News

เงาลวงในรอยรัก: เมื่อหัวใจวัย 74 หลงกลกุหลาบอาบยาพิษ

เงาลวงในรอยรัก: เมื่อหัวใจวัย 74 หลงกลกุหลาบอาบยาพิษ และความลับจากแม่บ้านที่ช่วยชีวิตผมจากความตาย

ชีวิตในวัย 74 ปีของผม ‘เจ้าสัวธนินทร์’ มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจนำเข้าส่งออกระดับประเทศ ควรจะเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนและสงบสุข หลังจากที่ภรรยาคู่ชีวิตจากไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ผมก็ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เงียบเหงาราวกับสุสาน แม้จะมีเงินทองมากมายมหาศาล แต่มันก็ไม่สามารถซื้อรอยยิ้มหรือความอบอุ่นในหัวใจกลับคืนมาได้

จนกระทั่งวันหนึ่ง แสงสว่างจอมปลอมก็สาดส่องเข้ามาในชีวิตผม… เธอชื่อ ‘รสลิน’

รสลินเป็นภัณฑารักษ์สาวสวยในแกลเลอรีศิลปะที่ผมไปร่วมงานประมูลเพื่อการกุศล เธออายุเพียง 36 ปี อ่อนกว่าผมถึง 38 ปี! แต่ความเยาว์วัย รอยยิ้มที่สดใส และความเอาใจใส่ของเธอ ทำให้หัวใจที่แห้งผากของผมกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง เธอไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เข้าหาผมเพราะเงิน (หรืออย่างน้อยผมก็เชื่อเช่นนั้นในตอนแรก) เธอชอบฟังผมเล่าเรื่องราวในอดีต ดูแลเรื่องอาหารการกิน และทำให้คฤหาสน์ที่เคยเงียบเหงากลับมามีชีวิตชีวา

เพียงหกเดือนที่เราคบหาและเธอย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน ผมตัดสินใจว่าจะจดทะเบียนสมรสกับรสลิน และให้ทนายความร่างพินัยกรรมฉบับใหม่ เพื่อยกทรัพย์สินกว่าครึ่งหนึ่งให้เธอเป็นหลักประกันในชีวิต

แต่ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ผมกลับรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองอ่อนแอลงอย่างประหลาด ผมมีอาการหน้ามืดบ่อยครั้ง หายใจติดขัด และเจ็บแปลบที่หน้าอก หมอประจำตัวบอกว่ามันเป็นเพียงอาการของโรคชราและโรคหัวใจที่กำเริบตามวัย รสลินยิ่งแสดงความห่วงใย เธอเป็นคนชง ‘ชาสมุนไพรบำรุงหัวใจ’ ให้ผมดื่มด้วยตัวเองทุกคืนก่อนนอน ซึ่งผมก็ดื่มมันจนหมดแก้วด้วยความซาบซึ้งใจ

จนกระทั่งคืนหนึ่ง… คืนพายุฝนฟ้าคะนองที่เปลี่ยนชีวิตผมไปตลอดกาล

เวลาประมาณตีสอง ขณะที่รสลินบอกว่าเธอจะลงไปอุ่นนมอุ่นๆ ที่ห้องครัว เสียงเคาะประตูห้องทำงานของผมก็ดังขึ้นอย่างแผ่วเบาแต่ร้อนรน เมื่อผมเปิดประตูออกไป ก็พบกับ ‘ป้าชื่น’ หัวหน้าแม่บ้านวัย 60 ปีที่ทำงานรับใช้ครอบครัวผมมาตั้งแต่สมัยภรรยาผมยังมีชีวิตอยู่

ป้าชื่นมีสีหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทา ในมือของเธอถือโทรศัพท์มือถือเก่าๆ และขวดยาแก้วขนาดเล็กที่ไม่มีฉลาก

“ท่านคะ… ป้าขอประทานโทษที่มารบกวนเวลาพักผ่อน แต่ถ้าป้าไม่พูดวันนี้ พรุ่งนี้ท่านอาจจะไม่มีโอกาสได้ตื่นขึ้นมาอีกแล้วค่ะ” น้ำเสียงของป้าชื่นสั่นเครือจนผมตกใจ

“มีเรื่องอะไรป้าชื่น ทำไมทำหน้าตาตื่นขนาดนั้น?” ผมถามพลางเชิญเธอเข้ามาในห้อง

ป้าชื่นทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม “คุณรสลิน… เธอไม่ได้รักท่านค่ะ เธอตั้งใจจะฆ่าท่าน!”

คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ ผมกำลังจะอ้าปากตำหนิที่ป้าชื่นใส่ร้ายผู้หญิงที่ผมรัก แต่ป้าชื่นรีบชูขวดยาขวดเล็กนั้นขึ้นมา “นี่คือสิ่งที่ป้าแอบเห็นคุณรสลินหยดลงไปในชาสมุนไพรของท่านทุกคืนค่ะ! ตอนแรกป้าก็คิดว่าเป็นยาบำรุง แต่เมื่อเย็นนี้ ป้าเห็นเธอคุยโทรศัพท์ในสวน ป้าเลยแอบอัดเสียงไว้… ท่านลองฟังดูสิคะ”

ป้าชื่นกดเล่นคลิปเสียงในโทรศัพท์… เสียงที่ดังออกมาคือเสียงของรสลิน ผู้หญิงที่ผมแสนรักและไว้ใจ เธอกำลังคุยกับผู้ชายคนหนึ่งด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันและเย็นชา

(เสียงในคลิป)
“ใจเย็นๆ สิคะที่รัก… ยาที่สั่งมาน่ะได้ผลดีมาก ตาแก่นั่นอาการแย่ลงทุกวัน หมอก็บอกว่าเป็นแค่โรคหัวใจกำเริบ ไม่มีใครสงสัยหรอก พรุ่งนี้เช้าแกก็จะเซ็นพินัยกรรมแล้ว คืนนี้ฉันจะเพิ่มโดสยาเป็นสองเท่า รับรองว่าหัวใจวายเฉียบพลันไปอย่างเป็นธรรมชาติแน่นอน… ทนอีกนิดเดียวนะคะ สมบัติหมื่นล้านกำลังจะเป็นของเราแล้ว”

คลิปเสียงจบลง… แต่ความรู้สึกของผมเหมือนตกลงไปในเหวลึกที่มืดมิดและหนาวเหน็บที่สุด มือของผมสั่นเทา หัวใจที่เคยพองโตด้วยความรักแตกสลายไม่มีชิ้นดี ที่แท้ความอ่อนแอของผมไม่ได้มาจากความชรา แต่มันคือ ‘ยาพิษไร้สีไร้กลิ่น’ ที่ผู้หญิงที่ผมนอนกอดทุกคืนค่อยๆ ป้อนให้ผมเพื่อรอวันฮุบสมบัติ!

“ท่านคะ… เราแจ้งตำรวจเถอะค่ะ” ป้าชื่นร้องไห้

ผมสูดลมหายใจลึก ข่มความเจ็บปวดและความแค้นที่สุมอก “ยังไม่ต้อง… ป้าชื่นเอายานี่ไปซ่อน แล้วทำตัวให้เป็นปกติที่สุด ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง”

สิบนาทีต่อมา รสลินเดินกลับเข้ามาในห้องนอนพร้อมกับถาดใส่แก้วชาสมุนไพรที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น เธอยิ้มหวานละมุนราวกับนางฟ้า

“ชาได้แล้วค่ะคุณพี่ ดื่มสิคะ จะได้หลับสนิท… พรุ่งนี้เรามีนัดเซ็นเอกสารกับคุณทนายแต่เช้านะคะ”

ผมรับแก้วชามาถือไว้ แสร้งทำเป็นยิ้มรับ “ขอบใจมากนะรส… เธอช่างแสนดีกับฉันเหลือเกิน ถ้าฉันตายไป… เธอคงจะเสียใจมากใช่ไหม?”

รสลินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งทำหน้าเศร้าและบีบน้ำตา “โธ่ คุณพี่พูดอะไรแบบนั้นคะ รสอยู่ไม่ได้หรอกค่ะถ้าไม่มีคุณพี่ รีบดื่มเถอะค่ะ จะได้พักผ่อน”

ผมยกแก้วชาขึ้นจ่อที่ริมฝีปาก… แต่ก่อนที่น้ำชาจะแตะลิ้น ผมก็แกล้งทำเป็นมืออ่อนแรง ปัดแก้วชาร่วงหล่นลงพื้นจนแตกกระจาย น้ำชาสีอำพันหกเลอะเทอะพรมราคาแพง

“ว้าย! คุณพี่ เป็นอะไรคะ!” รสลินร้องเสียงหลง สีหน้าของเธอไม่ได้ตกใจที่ผมทำแก้วตก แต่กลับแฝงไปด้วยความหงุดหงิดและเสียดายอย่างเห็นได้ชัด

“ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีน่ะรส… หน้ามืดไปหมดเลย” ผมแกล้งทำเป็นจับหน้าอกตัวเองหอบหายใจ

รสลินแสยะยิ้มที่มุมปาก แววตาของนางฟ้าเปลี่ยนเป็นปีศาจอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้เข้ามาประคองผม แต่กลับยืนกอดอกมองผมด้วยสายตาเย็นชา

“ก็ดีค่ะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา… ในเมื่อคุณพี่ทำชาหกหมดแล้ว รสว่าเรารอให้หัวใจของคุณพี่หยุดเต้นไปเองก็แล้วกันนะคะ ยาที่สะสมมาเป็นเดือนๆ คงพอจะออกฤทธิ์แล้วล่ะ” เธอหลุดปากสารภาพออกมาอย่างเลือดเย็น เพราะคิดว่าผมกำลังจะตายจริงๆ

“หมายความว่ายังไง… รส…” ผมแกล้งถามเสียงสั่น

“หมายความว่า รสขยะแขยงที่ต้องทนอยู่กับตาแก่ใกล้ตายอย่างคุณไงคะ! คิดจริงๆ เหรอว่าผู้หญิงสวยๆ อย่างรสจะมารักคนแก่คราวพ่อแบบคุณ ถ้าไม่ใช่เพราะสมบัติมหาศาลนั่น ฉันคงไม่ทนมานั่งชงยาพิษให้คุณกินทุกวันหรอก… ลาก่อนนะคะ ท่านเศรษฐีใหญ่”

“งั้นก็ลาก่อนเหมือนกันครับ… คุณรสลิน”

น้ำเสียงของผมกลับมาหนักแน่นและทรงพลัง อาการหอบเหนื่อยหายเป็นปลิดทิ้ง ผมยืนขึ้นเต็มความสูง จ้องมองรสลินที่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกเปิดผางออก! เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบสี่นาย พร้อมกับทนายความของผม และป้าชื่น เดินกรูกันเข้ามาในห้อง

“คุณถูกจับกุมในข้อหาพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน!” สารวัตรตำรวจประกาศกร้าว

รสลินหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ขาของเธออ่อนแรงจนทรุดลงไปนั่งกับพื้น “น… นี่มันอะไรกัน คุณพี่… คุณพี่หลอกรสเหรอคะ!”

“ฉันไม่ได้หลอกเธอ แต่เธอต่างหากที่หลอกฉัน!” ผมตวาดลั่น “หลักฐานขวดยาพิษและคลิปเสียงที่เธอคุยกับชู้รักของเธอ ตำรวจได้รับไปหมดแล้ว! อ้อ… แล้วชู้ของเธอที่รอรับเงินอยู่ข้างนอก ก็ถูกรวบตัวไปตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว!”

รสลินพยายามคลานเข้ามาเกาะขาผม ร้องไห้ฟูมฟายขอความเมตตา แต่ผมเตะมือเธอออกอย่างไม่ไยดี เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามารวบตัวและสวมกุญแจมือเธอทันที ภาพของหญิงสาวแสนสวยที่ผมเคยหลงรัก บัดนี้กลายเป็นเพียงนักโทษหญิงที่น่าสมเพช

เมื่อตำรวจคุมตัวรสลินออกไปจากคฤหาสน์ ความเงียบสงบก็กลับคืนมาอีกครั้ง ผมหันไปมองป้าชื่นที่ยืนน้ำตาซึมอยู่มุมห้อง ผมเดินเข้าไปหาเธอและกุมมือที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักนั้นไว้แน่น

“ขอบใจมากนะป้าชื่น… ถ้าไม่ได้ความซื่อสัตย์และความกล้าหาญของป้า ฉันคงกลายเป็นศพที่โง่เขลาที่สุดในโลกไปแล้ว”

“มันเป็นหน้าที่ของป้าค่ะท่าน ป้าทนเห็นใครมาทำร้ายผู้มีพระคุณของป้าไม่ได้หรอกค่ะ”

เหตุการณ์ในคืนนั้นสอนบทเรียนราคาแพงที่สุดในชีวิตให้กับผม ในวัย 74 ปี ผมตระหนักได้ว่า เงินทองหมื่นล้านไม่อาจซื้อความรักที่แท้จริงได้ ความหลงใหลในรูปกายภายนอกและคำหวานจอมปลอม เกือบทำให้ผมต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถ

แต่มันก็ทำให้ผมได้รู้เช่นกันว่า… ในโลกที่เต็มไปด้วยความหลอกลวง ผมยังมีเพชรแท้ที่หาค่ามิได้อยู่เคียงข้าง นั่นคือความจงรักภักดีของแม่บ้านชราคนนี้

หลังจากวันนั้น ผมฉีกพินัยกรรมฉบับที่ตั้งใจจะให้รสลินทิ้ง และร่างพินัยกรรมขึ้นมาใหม่ โดยแบ่งหุ้นและทรัพย์สินส่วนหนึ่งตั้งเป็นกองทุนเพื่อการกุศล และมอบเงินก้อนใหญ่พร้อมบ้านพักตากอากาศให้ป้าชื่นและครอบครัว เพื่อตอบแทนชีวิตใหม่ที่เธอได้มอบให้กับผม… ชายชราที่เคยโง่เขลา แต่ตอนนี้ได้ตาสว่างแล้วตลอดกาล.

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!