News

รอยร้าวใต้ชุดเก่า: เมื่อสามีทรยศควงชู้รักไปงานหรูและทิ้งฉันไว้ก้นครัว…

สู่การแก้แค้นที่ทำให้เขาต้องคุกเข่าอ้อนวอนแทบเท้า เมื่อรู้ว่า ‘ท่านประธานใหญ่’ ตัวจริงคือใคร!

“ชุดย้วยๆ สีซีดๆ แบบนั้นน่ะ ถอดทิ้งไปเป็นผ้าขี้ริ้วได้แล้วนะรินทร์ เห็นแล้วมันเจริญหูเจริญตาตรงไหน”

เสียงทุ้มที่เคยพร่ำบอกรักฉันเมื่อห้าปีก่อน บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความรำคาญและเหยียดหยาม ‘กวินทร์’ สามีที่ฉันร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยมาตั้งแต่เขายังเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนธรรมดา กำลังยืนผูกเนกไทแบรนด์เนมราคาแพงอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ เขาสวมสูทสั่งตัดที่เข้ารูปพอดีตัว ดูหล่อเหลาและภูมิฐานสมกับตำแหน่ง ‘ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด’ ที่เขาเพิ่งได้รับโปรโมทมาหมาดๆ

ฉันก้มลงมองชุดกระโปรงผ้าฝ้ายสีมอๆ ของตัวเอง มันอาจจะเก่าและไร้ราคาในสายตาเขา แต่เขาคงลืมไปแล้วว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เขาเอาไปซื้อเสื้อผ้าหรูหรา รถสปอร์ตยุโรป หรือแม้แต่คอนโดใจกลางเมือง ล้วนมาจากการที่ฉันยอมประหยัดอดออม ทำงานบ้านงกๆ และแอบใช้ ‘เส้นสาย’ ดันหลังเขาอย่างเงียบๆ เพื่อให้เขาไปถึงฝั่งฝัน

“วันนี้คุณกวินทร์จะไปงานเลี้ยงของบริษัทไม่ใช่เหรอคะ ให้รินทร์ไปด้วยไหม รินทร์เตรียมชุดไว้แล้ว…” ฉันเอ่ยถามเสียงเบา พยายามระงับความเจ็บปวดในอก

“จะบ้าเหรอ!” กวินทร์หันมาตวาด “งานคืนนี้คืองานกาล่าระดับวีไอพีของ ‘ทีแอนด์เค กรุ๊ป’ บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เพิ่งเข้ามาเทกโอเวอร์บริษัทเรานะ! ขืนฉันพาเมียที่แต่งตัวเป็นป้าเพิงหมาแหงนแบบเธอไป คนเขาก็ได้หัวเราะเยาะฉันตายพอดี! เธออยู่เฝ้าบ้าน ล้างจาน ซักผ้าไปนั่นแหละ งานระดับนี้มันไม่ใช่ที่สำหรับคนอย่างเธอ”

ปี๊น! ปี๊น!

เสียงแตรรถยุโรปคันหรูดังขึ้นที่หน้าบ้าน ฉันมองออกไปทางหน้าต่างและเห็น ‘นิตยา’ เลขาสาวทรงโตของกวินทร์ นั่งไขว่ห้างอยู่เบาะหลัง เธอสวมชุดราตรีเกาะอกสีแดงเพลิงผ่าลึกจนเห็นสัดส่วน ปากที่เคลือบลิปสติกสีสดแสยะยิ้มเยาะเย้ยมาทางหน้าต่างบ้านที่ฉันยืนอยู่

“นิตยาเขามารับฉันแล้ว วันนี้ฉันจะควงเขาไปในฐานะพาร์ทเนอร์ เธออย่าเรื่องมากและอย่าโทรตามฉันเด็ดขาด เข้าใจไหม? วันนี้ท่านประธานใหญ่คนใหม่จะมาปรากฏตัวเป็นครั้งแรก ฉันต้องทำคะแนนให้ดีที่สุด!”

พูดจบเขาก็คว้ากระเป๋าเอกสาร เดินกระแทกเท้าออกจากบ้านไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองฉัน กวินทร์เดินไปขึ้นรถ ก่อนจะก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากของนิตยาอย่างดูดดื่มเย้ยฟ้าท้าดิน แล้วรถคันนั้นก็แล่นออกไปสู่แสงสีของค่ำคืน

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมบ้านหลังเล็กๆ ของเรา แต่น่าแปลกที่ครั้งนี้… ฉันกลับไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว รอยร้าวในใจที่สะสมมานานมันแตกสลายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเย็นชาที่จับตัวเป็นก้อนน้ำแข็ง

ฉันก้มลงมองชุดเก่าๆ ของตัวเอง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างสมเพชในความโง่เขลาของตัวเอง ฉันพยายามเล่นบท ‘ภรรยาแสนดีที่สู้ชีวิต’ เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้ของเขามีอยู่จริง แต่ในเมื่อเขามองเห็นความเสียสละของฉันเป็นเพียงความน่ารำคาญ และเลือกที่จะหักหลังฉันอย่างหน้าด้านๆ… บททดสอบนี้ก็ถือว่าสิ้นสุดลง

ฉันเดินกลับเข้าไปในห้องนอน หยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าขึ้นมา แล้วกดโทรออกหาเบอร์ที่ฉันไม่ได้ติดต่อมานานถึงสามปีเต็ม

“ฮัลโหล… คุณพ่อบ้านเฉินคะ” ฉันกรอกเสียงที่เปลี่ยนจากความอ่อนหวานเป็นความเด็ดขาดและทรงอำนาจ “เตรียมชุดราตรีโอต์กูตูร์ที่ส่งตรงจากปารีส และเครื่องเพชรเซ็ต ‘น้ำตาแห่งมหาสมุทร’ ให้ฉันที ส่งช่างแต่งหน้าทำผมระดับท็อปมาที่เซฟเฮ้าส์ด่วนที่สุด… อ้อ แล้วก็เตรียมรถโรลส์-รอยซ์ แฟนธอม มารับฉันด้วยค่ะ”

ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงสั่นเครือด้วยความปีติยินดีของชายชราจะดังขึ้น “ค… คุณหนู! ในที่สุดคุณหนูก็ยอมกลับมาแล้ว! กระผมจะจัดการทุกอย่างให้พร้อมภายในครึ่งชั่วโมงครับ ท่านประธานใหญ่!”

ณ ห้องบอลรูมสุดหรูของโรงแรมระดับเจ็ดดาว แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลนับร้อยดวงส่องประกายระยิบระยับ แขกเหรื่อในงานล้วนเป็นนักธุรกิจระดับแนวหน้าของประเทศและบอร์ดบริหารระดับสูง กวินทร์ควงแขนนิตยาเดินเฉิดฉายไปทั่วงาน เขาทำตัวกร่าง พูดจาโอ้อวดราวกับว่าตัวเองเป็นเจ้าของบริษัทเสียเอง

“พี่กวินทร์คะ นิตื่นเต้นจังเลยค่ะ คืนนี้ท่านประธานใหญ่จะมาจริงๆ ใช่ไหมคะ ถ้านิได้ถ่ายรูปคู่กับท่าน นิคงเอาไปอวดเพื่อนได้ทั้งปีเลย!” นิตยาออดอ้อนพลางเบียดหน้าอกหน้าใจเข้าหาแขนของเขา

“แน่นอนจ้ะที่รัก ระดับพี่ซะอย่าง คืนนี้พี่เตรียมพรีเซนต์ผลงานไว้เพียบ รับรองว่าท่านประธานจะต้องประทับใจและเลื่อนขั้นให้พี่เป็นรองประธานกรรมการแน่ๆ… โชคดีจริงๆ ที่พี่ไม่หนีบเอายัยป้าแก่ที่บ้านมาด้วย ไม่งั้นคงเป็นตัวถ่วงความเจริญแน่ๆ” กวินทร์หัวเราะเยาะอย่างอารมณ์ดี

แต่แล้ว… เสียงพูดคุยจอแจในห้องบอลรูมก็เงียบกริบลงราวกับมีใครมากดปุ่มปิดเสียง เมื่อพิธีกรบนเวทีประกาศใส่ไมโครโฟนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ! บัดนี้ถึงเวลาอันเป็นมงคลสูงสุดแล้ว ขอเชิญทุกท่านพบกับ ผู้ถือหุ้นใหญ่ร้อยละแปดสิบ และประธานกรรมการบริหารสูงสุดของ ทีแอนด์เค กรุ๊ป… คุณดารินทร์ อัครมหาไพศาล ครับ!!”

ประตูไม้แกะสลักบานยักษ์ถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ดชุดดำนับสิบคน แสงแฟลชจากนักข่าวสาดส่องไปที่หน้าประตูราวกับพายุ

หญิงสาวรูปร่างระหงก้าวเข้ามาในงานด้วยท่วงท่าที่สง่างามและทรงอำนาจราวกับนางพญา เธอสวมชุดราตรีเปิดไหล่สีน้ำเงินเข้มที่ปักด้วยคริสตัลชวารอฟสกี้ทั้งตัว ลำคอระหงประดับด้วยสร้อยเพชรบลูแซฟไฟร์เม็ดโตที่ส่องประกายจนแสบตา ใบหน้าที่เคยไร้เครื่องสำอาง บัดนี้ถูกแต่งแต้มอย่างโฉบเฉี่ยว ดุดัน และสวยสง่าจนสะกดทุกลมหายใจของผู้คนในงาน

กวินทร์ที่กำลังถือแก้วแชมเปญอยู่ถึงกับเบิกตากว้างจนแทบถลน แก้วในมือหล่นเพล้ง! แตกกระจายเต็มพื้น

“ร… รินทร์!?” กวินทร์ครางออกมาเสียงหลง หน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี เขาขยี้ตาตัวเองซ้ำๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด

เขาพุ่งตัวแหวกฝูงชนเข้าไปขวางทางหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ทันที “นี่เธอมาทำบ้าอะไรที่นี่! ไปขโมยชุดใครมาใส่! รปภ.! รปภ.อยู่ไหน มาลากยัยผู้หญิงบ้าคนนี้ออกไปเดี๋ยวนี้ เธอเป็นแค่เมียแต่งที่อยู่ก้นครัวของฉัน แอบลักลอบเข้ามาในงานของท่านประธานได้ยังไง!”

นิตยารีบวิ่งตามมาสมทบ แสยะยิ้มเยาะเย้ยอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือ “อุ๊ยตาย! หน้าด้านจริงๆ เลยนะคะพี่รินทร์ ถึงขนาดไปเช่าชุดปลอมๆ เครื่องเพชรเก๊ๆ มาตามหาสามีถึงในงาน ไพร่ก็คือไพร่อยู่วันยันค่ำแหละค่ะ รีบไสหัวออกไปก่อนที่ตำรวจจะมาจับดีกว่านะคะ!”

บรรยากาศในงานตึงเครียดขึ้นมาทันที แขกทั้งงานต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แต่ไม่มีใครกล้าขยับตัว ยกเว้น ‘คุณสมเกียรติ’ ซีอีโอวัยหกสิบปี ผู้บริหารระดับสูงที่กวินทร์ทำงานอยู่ใต้บังคับบัญชา ซีอีโอรีบวิ่งหน้าตั้งเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง เหงื่อแตกพลั่ก เขาไม่ได้เรียกรปภ. มาจับตัวฉัน แต่เขากลับง้างมือขึ้นสุดแขน…

เพียะ!!!

ฝ่ามือหนักๆ ของซีอีโอฟาดลงบนหน้าของกวินทร์อย่างเต็มแรงจนชายหนุ่มเสียหลักล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น นิตยากรี๊ดลั่นด้วยความตกใจและรีบถอยกรูดไปด้านหลัง

“ไอ้กวินทร์! แกทำบ้าอะไรของแก! แกอยากตายหรือไงถึงได้ไปชี้หน้าด่า ‘ท่านประธานใหญ่’ ของเราแบบนั้น!!” ซีอีโอตวาดลั่นจนเสียงก้องไปทั่วห้องบอลรูม

“ท… ท่านประธาน? ท่านประธานอะไรกันครับบอส!” กวินทร์กุมแก้มที่บวมแดงของตัวเอง มองซีอีโอสลับกับฉันด้วยความสับสนและตื่นตระหนกสุดขีด “ม… ไม่ใช่นะครับบอส! นี่รินทร์ เมียของผมเอง เธอเป็นแค่ผู้หญิงยากจนที่ผมรับมาเลี้ยงดู…”

“หุบปากสกปรกๆ ของแกเดี๋ยวนี้!!”

ฉันเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำเสียงของฉันไม่ได้นุ่มนวล อดทน และยอมคนเหมือน ‘รินทร์’ คนเดิมอีกต่อไป แต่มันเยือกเย็น ทรงอำนาจ และเชือดเฉือนจนกวินทร์ถึงกับสะดุ้งสุดตัว ฉันก้าวเข้าไปใกล้กวินทร์ที่นั่งกองอยู่บนพื้น ก้มมองลงมาที่เขาด้วยสายตาที่เหยียดหยามและสมเพชที่สุดในชีวิต

“ฉันชื่อ ‘ดารินทร์ อัครมหาไพศาล’ ทายาทเพียงคนเดียวของ ทีแอนด์เค กรุ๊ป… ผู้หญิงที่คุณตราหน้าว่าเป็นป้าเพิงหมาแหงน และทิ้งไว้ที่บ้านเพื่อควงเมียน้อยมาออกงานไงล่ะกวินทร์”

“ร… รินทร์… ไม่สิ คุณดารินทร์… ม… หมายความว่ายังไง ผมไม่เข้าใจ…” กวินทร์ตัวสั่นเป็นลูกนก เหงื่อกาฬแตกพลั่กเมื่อความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้าใส่หน้า เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า ผู้หญิงที่เขากดหัวข่มเหงและทรยศมาตลอด คือเจ้าชีวิตที่สามารถบดขยี้เขาให้แหลกคามือได้ในพริบตาเดียว!

“หมายความว่า… ฉันลดตัวลงไปเล่นบทภรรยาแสนดีที่ยากจน เพื่อพิสูจน์ว่าผู้ชายที่ฉันเลือก จะรักฉันที่ตัวตนหรือรักที่เงินทองยังไงล่ะ!” ฉันประกาศเสียงดังกังวานให้ทุกคนในงานได้รับรู้ “ตลอดห้าปี ฉันเอาเงินทุนส่วนตัวดันหลังคุณเงียบๆ ฉันสั่งให้คุณสมเกียรติเลื่อนขั้นให้คุณ เพื่อดูว่าเมื่อคุณมีอำนาจ คุณจะยังเป็นคนดีอยู่ไหม… แต่สิ่งที่คุณตอบแทนความรักของฉัน คือการคบชู้ ยักยอกเงินบริษัทไปปรนเปรอมัน และเหยียดหยามฉันสารพัด!”

กวินทร์อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ เขาหันไปมองนิตยาที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดยิ่งกว่าศพ

“คุณสมเกียรติ…” ฉันหันไปหาซีอีโอที่กำลังยืนก้มหน้าอย่างนอบน้อม “ฉันขอสั่งปลด นายกวินทร์ ออกจากทุกตำแหน่งในบริษัทตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป! ริบผลประโยชน์ โบนัส หุ้นส่วน และฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายคดียักยอกทรัพย์ให้ถึงที่สุด! และส่งชื่อมันเข้าแบล็กลิสต์ของทุกบริษัทในเครือข่ายอุตสาหกรรมของเรา… อย่าให้มันมีที่ยืนในวงการธุรกิจอีกต่อไป!”

“รับทราบครับท่านประธาน! ผมจะจัดการให้เด็ดขาดที่สุดครับ!” ซีอีโอรับคำสั่งเสียงแข็ง

คำพิพากษานั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ผ่าลงกลางกระหม่อมของกวินทร์ อนาคตที่เคยวาดฝันไว้ ความร่ำรวย หน้าตาทางสังคม… ทุกอย่างพังทลายลงในพริบตา เขาคลานเข่าเข้ามากอดขาของฉัน ร้องไห้ฟูมฟายอย่างน่าสมเพช หมดสิ้นคราบของผู้อำนวยการจอมหยิ่งยโส

“รินทร์! รินทร์จ๋า ผมขอโทษ! ผมมันตาบอด ผมมันโง่เอง! ให้อภัยผมเถอะนะ เราเป็นสามีภรรยากันนะรินทร์ เราสร้างครอบครัวมาด้วยกัน ผมรักรินทร์คนเดียวนะ! นังนิตยามันแค่มายั่วผม ผมไม่ได้รักมันเลย!” กวินทร์พร่ำเพ้อ โยนความผิดให้ชู้รักอย่างหน้าไม่อาย

นิตยาที่เห็นว่ากวินทร์หมดตัวและกำลังจะติดคุก ก็รีบสะบัดแขนออกจากการพยายามเกาะกุมของเขา “ปล่อยนะไอ้บ้า! ใครเป็นเมียน้อยแก ฉันแค่ถูกแกหลอกมา! ไอ้คนตกงาน ไอ้คนไม่มีอนาคต! คุณดารินทร์คะ นิไม่เกี่ยววนะคะ นิมันโง่ที่โดนผู้ชายคนนี้หลอก นิขอโทษค่ะ!” นิตยารีบโยนความผิดกลับ ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีออกจากงานไปราวกับหมาจนตรอก ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของแขกในงาน

ฉันก้มลงมองอดีตสามีที่กำลังร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหลเปื้อนรองเท้าส้นสูงของฉัน ฉันไม่รู้สึกสงสาร ไม่รู้สึกสมเพช มีเพียงความว่างเปล่า ฉันค่อยๆ ดึงขาตัวเองออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างรังเกียจ

“จำคำพูดของตัวเองก่อนออกจากบ้านได้ไหมกวินทร์? คุณบอกว่าฉันจะทำให้คุณอายคน…” ฉันแสยะยิ้มเย็นชา “แต่ตอนนี้ ดูเหมือนคนที่กำลังอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี… จะเป็นคุณเองนะ”

“บอดี้การ์ด… ลากผู้ชายคนนี้ออกไปจากงานของฉัน และพรุ่งนี้เช้า ทนายของฉันจะเอาใบหย่าไปให้แกเซ็นในคุก!”

ฉันหันหลังเดินกลับขึ้นไปบนเวทีอย่างสง่างาม ทิ้งให้กวินทร์ดิ้นรนและร้องไห้คร่ำครวญขณะถูกบอดี้การ์ดหิ้วปีกออกไป รอยร้าวใต้ชุดชั้นเก่าได้ถูกกะเทาะออกไปหมดแล้ว ทิ้งไว้เพียงเพชรเม็ดงามที่กลับมาเปล่งประกายในจุดสูงสุดที่มันควรอยู่… และนี่คือบทเรียนราคาแพงที่สุดสำหรับผู้ชายที่กล้าทรยศความรักของ ‘ท่านประธานใหญ่’!

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!