News

หยาดน้ำตาสีเลือดกับความแค้นที่ไม่มีวันดับ: เมื่อ 11

ทรชนรุมทำร้ายแก้วตาดวงใจ สู่การเปิดประตูนรกของ ‘ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ’ ที่จะล้างบางพวกมันให้สิ้นซาก!

พายุฝนโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งในค่ำคืนที่มืดมิด เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องกลบเสียงสรรพสิ่งรอบฐานทัพแนวหน้าของหน่วยรบพิเศษ ‘พยัคฆ์ทมิฬ’ สถานที่ที่เต็มไปด้วยชายฉกรรจ์ผู้ผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน แต่ทว่าคืนนี้… ความเยือกเย็นของค่ายทหารกลับถูกทำลายลงด้วยร่างบอบบางที่เดินโซเซฝ่าสายฝนมาล้มลงที่หน้าประตูค่าย

“ช… ช่วยด้วย…”

ทหารเวรยามรีบวิ่งเข้าไปประคองร่างที่เปียกปอนนั้น ก่อนที่ดวงตาของพวกเขาจะเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ร่างของเด็กสาววัยสิบเก้าปีเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียว เสื้อผ้าฉีกขาดหลุดลุ่ย เลือดสีสดผสมกับน้ำฝนไหลอาบใบหน้าที่เคยงดงามและสดใส

เธอคือ ‘น้ำฟ้า’ ลูกสาวเพียงคนเดียวของ ‘ผู้บัญชาการภูผา’ ชายผู้เป็นดั่งมัจจุราชแห่งสนามรบ ผู้คุมกองกำลังรบพิเศษที่อันตรายที่สุดในประเทศ!

ข่าวการมาถึงของน้ำฟ้าแพร่สะพัดไปถึงกองบัญชาการอย่างรวดเร็ว ภูผาที่เพิ่งกลับจากการนำทีมปฏิบัติการลับ วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องพยาบาลของฐานทัพ หัวใจของชายชาติทหารที่เคยแข็งแกร่งดั่งหินผากำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ เมื่อเห็นแก้วตาดวงใจนอนสะอื้นอยู่บนเตียงด้วยความหวาดกลัว

“ฟ้า… น้ำฟ้าลูกพ่อ ใครทำลูก? บอกพ่อมา… ใครหน้าไหนมันกล้าทำกับลูกแบบนี้!” ภูผาคุกเข่าลงข้างเตียง กุมมือที่สั่นเทาของลูกสาวไว้แน่น น้ำเสียงที่เคยใช้สั่งการอย่างเฉียบขาดบัดนี้สั่นเครือไปด้วยความเจ็บปวดและไฟแค้น

น้ำฟ้าโผเข้ากอดพ่อ ร้องไห้จนตัวโยน “พวกมัน… พวกมันมีสิบเอ็ดคนค่ะพ่อ มันหลอกฟ้าไปที่โกดังร้าง… ฟ้าพยายามสู้ ฟ้าพยายามหนี แต่มันรุมซ้อมฟ้า… ฟ้าเจ็บเหลือเกินค่ะพ่อ…”

ประโยคนั้นเปรียบเสมือนสลักระเบิดที่ถูกดึงออก

สิบเอ็ดคน… รุมทำร้ายเด็กผู้หญิงตัวเปล่าๆ เพียงคนเดียว!

บรรยากาศในห้องพยาบาลเย็นเยียบลงกะทันหัน ทหารหน่วยรบพิเศษที่ยืนอารักขาอยู่ด้านนอกต่างกำหมัดแน่น พวกเขารักและเอ็นดูน้ำฟ้าเหมือนลูกหลานในสายเลือด เมื่อดวงใจของผู้บัญชาการถูกย่ำยี มันก็เท่ากับเป็นการเหยียบหน้าหน่วยพยัคฆ์ทมิฬทั้งหน่วย!

ภูผาลูบผมลูกสาวอย่างอ่อนโยน จุมพิตลงบนหน้าผากที่เต็มไปด้วยรอยช้ำ “หลับซะนะคนดีของพ่อ เมื่อลูกตื่นขึ้นมา… ฝันร้ายทั้งหมดจะจบลง”

ชายหนุ่มวัยสี่สิบปลายๆ ลุกขึ้นยืน นัยน์ตาที่เคยอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นแววตาของนักล่าที่พร้อมจะฉีกกระชากเหยื่อให้ขาดสะบั้น เขาเดินออกจากห้องพยาบาล ตรงไปยังห้องเก็บอาวุธยุทธวิธีโดยไม่มีคำสั่งใดๆ หลุดออกจากปาก แต่ทว่า… ลูกน้องคนสนิทระดับพระกาฬหกคนกลับเดินตามหลังเขามาอย่างเงียบๆ พวกเขาสวมชุดปฏิบัติการสีดำสนิท หยิบปืนพก มีดสั้น และระเบิดควันมาสวมใส่ราวกับรู้ใจ

“ท่านครับ… พวกเราพร้อมเสมอ สำหรับงานที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึง” รองผู้บัญชาการกล่าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม

ภูผาหันไปมองลูกน้อง สวมถุงมือหนังสีดำและหยิบมีดคอมแบทเล่มเก่งขึ้นมา “คืนนี้ฉันไม่ใช่ผู้บัญชาการ แต่เป็นแค่พ่อที่มาทวงความยุติธรรมให้ลูกสาว… จับพวกมันแบบเป็นๆ ฉันต้องการให้พวกมันรู้ว่า ‘นรก’ บนดินมันทรมานแค่ไหน”

ณ คลับวีไอพีหรูหราบนชั้นดาดฟ้าของตึกระฟ้าใจกลางเมือง กลุ่มวัยรุ่นลูกผู้มีอิทธิพลสิบเอ็ดคนกำลังชนแก้วฉลองชัยชนะอย่างบ้าคลั่ง นำโดย ‘กวิน’ ลูกชายนักการเมืองใหญ่ที่คิดว่าเงินและอำนาจของพ่อสามารถซื้อได้ทุกอย่าง พวกมันหัวเราะร่วนเมื่อนึกถึงเด็กสาวที่ดิ้นรนหนีตายจากโกดังร้างเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน

“นังนั่นมันดวงแข็งว่ะ วิ่งหนีไปได้ แต่ป่านนี้คงไปนอนตายห่าอยู่ข้างถนนแล้วมั้ง!” กวินหัวเราะเยาะ “ถึงมันจะรอดไปแจ้งความ ตำรวจที่ไหนจะกล้าจับพวกเราวะ พ่อกูคุมทั้งจังหวัด!”

แต่เสียงหัวเราะของพวกมันก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อไฟฟ้าในคลับหรูดับวูบลงกะทันหัน!

ความมืดมิดเข้าปกคลุม เสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มเงียบหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่เริ่มติดขัดของพวกคนบาป

เพล้ง!!!

กระจกบานใหญ่รอบคลับแตกกระจายพร้อมกันจากแรงระเบิดควัน (Smoke Grenade) ที่ถูกโยนเข้ามา ควันสีเทาพวยพุ่งบดบังวิสัยทัศน์ กวินและพวกพยายามร้องตะโกนเรียกการ์ด แต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ เพราะการ์ดนับสิบคนด้านนอกถูกจัดการสลบเหมือดไปหมดแล้วภายในเวลาไม่ถึงสามนาที

ท่ามกลางกลุ่มควัน เงาดำทะมึนหลายร่างเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและไร้เสียงดั่งภูตผี

“อ๊ากกกก!” เสียงร้องโหยหวนของหนึ่งในกลุ่มทรชนดังขึ้น ก่อนที่ร่างของมันจะถูกเตะอัดเข้ากับกำแพงจนกระดูกซี่โครงหักดังกร๊อบ!

“เฮ้ย! ใครวะ! จับมัน!” กวินตะโกนอย่างเสียขวัญ

แต่พวกมันที่เก่งแต่กับผู้หญิงตัวเปล่า จะเอาอะไรไปสู้กับเครื่องจักรสังหารที่ถูกฝึกมาเพื่อเด็ดหัวศัตรูระดับชาติ!

เพียงไม่กี่อึดใจ ชายฉกรรจ์ทั้งสิบเอ็ดคนที่เคยกร่างและเย่อหยิ่ง บัดนี้ลงไปนอนกองกับพื้น ร่างกายสะบักสะบอม กระดูกแขนและขาถูกหักและปลดข้อต่อออกอย่างเชี่ยวชาญเพื่อไม่ให้พวกมันขยับตัวหรือหนีไปไหนได้ เสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วห้อง

ไฟสปอตไลต์ดวงเล็กถูกเปิดขึ้น สาดส่องไปยังร่างที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้อง ภูผาก้าวเดินช้าๆ เข้ามาก้มมองกวินที่นอนหน้าอาบเลือด ร่างกายสั่นเทาเป็นลูกนก

“ม… มึงเป็นใคร! มึงรู้ไหมว่าพ่อกูเป็นใคร! พ่อกูจะสั่งเก็บพวกมึงให้หมด!” กวินขู่ด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

ภูผาแสยะยิ้มเย็นชา เขาเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อของกวินแล้วกระชากขึ้นมาจนเท้าลอยจากพื้น “กูไม่สนว่าพ่อมึงเป็นใคร… แต่กูคือคนที่มึงเพิ่งรุมซ้อมลูกสาวของกูไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน!”

ดวงตาของกวินเบิกโพลง ความกลัวสุดขีดแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง เมื่อเขาตระหนักได้ว่าเหยื่อที่พวกเขารุมทำร้าย คือลูกสาวของพญามัจจุราช!

“สิบเอ็ดคน… รุมเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีทางสู้” น้ำเสียงของภูผาราบเรียบแต่น่าขนลุก “ตอนที่ลูกสาวกูร้องขอชีวิต พวกมึงหัวเราะใช่ไหม? ตอนที่ลูกกูเจ็บปวด พวกมึงสนุกมากใช่ไหม?”

พลั่ก!!!

หมัดที่หนักหน่วงราวกับค้อนเหล็กกระแทกเข้าที่ใบหน้าของกวินจนฟันร่วงออกมาหลายซี่ ภูผาปล่อยร่างของมันลงกับพื้น ก่อนจะเหยียบซ้ำลงบนท่อนแขนของมันจนได้ยินเสียงกระดูกแตกหักชัดเจน

“อ๊ากกกก! ยอมแล้ว! ผมขอโทษ! อย่าฆ่าผม!” ทรชนที่เหลือต่างพนมมือไหว้ ร้องไห้ฟูมฟาย ร้องขอชีวิตอย่างน่าสมเพช หมดสิ้นคราบของลูกผู้ดีที่เคยโอ้อวด

“ความตายมันง่ายเกินไปสำหรับพวกมึง” ภูผามองเศษสวะบนพื้นด้วยสายตาขยะแขยง “ฉันจะปล่อยให้พวกมึงมีชีวิตอยู่… อยู่ในสภาพที่ต้องนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิต และเมื่อตำรวจมาถึง พวกเขาจะพบแฟ้มประวัติอาชญากรรม ค้ายา และฉ้อโกงของครอบครัวพวกมึงทุกอย่างที่หน่วยข่าวกรองของกูรวบรวมไว้… พ่อของพวกมึงจะหมดอำนาจ สมบัติจะถูกยึด และพวกมึงจะต้องไปชดใช้กรรมในคุกนรก!”

ภูผาหันหลังเดินกลับออกไปในความมืด ทิ้งให้ 11 ทรชนนอนจมกองเลือดและน้ำตา รอคอยการจับกุมที่จะเปลี่ยนชีวิตอันหรูหราของพวกมันให้กลายเป็นฝันร้ายที่ไม่มีวันตื่น

เช้าวันรุ่งขึ้น ข่าวการทลายแก๊งลูกผู้มีอิทธิพลและเครือข่ายทุจริตดังกระฉ่อนไปทั่วประเทศ ไม่มีใครรู้ว่า ‘กองกำลังปริศนา’ ใดที่เป็นผู้ลงมือ แต่ความยุติธรรมที่หายไปนานได้กลับคืนมาสู่สังคมอีกครั้ง

ที่โรงพยาบาลทหาร… แสงแดดอุ่นๆ ยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องพักฟื้น น้ำฟ้าค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เธอมองเห็นใบหน้าที่อ่อนล้าแต่เปี่ยมไปด้วยความรักของพ่อที่นั่งจับมือเธออยู่ข้างเตียงไม่ยอมห่าง

“พ่อคะ…”

“พ่ออยู่นี่แล้วลูก… ไม่มีใครทำร้ายลูกได้อีกแล้ว” ภูผายิ้มบางๆ ลูบศีรษะลูกสาวอย่างทะนุถนอม

ความเจ็บปวดอาจต้องใช้เวลาเยียวยา แต่สิ่งที่น้ำฟ้ารับรู้ได้ในวินาทีนี้คือ… ต่อให้โลกทั้งใบจะโหดร้ายกับเธอมากแค่ไหน แต่อ้อมกอดของพ่อ ผู้บัญชาการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอ จะเป็นเกราะกำบังที่แข็งแกร่งและปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอเสมอและตลอดไป.

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!