News

เช็คหย่า 250 ล้านดอลลาร์กับคำพิพากษาว่า ‘ลูกโง่’:

สู่การกลับมาของอัจฉริยะเงาที่จะบดขยี้อาณาจักรของพ่อให้ย่อยยับ!

บรรยากาศในคฤหาสน์หรูหราของตระกูล ‘ศิริโภคิน’ เงียบงันจนน่าอึดอัด บนโต๊ะกระจกเจียระไนราคาแพงระยับมีกระดาษสองแผ่นวางอยู่… ใบหนึ่งคือหนังสือหย่า และอีกใบคือเช็คเงินสดมูลค่า **250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ** (ราวแปดพันกว่าล้านบาท)

“เซ็นซะ พิมพ์ดาว แล้วก็ไสหัวออกไปจากบ้านของฉันได้แล้ว”

เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสของ **‘กวินทร์’** มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศผู้เป็นสามี เอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา ข้างกายของเขามี **‘รดา’** ดาราสาวดาวรุ่งที่กำลังซบไหล่กว้างพลางส่งยิ้มเยาะเย้ยมาให้ฉันอย่างไม่ปิดบัง

ฉันมองผู้ชายที่ฉันร่วมทุกข์ร่วมสุข สร้างอาณาจักรธุรกิจ ‘เค.วี. คอร์ปอเรชั่น’ มาด้วยกันตั้งแต่เรายังไม่มีอะไร แต่พอเขามีอำนาจล้นฟ้า เขากลับเลือกที่จะถีบหัวส่งฉันเพื่อไปคว้าผู้หญิงที่เด็กกว่า

“คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมกวินทร์?” ฉันถามเสียงเรียบ แม้ในใจจะแหลกสลาย แต่ศักดิ์ศรีทำให้ฉันไม่ยอมบีบน้ำตาออกมาแม้แต่หยดเดียว

“แน่ใจยิ่งกว่าแน่! ฉันเบื่อเต็มทนแล้วที่ต้องทนอยู่กับผู้หญิงจืดชืดอย่างเธอ และที่สำคัญ…” กวินทร์ปรายตามองไปที่มุมห้อง เด็กชายวัย 7 ขวบที่กำลังนั่งต่อเลโก้เงียบๆ ไม่สนใจโลกภายนอกคือ **‘พชร’** ลูกชายแท้ๆ ของเรา “ฉันไม่อยากมีทายาทเป็นเด็กออทิสติก ไอคิวต่ำ ที่วันๆ เอาแต่นั่งเหม่อหรอกนะ! เอาเงินก้อนนี้ไปซะ มันมากพอให้เธอเลี้ยงไอ้เด็กทึ่มนี่ไปได้ทั้งชาติโดยไม่ต้องมากวนใจฉันอีก!”

คำว่า ‘เด็กทึ่ม’ และ ‘ไอคิวต่ำ’ เหมือนมีดกรีดลงกลางหัวใจของคนเป็นแม่ พชรไม่ได้โง่ เขาแค่มีโลกส่วนตัวสูงและหมกมุ่นกับตัวเลขและโค้ดดิ่งในแบบที่กวินทร์ไม่มีวันเข้าใจ

ฉันหยิบปากกาตวัดลายเซ็นลงบนใบหย่าอย่างไม่ลังเล คว้าเช็ค 250 ล้านดอลลาร์มาเก็บไว้ในกระเป๋า ก่อนจะเดินไปจูงมือพชร

“จำคำพูดของคุณในวันนี้ไว้ให้ดีกวินทร์… เงินก้อนนี้ ฉันจะถือว่าเป็นค่าเลี้ยงดูที่ฉันจะเอาไปสร้างอนาคตให้ลูก และสักวัน… คุณจะต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องลูกชายที่คุณตราหน้าว่า ‘โง่’ คนนี้”

“ฮึ! ฝันไปเถอะ! ต่อให้โลกแตก ฉันก็ไม่มีวันก้มหัวให้ไอ้เด็กปัญญาอ่อนนั่น!” กวินทร์หัวเราะเยาะไล่หลัง

ฉันจูงมือลูกชายเดินออกจากคฤหาสน์หลังนั้น โดยไม่หันหลังกลับไปมองอีกเลย

### **15 ปีต่อมา… รอยร้าวในอาณาจักรศิริโภคิน**

ณ ตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ กวินทร์ในวัยห้าสิบเศษกำลังทึ้งหัวตัวเองด้วยความเครียดจัด อาณาจักร เค.วี. คอร์ปอเรชั่น ที่เคยยิ่งใหญ่กำลังสั่นคลอนอย่างหนัก หุ้นของบริษัทถูกเทขายทิ้งจนราคาดิ่งลงเหว โปรเจกต์สมาร์ทซิตี้หมื่นล้านถูกแฮ็กเกอร์เจาะระบบจนข้อมูลรั่วไหล และที่เลวร้ายที่สุดคือ พวกเขากำลังถูกเทคโอเวอร์อย่างเป็นปรปักษ์ (Hostile Takeover) จากบริษัทการลงทุนลึกลับระดับโลกที่ชื่อว่า **‘โอเมก้า แคปปิตอล’**

“คุณกวินทร์คะ! รดาอยากได้กระเป๋าคอลเลกชันใหม่ คุณโอนเงินให้รดาหน่อยสิคะ หกสิบล้านเอง” รดาในวัยใกล้สี่สิบเดินนวยนาดเข้ามาในห้องทำงาน

“หยุดบ้าของแบรนด์เนมสักทีได้ไหมรดา! บริษัทฉันกำลังจะล้มละลาย! ถ้าวันนี้ฉันเจรจากับซีอีโอของโอเมก้า แคปปิตอล ไม่สำเร็จ เราสองคนได้ไปนอนข้างถนนแน่!” กวินทร์ตวาดลั่นจนรดาสะดุ้ง

เลขาฯ หน้าห้องวิ่งหน้าตื่นเข้ามา “ท่านประธานคะ… ซีอีโอของโอเมก้า แคปปิตอล มาถึงแล้วค่ะ เขาบอกให้ท่านลงไปพบที่ห้องประชุมใหญ่เดี๋ยวนี้”

กวินทร์รีบจัดสูทให้เข้าที่ เขาสูดลมหายใจลึกๆ เตรียมตัวไปก้มหัวประจบประแจงมหาเศรษฐีลึกลับที่จะมาต่อลมหายใจให้บริษัทของเขา

### **การกลับมาของอัจฉริยะเหนือโลก**

เมื่อประตูกระจกบานใหญ่ของห้องประชุมเปิดออก กวินทร์ถึงกับชะงัก ร่างที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานที่หัวโต๊ะไม่ใช่ชายแก่พุงพลุ้ยชาวต่างชาติอย่างที่เขาคิด แต่เป็นชายหนุ่มวัย 22 ปี รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแฝงไปด้วยความเย็นชา สวมสูทสั่งตัดสีดำสนิท นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นจ้องมองมาที่กวินทร์ราวกับกำลังมองหมากตัวหนึ่งบนกระดาน

และที่ยืนอยู่ข้างกายชายหนุ่มคนนั้น คือผู้หญิงที่กวินทร์ลืมเลือนไปนานแสนนาน… **พิมพ์ดาว**

“พ… พิมพ์ดาว! เธอมาทำอะไรที่นี่! แล้วไอ้เด็กนี่มันใคร!” กวินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่หัวโต๊ะแสยะยิ้มมุมปาก เขากดปุ่มบนแล็ปท็อปเพียงครั้งเดียว หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ก็ฉายภาพกราฟหุ้นของ เค.วี. คอร์ปอเรชั่น ที่กำลังดิ่งลงจนกลายเป็นศูนย์ พร้อมกับสัญญาการโอนกรรมสิทธิ์หนี้สินทั้งหมดที่ตกเป็นของ โอเมก้า แคปปิตอล

**“สวัสดีครับ… คุณกวินทร์”** น้ำเสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นของชายหนุ่มดังก้องในห้องประชุม **“สิบห้าปีที่แล้ว คุณใช้เงิน 250 ล้านดอลลาร์ซื้ออิสรภาพให้ตัวเอง และเตะส่งผมกับแม่เหมือนหมาข้างถนน พร้อมกับตราหน้าผมว่าเป็น ‘ไอ้เด็กทึ่มไอคิวต่ำ’… คุณจำได้ไหม?”**

กวินทร์เข่าอ่อน ร่างกายสั่นสะท้านราวกับถูกฟ้าผ่า “พ… พชร! แก… แกคือซีอีโอของโอเมก้า แคปปิตอล? เป็นไปไม่ได้! แกมันเด็กออทิสติกปัญญาอ่อน!”

“เด็กปัญญาอ่อนที่คุณดูถูก คือแฮ็กเกอร์อัจฉริยะที่มีไอคิว 185” พิมพ์ดาวก้าวออกมาข้างหน้าด้วยท่วงท่าสง่างาม “เงิน 250 ล้านที่คุณฟาดหน้าฉันวันนั้น ฉันเอาไปเป็นทุนให้ลูกชายของฉันสร้างระบบ AI วิเคราะห์การเงินระดับโลก พชรใช้เวลาแค่ห้าปีในการปั้นเงินจากสองร้อยล้าน เป็นหมื่นล้านดอลลาร์… และใช้เวลาอีกสิบปี เพื่อวางหมากซื้อหุ้นบริษัทของคุณผ่านนอมินี ดึงซัพพลายเออร์ของคุณมาเป็นของเรา และทุบราคาหุ้นบริษัทคุณจนไม่เหลือชิ้นดี!”

“ไม่… ไม่จริง… แกทำแบบนี้กับพ่อแท้ๆ ของแกได้ยังไง!” กวินทร์ทรุดตัวลงคุกเข่า ร้องไห้ฟูมฟายอย่างไร้ศักดิ์ศรี

พชรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ตรงหน้าผู้เป็นพ่อ แววตาของเขาไม่มีความผูกพันหรือความสงสารหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย

“คำว่า ‘พ่อ’ มันจบลงตั้งแต่วันที่คุณเอาเงินฟาดหน้าแม่ผมแล้วครับ” พชรโยนแฟ้มเอกสารลงตรงหน้ากวินทร์ “นี่คือเอกสารฟ้องล้มละลาย และหลักฐานการฟอกเงินที่คุณแอบทำไว้หลังบ้าน ผมส่งให้ตำรวจเศรษฐกิจเรียบร้อยแล้ว ตำรวจกำลังรอคุณอยู่ข้างล่าง… อ้อ ส่วนผู้หญิงของคุณ ทันทีที่รู้ว่าคุณหมดตัว เธอก็หอบเครื่องเพชรหนีไปกับผู้กำกับหนุ่มแล้วล่ะครับ”

“พชร! พิมพ์ดาว! ฉันขอโทษ! ฉันผิดไปแล้ว! ยกคอร์ปอเรชั่นคืนให้ฉันเถอะนะ ฉันยอมทุกอย่างแล้ว!” กวินทร์พยายามจะคลานเข้ามากอดขาพิมพ์ดาว แต่บอดี้การ์ดร่างยักษ์เข้ามาขวางไว้เสียก่อน

พชรมองภาพชายที่เคยยิ่งใหญ่ทะลุฟ้า บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษซากของความเย่อหยิ่งที่แหลกสลาย เขาหมุนตัวหันหลังกลับ ประคองผู้เป็นแม่อย่างทะนุถนอม

“อาณาจักรของคุณมันเน่าเฟะเกินกว่าจะเยียวยา ผมไม่ได้มาเพื่อเอามันคืน…” พชรเอ่ยทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังหนาวเหน็บไปถึงกระดูกดำ **“แต่ผมมาเพื่อลบชื่อ ‘ศิริโภคิน’ ของคุณ ให้หายไปจากโลกธุรกิจตลอดกาลต่างหาก ลาก่อนครับ… อดีตคุณพ่อ”**

ประตูห้องประชุมปิดลง ทิ้งให้กวินทร์กรีดร้องโหยหวนอย่างสิ้นหวังอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางเศษซากอาณาจักรที่ถูกบดขยี้ด้วยน้ำมือของ ‘เด็กไอคิวต่ำ’ ที่เขาเคยดูถูกเหยียดหยามมาตลอดชีวิต.

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!