News

หยาดน้ำตาของกัปตันหนุ่ม: หกเดือนแห่งการรอคอยที่แหลกสลาย

 เมื่อเที่ยวบินกลับบ้าน นำพาเขาไปพบภรรยาสุดที่รัก ถูกแม่ผัวใจยักษ์ขังให้ใช้ชีวิตอย่างเวทนาใน ‘เล้าไก่ร้าง’ ท้ายสวน!

ล้อของเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 แตะลงบนรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิอย่างนุ่มนวล ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายในยามค่ำคืน ‘กัปตันเมฆ’ นักบินหนุ่มอนาคตไกลวัยสามสิบสองปี ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกและเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เอ่อล้นอยู่เต็มหัวใจ ตลอดระยะเวลาหกเดือนเต็มที่เขาต้องไปปฏิบัติภารกิจพิเศษ บินส่งเสบียงและอุปกรณ์ทางการแพทย์ในเขตตะวันออกกลางที่แสนอันตราย เขาต้องทนต่อความเหงาและความคิดถึงที่มีต่อ ‘ฟ้าลดา’ ภรรยาสาวแสนสวยและอ่อนโยนที่เพิ่งแต่งงานกันได้เพียงหนึ่งปี

เมฆส่งเงินเดือนหลักแสนของเขาทุกบาททุกสตางค์กลับมาที่บ้าน โดยโอนเข้าบัญชีของ ‘คุณหญิงจิตรเลขา’ ผู้เป็นแม่แท้ๆ ของเขา เพื่อให้ดูแลฟ้าลดาอย่างดีที่สุด เพราะฟ้าลดาเป็นเพียงหญิงสาวกำพร้าที่ไม่มีฐานะเทียบเท่าตระกูลของเขา แม่และน้องสาวของเมฆจึงมักจะแสดงท่าทีไม่พอใจนักในตอนที่เขาดึงดันจะแต่งงานด้วย แต่ก่อนไปปฏิบัติภารกิจ แม่ของเขารับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะดูแลลูกสะใภ้คนนี้ให้สุขสบายราวกับเจ้าหญิง เมฆจึงยอมก้าวขึ้นเครื่องบินไปทำหน้าที่ด้วยความวางใจ

ทันทีที่กัปตันหนุ่มลากกระเป๋าเดินทางก้าวเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูล เขาส่งยิ้มกว้าง หวังจะได้เห็นใบหน้าหวานๆ และอ้อมกอดที่คุ้นเคยของภรรยาพุ่งเข้ามาต้อนรับ แต่สิ่งที่รอเขาอยู่กลับมีเพียงคุณหญิงจิตรเลขาและ ‘รตี’ น้องสาวของเขา ที่กำลังนั่งจิบไวน์ดูทีวีกันอย่างสบายอารมณ์บนโซฟาหนังหรูหรา

“อ้าว ตาเมฆ! กลับมาแล้วเหรอลูก ทำไมไม่บอกแม่ล่วงหน้า จะได้ให้คนขับรถไปรับ” คุณหญิงจิตรเลขาแสร้งทำเป็นตกใจ รีบลุกขึ้นมาสวมกอดลูกชาย

“ผมอยากทำเซอร์ไพรส์น่ะครับแม่… แล้วนี่ฟ้าระเบียงไปไหนครับ นอนหลับอยู่ข้างบนหรือเปล่า ผมซื้อสร้อยเพชรจากดูไบมาฝากเธอด้วย” เมฆชะเง้อมองขึ้นไปบนบันไดชั้นสองด้วยความตื่นเต้น

รตีและแม่หันไปสบตากัน ก่อนที่คุณหญิงจิตรเลขาจะแกล้งบีบน้ำตาและตีหน้าเศร้า “เมฆ… แม่ไม่อยากจะบอกลูกเลย แต่ลูกต้องทำใจดีๆ ไว้นะ… นังฟ้าน่ะ มันทิ้งลูกไปแล้ว! พอลูกไปบินต่างประเทศได้แค่สองเดือน มันก็แอบขโมยเงินทองในตู้เซฟ แล้วหอบเสื้อผ้าหนีตามชู้รักของมันไปแล้วลูก! แม่พยายามปิดเรื่องนี้ไว้เพราะกลัวลูกจะเสียสมาธิเวลาขับเครื่องบิน…”

คำพูดนั้นเปรียบเสมือนฟ้าผ่าลงกลางใจของกัปตันหนุ่ม เมฆนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ขาทั้งสองข้างชาหนึบ เขาส่ายหน้าอย่างรุนแรง “ไม่จริง! ฟ้าไม่มีทางทำแบบนั้น! ฟ้าเป็นคนดีและรักผมมาก แม่โกหกผมใช่ไหม!”

“พี่เมฆจะมาหาว่าแม่โกหกได้ยังไงคะ!” รตีแหวขึ้นมาทันที “พี่นั่นแหละที่ตาบอด หลงรักผู้หญิงหิวเงินแบบนั้น มันเห็นพี่ไม่อยู่ มันก็เลยเผยธาตุแท้ออกมาไงคะ ตัดใจซะเถอะค่ะ ผู้หญิงแบบนั้นปล่อยมันไปตายเอาดาบหน้าเถอะ!”

เมฆทิ้งกระเป๋าเดินทางลงกับพื้นด้วยความสับสนและปวดร้าว เขาเดินขึ้นไปบนห้องนอน เปิดตู้เสื้อผ้าและพบว่าเสื้อผ้าของฟ้าลดาหายไปจนหมดจริงๆ ข้าวของเครื่องใช้ของเธอไม่มีหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่ชิ้นเดียว คืนนั้นทั้งคืน กัปตันหนุ่มผู้เข้มแข็งได้แต่นั่งกอดกรอบรูปแต่งงาน ร้องไห้สะอื้นอย่างหนัก เขาไม่สามารถติดต่อเบอร์โทรศัพท์ของภรรยาได้เลย ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศกัดกินหัวใจจนเขาแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่

แต่ลึกลงไปในสัญชาตญาณ เขารู้สึกว่าเรื่องนี้มีบางอย่างผิดปกติ ฟ้าลดาไม่ใช่คนหน้าเงิน เธอเป็นผู้หญิงที่ประหยัดมัธยัสถ์ และมักจะปฏิเสธของราคาแพงที่เขาซื้อให้อยู่เสมอ คนแบบนั้นจะขโมยสมบัติแล้วหนีตามชู้ไปได้อย่างไร

เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงตีสอง สายฝนข้างนอกยังคงตกกระหน่ำอย่างหนัก เมฆที่นอนไม่หลับตัดสินใจเดินลงไปที่ห้องครัวเพื่อหาเบียร์ดื่มดับความกลุ้มใจ ทว่าในจังหวะที่เขาเดินผ่านหน้าต่างกระจกที่มองออกไปทางสวนหลังบ้าน… ท่ามกลางเสียงสายฝนและฟ้าร้อง เขากลับหูแว่วได้ยินเสียง ‘ไอค่อกแค่ก’ และเสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาดังแว่วมาจากทางหลังคฤหาสน์

เมฆขมวดคิ้วแน่น ท้ายสวนแห่งนั้นเป็นพื้นที่รกร้าง มีเพียง ‘เล้าไก่เก่า’ ที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปีตั้งแต่สมัยคุณปู่ และไม่มีใครเดินเฉียดเข้าไปใกล้เพราะมันทั้งเหม็นอับและเต็มไปด้วยตะขาบและงู

ด้วยสัญชาตญาณบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ กัปตันหนุ่มคว้าไฟฉายกระบอกใหญ่ ดันประตูหลังบ้านออกไปและเดินฝ่าสายฝนที่หนาวเหน็บมุ่งหน้าไปยังต้นตอของเสียง ยิ่งเดินเข้าไปใกล้เล้าไก่ร้างมากเท่าไหร่ เสียงสะอื้นและเสียงไอก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หัวใจของเขาเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง

เมื่อแสงไฟฉายสาดส่องไปที่ประตูไม้ผุพังของเล้าไก่ เมฆพบว่ามันถูกคล้องด้วยแม่กุญแจเหล็กขนาดใหญ่ ล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนาจากด้านนอก!

“ใครอยู่ข้างในนั้น!” เมฆตะโกนแข่งกับเสียงฝน

เสียงสะอื้นเงียบลงไปชั่วขณะ ก่อนจะมีเสียงแหบพร่าและสั่นสะท้านที่แสนคุ้นเคยดังตอบกลับมาอย่างหวาดกลัว… “คุณแม่คะ… ฟ้าขอโทษ… ฟ้าหิว… ฟ้าหนาวเหลือเกิน… อย่าสาดน้ำใส่ฟ้าอีกเลยนะคะ…”

เสียงนั้นทำให้ลมหายใจของเมฆสะดุดกึก! เลือดในกายของเขาเดือดพล่านประดุจลาวาภูเขาไฟ “ฟ้า! ฟ้าเหรอ! ถอยออกไปนะฟ้า ผมจะพังประตูเข้าไปเดี๋ยวนี้!”

เมฆไม่รอช้า เขามองหาท่อนเหล็กขึ้นสนิมที่ตกอยู่แถวนั้น นำมางัดและทุบแม่กุญแจอย่างบ้าคลั่งด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี เขาทุบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมือแตกเลือดอาบ แต่เขาไม่สนใจความเจ็บปวดใดๆ จนกระทั่งแม่กุญแจหลุดกระเด็นออกไป กัปตันหนุ่มถีบประตูเล้าไก่ให้เปิดออกอ้าซ่า!

ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าภายใต้แสงไฟฉาย ทำให้กัปตันหนุ่มผู้เคยผ่านความเป็นความตายกลางเวหามานับไม่ถ้วน ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นโคลน… น้ำตาลูกผู้ชายไหลทะลักออกมาอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้!

บนกองฟางที่เปียกชื้นและส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปด้วยมูลไก่และสิ่งสกปรก… ร่างของ ‘ฟ้าลดา’ ภรรยาสุดที่รักของเขา กำลังนอนขดตัวสั่นงันงกราวกับลูกนกตกน้ำ ร่างกายของเธอผอมโซจนเห็นกระดูกไหปลาร้า ผิวพรรณที่เคยขาวผ่องบัดนี้เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวและรอยเฆี่ยนตี เสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นเพียงเศษผ้าขี้ริ้วที่ขาดวิ่นและเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนที่รั่วลงมาจากหลังคา เธอต้องทนใช้ชีวิตอยู่ในกรงขังแคบๆ นี้ เยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน โดยมีเพียงเศษข้าวบูดๆ ในชามหมาวางอยู่ข้างตัว!

“ฟ้า… โธ่ ฟ้าของเมฆ…” เมฆร้องไห้โฮราวกับคนเสียสติ เขาคลานเข่าเข้าไปในกรงขังที่แสนสกปรก ไม่รังเกียจสิ่งปฏิกูลใดๆ คว้าเอาร่างที่บอบบางและเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งของภรรยาเข้ามากอดไว้แน่น กอดแน่นที่สุดเท่าที่ชีวิตของผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ เขาก้มลงจูบหน้าผากที่ร้อนผ่าวด้วยพิษไข้ของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ฟ้าลดาค่อยๆ ปรือตาที่บวมช้ำขึ้นมอง เมื่อเห็นใบหน้าของสามีที่รอคอยมาตลอดหกเดือน น้ำตาแห่งความรวดร้าวก็ไหลอาบแก้ม เธอพยายามยกมือที่สั่นเทาขึ้นลูบใบหน้าของเขา “คุณเมฆ… ฟ้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม… คุณเมฆกลับมาช่วยฟ้าแล้ว… ฟ้าไม่ได้ขโมยเงิน… คุณแม่แย่งทุกอย่างไป แล้วจับฟ้ามาขังไว้ที่นี่… ฟ้าทนรอคุณเมฆ… ฟ้าไม่กล้าตายเพราะฟ้าอยากเจอหน้าคุณเมฆอีกสักครั้ง…”

“ผมรู้แล้ว… ผมรู้แล้วคนดี ผมมันโง่เองที่ปล่อยให้คุณต้องมาเจอเรื่องนรกแบบนี้! ผมขอโทษ! ผมจะฆ่าพวกมัน! ผมจะฆ่าพวกมันทุกคนที่ทำกับคุณแบบนี้!” เมฆคำรามลั่นด้วยความโกรธแค้นที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง เขารีบถอดเสื้อแจ็คเก็ตที่หนาและอบอุ่นของตัวเอง ห่มคลุมร่างของภรรยาเอาไว้ แล้วอุ้มเธอขึ้นมาแนบอกอย่างทะนุถนอมที่สุด

เมฆอุ้มร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของฟ้าลดาเดินฝ่าสายฝนกลับเข้าไปในคฤหาสน์ เขาใช้เท้าถีบประตูไม้บานใหญ่จนเปิดผางเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!

คุณหญิงจิตรเลขาและรตีที่กำลังนอนหลับสบายอยู่บนชั้นสอง สะดุ้งตื่นและวิ่งลงมาดูเหตุการณ์ ทันทีที่พวกเธอเห็นร่างของฟ้าลดาในอ้อมแขนของเมฆ ใบหน้าของสองแม่ลูกก็ซีดเผือดเป็นไก่ต้ม ขาทั้งสองข้างสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวขั้นสุดเมื่อปะทะเข้ากับแววตาที่ดุดันราวกับมัจจุราชของกัปตันหนุ่ม

“ม… เมฆ… ฟังแม่ก่อนนะลูก นังนั่นมันใส่ร้ายแม่! มันทำตัวสกปรกเอง แม่ถึงต้องให้มันไปอยู่ข้างนอก…” คุณหญิงจิตรเลขาละล่ำละลัก แกล้งทำใจดีสู้เสือ

“หุบปากเดี๋ยวนี้!!!” เสียงตวาดของเมฆดังกึกก้องจนกระจกหน้าต่างแทบสั่นสะเทือน “จิตใจของพวกคุณมันทำด้วยอะไรฮะ! นี่คือลูกสะใภ้ นี่คือภรรยาของผม! พวกคุณฮุบเงินเดือนของผมไปเสวยสุข ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม ดื่มไวน์ราคาแพง แล้วจับเมียผมไปขังไว้ในเล้าไก่ให้กินข้าวบูด! พวกคุณมันไม่ใช่คน พวกคุณมันเป็นปีศาจ!!”

รตีพยายามจะเถียง “พี่เมฆจะมาด่าแม่กับน้องเพราะอีนังขอทานนี่เหรอคะ! พี่เป็นบ้าไปแล้ว…”

เมฆไม่รอให้น้องสาวพูดจบ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกหาทนายความส่วนตัวและตำรวจทันที “ส่งกำลังตำรวจมาที่คฤหาสน์ของผมเดี๋ยวนี้! มีคดีกักขังหน่วงเหนี่ยวและทารุณกรรม! และเตรียมเอกสารตัดขาดครอบครัว ถอดชื่อพวกมันออกจากกองมรดกและอายัดบัตรเครดิตทุกใบของพวกมันให้หมดภายในคืนนี้!”

สิ้นคำสั่งอันเด็ดขาด คุณหญิงจิตรเลขาและรตีก็เข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น ร้องไห้ฟูมฟายและคลานเข้ามากราบเท้าขอร้องอ้อนวอน แต่เมฆไม่มีแม้แต่ความเมตตาหลงเหลืออยู่ในดวงตา เขาอุ้มฟ้าลดาเดินข้ามศีรษะของพวกเธอไปอย่างไม่ไยดี มุ่งหน้าตรงไปยังรถยนต์ส่วนตัวเพื่อพาภรรยาไปส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

ตั้งแต่วันนั้น กัปตันเมฆไม่เคยกลับไปเหยียบคฤหาสน์หลังนั้นอีกเลย เขาปล่อยให้แม่และน้องสาวถูกดำเนินคดีตามกฎหมายและต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างยากลำบากจากการถูกอายัดทรัพย์สินทั้งหมด ส่วนฟ้าลดาได้รับการรักษาทั้งร่างกายและจิตใจจนกลับมาแข็งแรงและสดใสอีกครั้ง เมฆซื้อบ้านหลังใหม่ที่อบอุ่นและเงียบสงบ เขาขอลาพักร้อนระยะยาวเพื่ออยู่เคียงข้างและชดเชยทุกความเจ็บปวดให้กับผู้หญิงที่เขารักที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่าตลอดชีวิตที่เหลืออยู่นี้ เธอจะไม่มีวันต้องร่วงหล่นลงไปพบเจอกับความมืดมิดและหยาดน้ำตาอีกต่อไป.

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!