กรงรักเงื่อนไขลวง: สัญญาอุ้มบุญเปลี่ยนชะตาหัวใจ

ณ คฤหาสน์ตระกูล ‘เตชะพิพัฒน์’ ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาอันเงียบสงบในเขาใหญ่ ปกคลุมด้วยม่านหมอกและอากาศที่หนาวเหน็บตลอดปี ที่นี่คือสถานที่ที่ ‘พราวฟ้า’ หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปี ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในฐานะ ‘แม่อุ้มบุญ’ ให้กับ ‘ศิรัณย์’ มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาแต่กลับแฝงไปด้วยความเย็นชาราวกับรูปสลักน้ำแข็ง
พราวฟ้าเป็นเพียงเด็กสาวกำพร้าที่มีความฝันอันยิ่งใหญ่ เธอสอบชิงทุนไปเรียนต่อปริญญาโทด้านสถาปัตยกรรมที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลีได้สำเร็จ แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อผู้อุปการะทุนของเธอเกิดล้มละลายกะทันหัน ความฝันที่กำลังจะเอื้อมถึงพังทลายลงในพริบตา จนกระทั่งทนายความของศิรัณย์ยื่นข้อเสนอที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้… เงินก้อนโตที่มากพอจะจ่ายค่าเทอมและค่าครองชีพในอิตาลีตลอดสามปี แลกกับการตั้งครรภ์ทายาทให้กับศิรัณย์ โดยใช้เชื้อของเขาและไข่ของภรรยาเก่าที่ล่วงลับไปแล้ว
ตามสัญญา เมื่อเด็กคลอดออกมา พราวฟ้าจะต้องรับเช็ค บินไปมิลานทันที และห้ามกลับมาพบหน้าเด็กคนนี้อีกตลอดชีวิต
ตลอดระยะเวลาเก้าเดือนในคฤหาสน์หลังงาม พราวฟ้าพยายามอย่างยิ่งที่จะสร้างกำแพงในหัวใจ เธอท่องจำเสมอว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเธอ เธอเป็นเพียง ‘ตู้ฟักไข่’ ที่รอวันหมดหน้าที่ ทว่าความผูกพันกลับก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ทุกครั้งที่ลูกดิ้น ทุกครั้งที่เธอร้องเพลงกล่อม ก้อนเนื้อเล็กๆ ในครรภ์ก็ตอบสนองราวกับรับรู้ ยิ่งไปกว่านั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับศิรัณย์ก็เริ่มเปลี่ยนไป
จากผู้ชายที่เอาแต่ขลุกอยู่ในห้องทำงาน ศิรัณย์เริ่มลงมานั่งร่วมโต๊ะอาหารกับเธอ เขาคอยสั่งให้แม่บ้านทำอาหารบำรุงครรภ์ ซื้อหนังสือคู่มือคุณแม่มาวางทิ้งไว้ให้ และในคืนที่พราวฟ้าเป็นตะคริวจนร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด ศิรัณย์คือคนที่พังประตูห้องเข้ามา นั่งคุกเข่าลงบนพื้นและบีบนวดขาให้เธออย่างอ่อนโยน แววตาที่เคยเย็นชาของเขาในคืนนั้นมีความอาทรซ่อนอยู่จนพราวฟ้าใจสั่น… แต่เธอก็ต้องรีบดับฝันตัวเองลง เพราะรู้ดีว่าเขาทำไปเพื่อ ‘ลูกของเขา’ เท่านั้น
จนกระทั่งวันกำหนดคลอดมาถึง…
ความเจ็บปวดจากการบีบตัวของมดลูกทำให้พราวฟ้ารู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ภายในห้องคลอดของโรงพยาบาลเอกชนระดับวีไอพี ศิรัณย์ยืนอยู่ข้างเตียง สวมชุดปลอดเชื้อ มือหนาของเขากุมมือเล็กๆ ที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของพราวฟ้าไว้แน่น
“อดทนไว้นะพราวฟ้า คุณทำได้” เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
หลังจากการเบ่งคลอดที่ยาวนานและทรมาน เสียงร้องอุแว้ของทารกน้อยก็ดังก้องกังวานไปทั่วห้อง น้ำตาแห่งความปีติและความเศร้าสลดไหลอาบแก้มของพราวฟ้าพร้อมๆ กัน พยาบาลทำความสะอาดตัวทารกเพศชายที่หน้าตาจิ้มลิ้ม ก่อนจะอุ้มมาวางแนบอกของพราวฟ้าเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย
พราวฟ้าก้มลงจุมพิตหน้าผากเล็กๆ ของทารกน้อย น้ำตาหยดลงบนแก้มยุ้ย “ลาก่อนนะลูก… เติบโตมาอย่างเข้มแข็งนะ” เธอสะอื้นไห้ หัวใจแตกสลายเป็นชิ้นๆ เมื่อรู้ว่านี่คือวินาทีบอกลา หมดเวลาของเธอแล้ว เครื่องบินไปมิลานรอเธออยู่ในคืนนี้
พยาบาลกำลังจะอุ้มทารกไปส่งให้ศิรัณย์ แต่ศิรัณย์กลับยกมือห้าม เขารับลูกชายมาอุ้มไว้ด้วยวงแขนที่มั่นคง ก่อนจะก้าวเข้ามาก้มหน้าลงใกล้กับพราวฟ้าที่กำลังนอนหมดแรง นัยน์ตาสีรัตติกาลของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เอ่อท้นไปด้วยน้ำตาของหญิงสาว
และในวินาทีที่พราวฟ้ารอคำว่า ‘ขอบคุณ’ หรือ ‘ลาก่อน’ จากปากเขา ศิรัณย์กลับเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอหยุดหมุน…
“ตั๋วเครื่องบินไปมิลานถูกยกเลิกหมดแล้วพราวฟ้า… เพราะเด็กคนนี้ไม่ได้เกิดจากไข่ของภรรยาเก่าฉัน แต่เขาคือเลือดเนื้อเชื้อไขของฉัน… กับเธอ”
พราวฟ้าเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก “ค…คุณศิรัณย์ หมายความว่ายังไงคะ?”
ศิรัณย์ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างเตียง มือข้างหนึ่งโอบอุ้มลูกชาย ส่วนมืออีกข้างเอื้อมมาเช็ดน้ำตาให้หญิงสาวอย่างเบามือ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรักที่ถูกเก็บซ่อนมาเนิ่นนาน
“ฉันโกหก… ภรรยาเก่าของฉันไม่เคยฝากไข่ไว้ และฉันก็ไม่ได้เลือกเธอมาเป็นแม่อุ้มบุญเพราะความบังเอิญ” ศิรัณย์สารภาพด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ฉันแอบมองเธอมาตลอดตั้งแต่ตอนที่เธอมาฝึกงานที่บริษัทของฉัน ฉันหลงรักความมุ่งมั่น หลงรักรอยยิ้มของเธอ แต่ผู้ชายที่แข็งกระด้างและมีแผลในใจอย่างฉัน ไม่รู้ว่าจะเข้าหาเธอยังไง ยิ่งรู้ว่าเธอกำลังจะไปอิตาลี ฉันก็ยิ่งกลัวว่าจะเสียเธอไป…”
พราวฟ้าฟังด้วยความตกตะลึง น้ำตาไหลรินไม่ขาดสาย “คุณเลยสร้างเรื่องสัญญานี้ขึ้นมา… สั่งให้หมอใช้ไข่ของฉัน เพื่อผูกมัดฉันงั้นเหรอคะ? คุณมันเห็นแก่ตัวที่สุด!”
“ใช่ ฉันมันเห็นแก่ตัว” ศิรัณย์ยอมรับโดยไม่หลบตา “แต่ตลอดเก้าเดือนที่ผ่านมา การมีเธออยู่ในบ้าน ทำให้ฉันรู้ว่าคำว่า ‘ครอบครัว’ ที่แท้จริงมันเป็นยังไง ฉันทนไม่ได้หรอกนะที่จะต้องเห็นเธอเดินจากไป และลูกของเราก็ทนไม่ได้เหมือนกันที่จะไม่มีแม่”
ศิรัณย์ค่อยๆ วางทารกน้อยลงบนอกของพราวฟ้าอีกครั้ง เด็กน้อยหยุดร้องไห้และหลับตาพริ้มเมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะหัวใจที่คุ้นเคยของผู้เป็นแม่
“ฉันจะให้ทุกอย่างที่เธอต้องการ พราวฟ้า…” ศิรัณย์กุมมือเธอขึ้นมาจุมพิตอย่างแสนรัก “ถ้าเธออยากเป็นสถาปนิก ฉันจะเปิดบริษัทให้เธอที่นี่ ถ้าเธออยากเรียนต่อ ฉันจะจ้างศาสตราจารย์ที่เก่งที่สุดจากอิตาลีมาสอนเธอถึงบ้าน ขอแค่เรื่องเดียว… อย่าไปจากฉัน อย่าทิ้งลูกของเราไป… อยู่เป็น ‘หัวใจ’ ของครอบครัวเราเถอะนะ”
คำพูดเพียงประโยคเดียวในวันคลอด ไม่เพียงแต่ฉีกสัญญากระดาษอันแสนเย็นชาทิ้งจนขาดสะบั้น แต่มันยังทำลายกำแพงในหัวใจของพราวฟ้าจนหมดสิ้น หญิงสาวก้มมองลูกชายสายเลือดแท้ๆ ของตัวเองในอ้อมอก สลับกับมองผู้ชายที่เธอก็แอบเผลอใจรักเขาไปแล้วโดยไม่รู้ตัว
พราวฟ้ายิ้มทั้งน้ำตา มือเล็กๆ ของเธอเอื้อมไปกุมมือหนาของศิรัณย์ไว้แน่น “ถ้าอย่างนั้น… ค่าตัวของสถาปนิกคนนี้ แพงมากนะคะ คุณศิรัณย์”
ในห้องคลอดที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและคราบน้ำตาแห่งการพลัดพราก บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นของการเริ่มต้นใหม่ สัญญาจ้างอุ้มบุญจอมปลอมได้สิ้นสุดลงแล้ว เหลือเพียง ‘สัญญาใจ’ ที่จะผูกพันคนทั้งสามไว้ด้วยกัน… ตราบชั่วนิรันดร์.



