติดตั้งกล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วระบบอินฟราเรดที่มองเห็นในความมืดสนิทไว้ตามมุมอับของทุกชั้น วางกับดักเลเซอร์เตือนภัยรอบตัวบ้าน และติดตั้งไมโครโฟนดักฟังเสียงความไวสูงเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปส่วนตัวของเขา ภูผาเตรียมพร้อมสรรพทั้งปืนกลมือ MP5 ติดตั้งกระบอกเก็บเสียง มีดสั้นคอมแบท และแว่นตามองกลางคืน (Night Vision Goggles)

คืนที่สอง… เวลาเที่ยงคืนตรงเป๊ะ เสียงกรีดร้องและเสียงลากโซ่ดังขึ้นอีกครั้งตามนัด!

แต่คราวนี้ ภูผานั่งไขว่ห้างสวมหูฟังยุทธวิธีอยู่ในห้องควบคุมชั่วคราวที่ชั้นหนึ่ง หน้าจอมอนิเตอร์ของเขาส่องภาพความร้อนและภาพอินฟราเรดได้อย่างชัดเจน ภาพที่ปรากฏบนจอทำให้ภูผาต้องกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ

ร่างเงาดำสามร่างสวมชุดดำสนิทและสวมไอ้โม่งปิดบังใบหน้า กำลังเดินยجย่งอยู่บนระเบียงชั้นสอง ในมือของพวกมันถืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นเครื่องเล่นเสียงบลูทูธขนาดพกพาที่เชื่อมต่อกับลำโพงกำลังขับสูงเพื่อเปิดเสียงกรีดร้องและเสียงโซ่ตบตาชาวบ้าน ส่วนอีกมือถือวิทยุสื่อสารคอยรายงานความเคลื่อนไหว

“พวกแกเล่นสนุกกันพอหรือยังไอ้พวกสวะ…” ภูผาลุกขึ้นยืน สวมแว่นมองกลางคืน หยิบปืนกลมือเก็บเสียงขึ้นมาพาดบ่า และส่งสัญญาณมือให้ชาโดว์เคลื่อนพล

การซุ่มโจมตีเริ่มขึ้นอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ภูผาพรางตัวไปในความมืดราวกับเงาของมัจจุราช เมื่อพวกสวมไอ้โม่งเดินลัดเลาะลงมาที่บันไดโถงกลางเพื่อเตรียมตัวถอยหนี ภูผาก็พุ่งเข้าชาร์จจากมุมมืดแบบไม่ให้ตั้งตัว!

พลั่ก! อั้ก! โอ๊ย!

ภูผาใช้ศิลปะการต่อสู้ประชิดตัวขั้นสูง (Close Quarters Combat – CQC) ซัดหมัดตรงเข้าที่ลิ้นปี่ของคนแรกจนตัวงอ ก่อนจะกระชากแขนหักศอกเสียงดังกร๊อบจนทรุดฮวบคาที่ คนที่สองตกใจสุดขีดพยายามจะชักปืนพกออกจากเอว แต่ชาโดว์พุ่งกระโจนเข้าขย้ำที่ท่อนแขนขวาอย่างแม่นยำจนปืนกระเด็นหลุดมือ สุนัขทหารกัดล็อกแน่นจนคนร้ายกรีดร้องลั่นบ้าน คนที่สามพยายามจะวิ่งหนีออกประตูหลัง แต่ภูผาดีดตัวพุ่งเข้าไปเตะตัดขาจนล้มคว่ำหน้ากระแทกพื้น สลบเหมือดไปในพริบตา

ภายในเวลาไม่ถึงสิบวินาที ‘ผี’ ทั้งสามตัวก็ถูกสยบราบคาบอยู่แทบเท้าของอดีตผู้กอง

ภูผากระชากไอ้โม่งของหัวหน้าแก๊งออกแล้วใช้เท้าเหยียบหน้าอกไว้ กดน้ำหนักลงจนหายใจไม่ออก “พูด! พวกแกเป็นใคร ใครจ้างมาสร้างเรื่องผีหลอกชาวบ้าน และเบื้องหลังบ้านหลังนี้มันมีความลับอะไรซ่อนอยู่ พูดความจริงออกมาก่อนที่ฉันจะเป่าสมองแกกระจาย!”

คนร้ายหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำเมื่อเห็นรังสีอำมหิตจากแววตาของภูผา “ย… ยอมแล้วครับพี่! ไว้ชีวิตผมด้วย! พวกผมเป็นแค่ลูกน้องของ ‘เสี่ยทรงพล’ เสี่ยสั่งให้พวกเรามาคอยแกล้งทำเป็นผีหลอกคน เพื่อไม่ให้ใครกล้าเข้าใกล้บ้านหลังนี้ เพราะ… เพราะว่าใต้ถุนบ้านหลังนี้มันมี…”

ทันใดนั้นเอง! ก่อนที่คนร้ายจะทันได้เอ่ยปากบอกความลับทั้งหมด เสียงกลไกหนักๆ ก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังชั้นหนังสือโบราณขนาดใหญ่ในห้องสมุด!

ครืดดด… คลิก!

ประตูลับที่ซ่อนอยู่อยบ่างแนบเนียนถูกผลักเปิดออก เผยให้เห็นบันไดหินที่ทอดยาวลงไปสู่ชั้นใต้ดินอันมืดมิด แสงไฟนีออนสว่างจ้าลอดขึ้นมา พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายฉกรรจ์ติดอาวุธสงครามครบมืออีกไม่ต่ำกว่าสิบคนกำลังเดินลาดตระเวนขึ้นมาตรวจความผิดปกติ!

ภูผารีบลากคอมือปืนทั้งสามคนหลบเข้ามุมมืดอย่างรวดเร็ว เขาประเมินสถานการณ์ในเสี้ยววินาที หากรอให้พวกมันขึ้นมาจะปะทะกันในบ้านซึ่งอาจเป็นอันตราย ทางเดียวที่จะจบเกมนี้ได้คือ… เขาต้องบุกเดี่ยวลงไปในรังเสือเบื้องล่าง!

ภูผาสั่งชาโดว์ด้วยกระแสเสียงกระซิบเด็ดขาด “ชาโดว์… เฝ้าข้างบน ล็อกตัวพวกมันไว้ อย่าให้ใครหนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว” สุนัขทหารพยักหน้ารับคำสั่งอย่างรู้ใจ

ภูผาชักปืนกลมือขึ้นมา ตรวจเช็คกระبرสุนในรังเพลิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ แทรกตัวเดินย่องตามบันไดหินลงสู่ชั้นใต้ดินอย่างเงียบกริบราวกับวิญญาณ

เมื่อภูผาย่างก้าวลงมาถึงชั้นใต้ดิน ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าผ่านแสงสลัวทำให้อดีตนายทหารผู้ผ่านศึกมาโชกโชนต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงและโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน!

ใต้ถุนคฤหาสน์ผีสิงแห่งนี้ ไม่ใช่สุสานหรือห้องเก็บสมบัติโบราณ… แต่มันคือ โรงงานผลิตยาเสพติดสังเคราะห์ขนาดยักษ์ และศูนย์กลางเครือข่ายค้ามนุษย์ข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ!

พื้นที่กว้างขวางหลายร้อยตารางเมตรถูกดัดแปลงเป็นห้องแล็บเคมี เต็มไปด้วยถังสารเคมีอันตรายและอุปกรณ์ผลิตยาเสพติด และที่น่าสลดหดหู่ใจยิ่งกว่านั้น คือโซนด้านในสุดที่มีกรงเหล็กดัดขนาดใหญ่หลายกรงตั้งเรียงราย ภายในกรงเหล็กเหล่านั้น มีหญิงสาวและเด็กผู้หญิงนับสิบคนที่ถูกลักพาตัวมา ถูกขังไว้ในสภาพอิดโรย เนื้อตัวมอมแมม หวาดกลัว และร้องไห้สะอึกสะอื้นเพื่อรอวันถูกส่งออกนอกประเทศ! เสียงกรีดร้องโหยหวนที่ชาวบ้านเคยได้ยินในยามค่ำคืน แท้จริงแล้วไม่ใช่เสียงผีสาง แต่เป็นเสียงร้องขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวดทรมานของเหยื่อเคราะห์ร้ายเหล่านี้ ซึ่งถูกขยายเสียงผ่านระบบท่อระบายอากาศและลำโพงที่เชื่อมต่อขึ้นไปบนบ้าน เพื่อสร้างข่าวลือเรื่องบ้านผีสิงขับไล่ผู้คนให้ออกห่างจากพื้นที่อันตราย!

“ไอ้พวกเดรัจฉานเอ๊ย… พวกมันทำกับเพื่อนมนุษย์ได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ” ภูผากัดฟันกรอดจนได้ยินเสียงบดกราม

ความโกรธแค้นแผดเผาจิตใจของอดีตทหารกล้า สัญชาตญาณนักรบที่ถูกฝึกมาเพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเต็มพิกัด ภารกิจนี้ไม่ใช่แค่การปราบปรามอาชญากรธรรมดา แต่มันคือการกวาดล้างขุมนรกบนดินให้สิ้นซาก!

ภูผาไม่รอช้า เขาปลดสลักระเบิดควันผสมแสงแฟลช (Flashbang) แล้วปาเข้าไปกลางโถงห้องแล็บใต้ดินทันที!

ปังงงง!! วิ้งงงงงงงง!

แสงสว่างวาบเจิดจ้าและเสียงระเบิดกึกก้องสะท้อนไปทั่วห้องใต้ดิน กลุ่มอาชญากรติดอาวุธนับสิบคนต่างพากันกรีดร้อง ตาบอดชั่วขณะ เซถลาล้มลุกคลานคลานด้วยความมึนงง

พริบตานั้นเอง ร่างของภูผาก็พุ่งทะยานออกจากเงาดำราวกับเสือดาวล่าเหยื่อ เขาเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงและแม่นยำไร้ที่ติ

ปุ๊! ปุ๊! ปุ๊!

เสียงเก็บเสียงจากปืนกลมือดังติดต่อกันอย่างเป็นจังหวะกระสุนทุกนัดพุ่งเข้ายิงสกัดที่แขนและขาของคนร้ายที่ถืออาวุธสงครามจนล้มลงทีละคนๆ ไม่มีกระสุนนัดไหนพลาดเป้าถึงตาย แต่เพียงพอที่จะทำให้พวกมันหมดสภาพการต่อสู้ ภูผาเคลื่อนตัวสลับซ้ายขวา ใช้เทคนิคการต่อสู้ระยะประชิดปลดอาวุธและฟาดศัตรูร่วงหล่นลงทีละคนอย่างเลือดเย็น พวกคนร้ายที่เหลือพยายามจะกราดยิงสลับมั่วซ้ำ แต่ความมืดและควันหนาทึบทำให้พวกมันมองไม่เห็นตัวภูผาเลยแม้แต่น้อย ราวกับเขาล่องหนได้ในสมรภูมิแห่งนี้!

“ใครวะ! ใครมันกล้าบุกรุกที่นี่! ยิงมันให้ตายสิเว้ย!”

เสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่งของ ‘เสี่ยทรงพล’ หัวหน้าขบวนการค้ายาและค้ามนุษย์ผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศดังขึ้น เสี่ยทรงพลหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก เขารีบวิ่งไปลากตัวเด็กสาวคนหนึ่งขึ้นมา เอาปืนจ่อขมับเธอไว้เป็นโล่กำบังเพื่อเอาชีวิตรอด

ภูผาโผล่ออกจากเสาปูนซีเมนต์ สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่เสี่ยทรงพล “ปล่อยเด็กคนนั้นซะ… แล้วแกจะตายอย่างสบายที่สุด”

“แกเป็นใครวะไอ้หน้าโง่! อยากเก่งนักใช่ไหม? ก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว นังเด็กนี่สมองกระจายคามือกูแน่!” เสี่ยทรงพลขู่ตะคอกเสียงสั่น เครียดจัดจนเหงื่อกาฬแตกพลั่ก

บรรยากาศในห้องใต้ดินตึงเครียดถึงขีดสุด หญิงสาวและเด็กๆ ในกรงต่างพากันร้องไห้โฮด้วยความกลัวว่าจะต้องตาย ภูผาแสร้งทำเป็นนิ่งเงียบเพื่อประเมินระยะ เขาสะท้อนมองกระจกเศษเหล็กที่ตกอยู่บนพื้นเพื่อคำนวณมุมยิง… แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!

โฮกรรก!!

เสียงคำรามกึกก้องดังมาจากช่องระบายอากาศบนเพดาน ‘ชาโดว์’ สุนัขทหารผู้ภักดีที่จัดการพวกข้างบนเสร็จแล้ว ได้มุดช่องระบายอากาศตามลงมา และกระโดดพุ่งทะยานลงมาจากเพดานตรงเข้าขย้ำที่แขนข้างที่ถือปืนของเสี่ยทรงพลอย่างเต็มแรง!

“อ๊ากกกก!! ไอ้หมาบ้า! ปล่อยกู!” เสี่ยทรงพลแผดเสียงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดสุดขีด ปืนพกในมือหลุดร่วงกระแทกพื้น เด็กสาวสะบัดตัวหลุดรอดจากการเป็นตัวประกันได้อย่างปลอดภัย

ภูผาไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เขาพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวด้วยความเร็วแสง หมุนตัวเตะก้านคอเสี่ยทรงพลอย่างเต็มแรงจนร่างอ้วนท้วนลอยละลิ่วกระแทกเข้ากับกรงเหล็กอย่างจัง สลบเหมือดคาที่นอนแน่นิ่งไปทันที

การต่อสู้อันดุเดือดและเดิมพันด้วยชีวิตยุติลงภายในเวลาเพียงสิบห้านาที ขุมนรกใต้คฤหาสน์ผีสิงถูกกวาดล้างจนราบคาบด้วยฝีมือของชายหนุ่มเพียงคนเดียวและสุนัขคู่ใจ ภูผารีบวิ่งไปหากล่องกุญแจที่โต๊ะทำงานของเสี่ยทรงพล ไขปลดล็อกกรงเหล็กทุกกรงด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อยจากความตื่นตัว

“ปลอดภัยแล้วครับ… ทุกคนปลอดภัยแล้ว ไม่มีใครทำร้ายพวกคุณได้อีกต่อไป” ภูผาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและอ่อนโยนที่สุด ตรงข้ามกับภาพนักรบผู้เหี้ยมเกราะเมื่อครู่ หญิงสาวและเด็กๆ ต่างโผเข้ากอดขอบคุณเขา ร้องไห้โฮออกมาด้วยความตื้นตันใจราวกับได้เกิดใหม่

หลังจากนั้นทันที ภูผาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายตรงถึง พลตำรวจโทสาริศ เพื่อนสนิทและผู้บัญชาการตำรวจกองปราบปรามพิเศษจากส่วนกลาง (เขาจงใจไม่แจ้งตำรวจท้องที่เพราะเกรงใจเครือข่ายส่วยและเกลือเป็นหนอนในพื้นที่) ไม่ถึงชั่วโมงต่อมา ขบวนรถตำรวจคอมมานโดและรถพยาบาลนับสิบคันก็บุกเข้าปิดล้อมคฤหาสน์อาถรรพ์อย่างอุกฉุกเฉิน ขบวนการค้ามนุษย์และค้ายารายใหญ่ถูกทลายลงอย่างราบคาบ เสี่ยทรงพลและสมุนชั่วทั้งหมดถูกใส่กุญแจมือลากตัวขึ้นรถผู้ต้องขัง ทรัพย์สินเงินสดนับร้อยล้านและของกลางถูกยึดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ข่าวนี้กลายเป็นพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งสะเทือนขวัญไปทั่วประเทศ ความจริงถูกเปิดเผยว่า ‘บ้านวิญญาณหลอน’ ที่ผู้คนหวาดกลัว ที่จริงแล้วเป็นแค่ฉากบังหน้าของแก๊งอาชญากรใจทมิฬที่ใช้ความกลัวของชาวบ้านมาเป็นเกราะกำบังในการทำชั่ว

เวลาผ่านไปหลายเดือน… คฤหาสน์ที่เคยถูกตราหน้าว่าน่ากลัวและอัปมงคล ได้รับการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่ด้วยเงินทุนส่วนตัวของภูผาและเงินรางวัลนำจับจากรัฐบาล มันถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ‘บ้านแสงตะวัน’ ภูผาอุทิศสถานที่แห่งนี้ให้กลายเป็นสถานสงเคราะห์ ศูนย์ฟื้นฟูสภาพจิตใจ และศูนย์ฝึกอาชีพสำหรับผู้หญิงและเด็กที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ เสียงกรีดร้องโหยหวนในยามค่ำคืนอันน่ากลัว ได้ถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะอันสดใสและรอยยิ้มของเด็กๆ ที่วิ่งเล่นกันอย่างมีความสุขในสวนดอกไม้

ส่วนอดีตผู้กองภูผาผู้เคยเย็นชาและไร้จุดหมายในชีวิต บัดนี้ ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มที่อบอุ่นและมีความสุขที่สุด เขายืนกอดอกมองดูเด็กๆ วิ่งเล่นท่ามกลางแสงแดดยามเย็น โดยมีชาโดว์สุนัขคู่ใจนั่งหมอบเอาหัวเกยเท้าอย่างจงรักภักดี ภูผาได้ค้นพบแล้วว่า… ภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและทรงคุณค่าที่สุดของลูกผู้ชายชาติทหาร ไม่ใช่การถือปืนเข้าห้ำหั่นศัตรูในสนามรบ แต่มันคือการได้ปกป้อง ดูแล และมอบ ‘ชีวิตใหม่’ ให้กับผู้บริสุทธิ์เหล่านี้นี่เอง.

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!