News

ตั๋วเฟิร์สคลาสเที่ยวบินสู่ขุมนรก: รอยยิ้มอาบยาพิษ แชมเปญรสขม

และการแก้แค้นเหนือเมฆของภรรยาหลวงที่ปลายประตูเครื่องบิน

แสงไฟสีทองอบอุ่นของเลานจ์ผู้โดยสารชั้นหนึ่ง ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ไม่ได้ทำให้จิตใจของ ‘ธีรภัทร’ อบอุ่นเท่ากับความตื่นเต้นที่กำลังสูบฉีดอยู่ในสายเลือด นักธุรกิจหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบห้าผู้เพียบพร้อมไปด้วยรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ กำลังเอนหลังจิบกาแฟอย่างอารมณ์ดี โดยมี ‘รินรดา’ หญิงสาววัยยี่สิบห้าปีที่สวยสะพรั่งดั่งดอกไม้แรกแย้ม นั่งคลอเคลียอยู่เคียงข้าง

ธีรภัทรเพิ่งบอกลา ‘นลิน’ ภรรยาที่แต่งงานกันมานานกว่าสิบปีเมื่อเช้านี้เอง เขาสวมกอดเธอที่หน้าประตูบ้านในกรุงเทพฯ พร้อมกับปั้นหน้าขึงขัง บอกเล่าถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องบินไปเจรจาธุรกิจระดับพันล้านที่เมืองมอนเตร์เรย์ ประเทศเม็กซิโก นลินยังคงเป็นภรรยาที่แสนดี เธอจัดกระเป๋าให้เขาอย่างเรียบร้อย รูดซิปเสื้อโค้ท และอวยพรให้เขาเดินทางโดยสวัสดิภาพ

เขาหัวเราะเยาะในใจเมื่อนึกถึงความไร้เดียงสาของภรรยาตัวเอง นลินไม่มีทางรู้เลยว่า การประชุมที่มอนเตร์เรย์นั้นเป็นเพียงฉากบังหน้า แท้จริงแล้วเขากำลังพารินรดา ชู้รักที่ซ่อนเร้นมานานนับปี บินลัดฟ้าไปเสวยสุขที่ปารีสต่างหาก สิบห้าชั่วโมงบนเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาส และอีกสัปดาห์เต็มๆ ในโรงแรมหรูริมแม่น้ำแซน… ทุกอย่างถูกวางแผนไว้อย่างไร้ที่ติ

“ตื่นเต้นจังเลยค่ะพี่ภัทร รินไม่เคยนั่งเฟิร์สคลาสไปยุโรปมาก่อนเลย” รินรดากระซิบเสียงหวาน พลางซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขา

“เพื่อริน พี่จัดให้ได้ทุกอย่างอยู่แล้วครับ ไปกันเถอะ ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้ว” ธีรภัทรยิ้มกริ่ม คว้าแขนหญิงสาวเดินตรงไปยังประตูทางออกขึ้นเครื่องด้วยท่วงท่าของผู้ชนะที่กุมหมากทุกตัวไว้ในมือ

แต่แล้ว… ความรู้สึกพองโตราวกับลูกโป่งที่ลอยอยู่บนฟ้าของธีรภัทร ก็ถูกเข็มเล่มเล็กๆ เจาะจนแตกดังโพละในเสี้ยววินาที

เมื่อทั้งสองเดินผ่านงวงช้างและก้าวเท้าไปถึงหน้าประตูเคบินชั้นเฟิร์สคลาส ผู้โดยสารระดับวีไอพีมักจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเสมอ ธีรภัทรเตรียมจะส่งยิ้มทรงเสน่ห์ให้แอร์โฮสเตสเหมือนเช่นทุกครั้ง ทว่า… รอยยิ้มของเขากลับแข็งค้างอยู่บนใบหน้า ลมหายใจสะดุดกึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมากระชากลำคออย่างแรง

ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า ตรงหลังเคาน์เตอร์ต้อนรับ รวบผมตึงเป๊ะ สวมริมฝีปากสีแดงสด และอยู่ในชุดยูนิฟอร์มพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ตัดเย็บอย่างประณีต ไม่ใช่ใครอื่น…

**นลิน… ภรรยาของเขาเอง!**

ธีรภัทรเบิกตากว้าง ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว เขาจำได้ดีว่าก่อนจะแต่งงานกัน นลินเคยเป็นอดีตแอร์โฮสเตสระดับซีเนียร์เพอร์เซอร์ (Senior Purser) ของสายการบินนี้ แต่เธอลาออกมาเป็นแม่บ้านเต็มตัวเกือบสิบปีแล้ว! แล้วทำไม… ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ ในชุดนี้ และในเที่ยวบินนี้ได้!

นลินไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนก หรือร้องไห้ฟูมฟายเหมือนที่ภรรยาจับได้ว่าสามีมีชู้ควรจะเป็น เธอยืนหลังตรงสง่างาม ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงเหยียดยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่งดงามแต่กลับทำให้ผู้มองรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกดำ ดวงตากลมโตที่เคยอ่อนโยนบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าที่คมกริบราวกับใบมีด เธอสบตาเขาอยู่อึดใจหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของธีรภัทรเย็นเฉียบ

**”รับแชมเปญหน่อยไหมคะ… เพื่อฉลองให้กับการประชุมครั้งสำคัญที่มอนเตร์เรย์ที่คุณกุเรื่องขึ้นมา?”**

น้ำเสียงของเธอสงบ เยือกเย็น และนุ่มนวลอย่างประหลาด แต่มันกลับดังก้องกังวานในโสตประสาทของธีรภัทร เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว เสียวสันหลังวาบราวกับถูกน้ำแข็งสาดรดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

“พ… พี่คะ แอร์คนนี้รู้จักพี่ด้วยเหรอคะ?” รินรดาที่ยืนเกาะแขนอยู่ถามขึ้นด้วยความงุนงง ไม่ได้จับสังเกตถึงบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะบีบคั้นให้ขาดใจ

“เชิญที่นั่ง 1A และ 1B ค่ะ ดิฉันจะดูแลคุณผู้โดยสารทั้งสองอย่าง ‘สุดความสามารถ’ ตลอดสิบห้าชั่วโมงนี้เลยค่ะ” นลินไม่รอให้ธีรภัทรตอบ เธอผายมือเชิญด้วยท่าทางที่เป็นมืออาชีพที่สุด แต่คำว่า ‘สุดความสามารถ’ ของเธอนั้น เน้นย้ำจนธีรภัทรรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าไปในแดนประหาร

เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลากขาก้าวเข้าไปนั่งที่เบาะหนังสุดหรู เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายเต็มกรอบหน้า สมองของเขาขาวโพลน นลินกลับมาบินตั้งแต่เมื่อไหร่? เธอรู้เรื่องตั๋วเครื่องบินนี่ได้อย่างไร? และที่สำคัญ… เธอรู้ความลับนี้มานานแค่ไหนแล้ว?

เมื่อสัญญาณรัดเข็มขัดดับลง เครื่องบินไต่ระดับอยู่เหนือฟากฟ้า ธีรภัทรเหมือนตกอยู่ในนรกขุมที่ลึกที่สุด นลินเดินเข้ามาเสิร์ฟคาเวียร์และแชมเปญด้วยท่วงท่าสง่างาม ทุกครั้งที่เธอเดินผ่านหรือก้มลงรินเครื่องดื่ม กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเธอจะลอยมาแตะจมูก คอยย้ำเตือนว่าเขากำลังถูกล่าโดยนักล่าที่ใจเย็นที่สุด

“ทำไมหน้าซีดจังเลยคะพี่ภัทร แอร์คนนั้นมองพี่แปลกๆ ด้วย รินไม่ชอบเลย” รินรดาเริ่มบ่นกระปอดกระแปด

ธีรภัทรไม่ตอบ เขาตัดสินใจลุกพรวดขึ้นและเดินตามนลินเข้าไปในส่วนห้องเตรียมอาหาร (Galley) ที่ปลอดผู้โดยสารคนอื่น ทันทีที่ม่านปิดลง เขาก็พุ่งเข้าไปคว้าแขนนลินทันที

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรนลิน! คุณมาทำอะไรที่นี่ คุณแอบตามผมมางั้นเหรอ แล้วยูนิฟอร์มนี่มันอะไร!” ธีรภัทรพยายามกระซิบตะคอกด้วยความโกรธที่พยายามกลบเกลื่อนความกลัว

นลินปรายตามองมือของเขาที่จับแขนเธออยู่ ก่อนจะสะบัดออกอย่างแรงและเด็ดขาด “อย่ามาแตะตัวฉัน ธีรภัทร ฉันแค่กลับมาทำอาชีพเก่าที่ฉันรัก และบังเอิญเหลือเกินที่เพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นผู้จัดการตารางบิน จัดให้ฉันมาบินไฟลต์นี้ ไฟลต์ที่สามีจอมปลิ้นปล้อนของฉันใช้เงินกงสีของบริษัทพาเมียน้อยไปเสวยสุข”

“คุณ… คุณรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่” เสียงของเขาอ่อนลง กลายเป็นความหวาดหวั่น

นลินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน “รู้ตั้งแต่ตอนไหนน่ะเหรอ? รู้ตั้งแต่คุณเริ่มโอนเงินเข้าบัญชียายเด็กนั่นเมื่อปีก่อนแล้วล่ะ คุณคิดว่าผู้หญิงที่ยอมทิ้งอาชีพหน้าที่การงานมาคอยดูแลบัญชีหลังบ้านให้คุณอย่างฉัน จะโง่จนมองไม่ออกเลยหรือไง?”

“นลิน… ฟังผมก่อน ผมอธิบายได้นะ” ธีรภัทรเริ่มใจคอไม่ดี เมื่อเห็นแววตาที่ไม่มีความรักหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่หยดเดียว

“ไม่ต้องอธิบายหรอกค่ะ เพราะฉันไม่ได้เตรียมแค่แชมเปญมาต้อนรับคุณ” นลินก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้า “คุณคิดว่าคุณฉลาดที่หลอกฉันเรื่องมอนเตร์เรย์ แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่าสมุดบัญชีลับที่คุณใช้ยักยอกเงินบริษัท หุ้นส่วนของคุณเขาไม่รู้เรื่องด้วย และ… ฉันเพิ่งส่งไฟล์หลักฐานทั้งหมดไปให้คณะกรรมการบริหารบริษัท และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนเครื่องจะเทคออฟนี่เอง”

ธีรภัทรเบิกตากว้างจนแทบถลน เลือดในกายจับตัวเป็นก้อน “ค… คุณพูดเรื่องอะไร คุณทำแบบนั้นไม่ได้นะ! นั่นบริษัทของเรานะนลิน!”

“บริษัทของคุณคนเดียวต่างหาก ตอนนี้บัญชีทรัพย์สินทั้งหมดของคุณน่าจะถูกอายัดเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ” นลินจัดปกเสื้อยูนิฟอร์มของตัวเองให้เรียบร้อย “อ้อ แล้วก็อย่าหวังว่าจะหนีไปกบดานที่ปารีสนะคะ เพราะทันทีที่ล้อแตะรันเวย์ ตำรวจสากลจะไปรอรับคุณที่เกต… ในฐานะผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงข้ามชาติ”

ชายหนุ่มเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นห้องเตรียมอาหาร หายใจหอบถี่ราวกับปลาขาดน้ำ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาสร้างมา อำนาจ เงินทอง และความจองหอง กำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ผู้หญิงที่เขามองว่าเป็นแค่ของตายในบ้าน กลับกลายเป็นมัจจุราชที่เลือดเย็นที่สุด เธอไม่ได้มาโวยวาย ไม่ได้มาตบตีเมียน้อยให้เสียเกียรติ แต่เธอมาเพื่อส่งเขาไปลงนรกด้วยมือของเธอเอง

“ทำไม… ทำไมคุณทำกับผมแบบนี้…” เขาสะอื้นถามอย่างสิ้นหวัง

นลินก้มลงมองอดีตสามีด้วยแววตาสมเพชเวทนา “จำไว้นะคะธีรภัทร อย่าดูถูกสติปัญญาของผู้หญิงที่ซื่อสัตย์… กลับไปนั่งที่ของคุณซะ แล้วดื่มแชมเปญแก้วนั้นให้หมด ดื่มด่ำกับสิบสี่ชั่วโมงที่เหลือของความอิสระให้เต็มที่ เพราะหลังจากนี้… ชีวิตคุณจะไม่มีโอกาสได้เห็นท้องฟ้าสวยๆ แบบนี้อีกแล้ว”

พูดจบนลินก็หมุนตัวเดินเปิดม่านออกไป เสิร์ฟรอยยิ้มและบริการที่ไร้ที่ติต่อผู้โดยสารท่านอื่น ทิ้งให้ธีรภัทรนั่งจมกองความสิ้นหวังและความหวาดกลัวอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางความกดอากาศเหนือระดับสามหมื่นฟุต ที่กำลังบีบรัดหัวใจของเขาจนแตกสลายไปตลอดกาล.

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!