แสงตะเกียงที่รอคอย: เมื่อลูกสาวที่หายตัวไป 30

ปี หวนคืนบ้านเกิดในฐานะมหาเศรษฐีนี สู่การร่ำไห้แทบขาดใจเมื่อรู้ความจริงเบื้องหลังกระท่อมผุพังของพ่อแม่!
รถยนต์เมอร์เซเดส-มายบัคสีดำขลับมันปลาบ แล่นอย่างเชื่องช้าไปตามถนนลูกรังที่ทอดยาวเข้าสู่หมู่บ้านชนบทอันห่างไกลในจังหวัดทางภาคเหนือตอนล่าง ความหรูหราของยานพาหนะคันนี้ช่างขัดแย้งกับสภาพแวดล้อมสองข้างทางที่เต็มไปด้วยทุ่งนาแห้งแล้งและบ้านเรือนสังกะสีเก่าๆ ภายในห้องโดยสารที่เงียบสงบ ‘พลอย’ หรือในชื่อปัจจุบันคือ ‘ลดาวัลย์’ ซีอีโอหญิงวัยสี่สิบปี เจ้าของธุรกิจนำเข้าและส่งออกระดับประเทศ กำลังนั่งประสานมือแน่นจนข้อต่อขาวซีด หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งตื่นเต้น หวาดกลัว และแฝงไปด้วยความน้อยใจที่เกาะกินหัวใจมาตลอดยามค่ำคืนตลอดสามสิบปีที่ผ่านมา
ยี่สิบปีก่อนหน้านี้… ไม่สิ สามสิบปีเต็มแล้วที่พลอยพลัดหลงกับพ่อแม่ในงานวัดประจำปี ตอนนั้นเธออายุเพียงสิบขวบ ถูกแก๊งลักพาตัวเด็กหลอกล่อและจับตัวไปขายให้เป็นขอทานในเมืองใหญ่ เธอต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ถูกทุบตีและทารุณกรรมสารพัด จนกระทั่งโชคชะตาเข้าข้างให้เธอได้รับการช่วยเหลือจากมูลนิธิ และถูกรับอุปการะโดยเศรษฐีใจบุญที่นำเธอไปเลี้ยงดูและมอบการศึกษาที่ดีที่สุดให้ จนเธอเติบโตมาเป็นนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แต่ถึงแม้จะมีเงินทองล้นฟ้า มีคฤหาสน์หรูหรา คำถามหนึ่งที่ยังคงหลอกหลอนพลอยมาตลอดคือ… ‘พ่อกับแม่เคยออกตามหาฉันบ้างไหม? หรือพวกเขาลืมฉันไปแล้ว และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับลูกคนใหม่ไปแล้ว?’
วันนี้ หลังจากใช้เงินจำนวนมหาศาลจ้างทีมนักสืบเอกชนมือหนึ่ง ในที่สุดเธอก็ได้ที่อยู่เดิมของพ่อและแม่ พลอยจำได้ดีว่าในอดีต ครอบครัวของเธอไม่ได้ยากจน พ่อของเธอคือ ‘ผู้ใหญ่บุญ’ เจ้าของสวนผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน และมีบ้านเรือนไทยไม้สักทองสองชั้นที่สวยงามที่สุด พลอยวาดภาพในหัวว่า วันนี้เธอจะกลับไปยืนหน้าบ้านหลังนั้นในฐานะผู้หญิงที่ร่ำรวย เพื่อพิสูจน์ให้พ่อกับแม่เห็นว่า ต่อให้ไม่มีพวกเขา เธอก็สามารถเติบโตมาได้อย่างดีเยี่ยม
แต่ทว่า… เมื่อจีพีเอสบอกตำแหน่งว่ามาถึงจุดหมาย รถหรูจอดสนิทลงตรงหน้าพื้นที่ที่ควรจะเป็นสวนผลไม้และบ้านเรือนไทยไม้สักทอง สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ากลับทำให้พลอยต้องขมวดคิ้วด้วยความสับสน
ไม่มีสวนผลไม้ที่ร่มรื่น ไม่มีบ้านเรือนไทยที่สง่างาม มีเพียงลานดินแห้งแล้ง และที่มุมหนึ่งของที่ดิน มีเพียง ‘กระท่อมสังกะสีผุพัง’ ที่ดูเหมือนเพิงพักชั่วคราวของคนงานก่อสร้าง หลังคาสังกะสีเป็นสนิมเขรอะจนมีรูพรุน ผนังทำจากเศษไม้กระดานและป้ายไวนิลเก่าๆ มาตีแปะไว้ด้วยกัน สภาพของมันดูราวกับว่าแค่พายุพัดมาเบาๆ มันก็พร้อมจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ
พลอยก้าวลงจากรถด้วยความงุนงง เธอคิดว่านักสืบอาจจะให้ข้อมูลผิดพลาด หญิงสาวในชุดสูทแบรนด์เนมราคาหลักแสนเดินเข้าไปใกล้กระท่อมหลังนั้น ทันใดนั้น สายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับร่างของชายชราและหญิงชราคู่หนึ่งที่กำลังนั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่หน้ากระท่อม สภาพของทั้งคู่ทำให้พลอยรู้สึกหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก ชายชราผ่ายผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก สวมเสื้อหม้อห้อมเก่าๆ ที่ขาดวิ่น ส่วนหญิงชรากำลังนั่งสายตาเหม่อลอย มือที่เหี่ยวย่นกำลังลูบคลำตุ๊กตาผ้าเก่าๆ สีซีดจนแทบมองไม่ออกว่าเป็นรูปอะไร
“ขอโทษนะคะ…” พลอยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ “คุณลุงคุณป้าพอจะรู้จัก ‘ผู้ใหญ่บุญ’ กับ ‘ป้าจันทร์’ ที่เคยเป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้ไหมคะ? ฉันได้ข่าวว่าพวกเขาเคยมีบ้านเรือนไทยหลังใหญ่อยู่ตรงนี้…”
ชายชราเงยหน้าขึ้นมองพลอยด้วยดวงตาที่ฝ้าฟางและลึกโบ๋ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยตีนกาและคราบน้ำตาที่แห้งกรังขยับยิ้มบางๆ ที่ดูแสนจะเศร้าสร้อย “ลุงนี่แหละ… คือผู้ใหญ่บุญ ส่วนนี่ก็จันทร์ เมียของลุงเอง… แม่หนูมาหาพวกเรา มีธุระอะไรหรือเปล่า?”
พลอยเบิกตากว้าง ขากรรไกรของเธอแทบจะร่วงหล่นลงพื้น ร่างกายของเธอชาวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า นี่คือพ่อและแม่ของเธอจริงๆ หรือ! ทำไมเศรษฐีเจ้าของสวนผลไม้ ถึงได้กลายสภาพเป็นคนแก่ยากไร้ที่ต้องอาศัยอยู่ในกระท่อมซอมซ่อราวกับขอทานเช่นนี้! ความน้อยใจที่เคยมีมลายหายไป สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่า มีเรื่องราวเลวร้ายเกิดขึ้นในช่วงสามสิบปีที่ผ่านมา
“ท… ทำไมพวกคุณถึงมาอยู่ในสภาพนี้ล่ะคะ?” พลอยถามเสียงสั่น “บ้านเรือนไทยไปไหน สวนผลไม้หายไปไหนหมดคะ ทำไมลุงกับป้าถึง… ถึงยากจนขนาดนี้ ทิ้งสมบัติไปไหนหมด?”
เมื่อได้ยินคำถามนั้น หยาดน้ำตาก็เอ่อล้นออกมาจากดวงตาฝ้าฟางของลุงบุญ ชายชราถอนหายใจยาวด้วยความรวดร้าวที่ฝังลึกในกระดูก “สมบัติเหรอแม่หนู… ลุงขายมันไปหมดแล้วล่ะ ขายตั้งแต่สามสิบปีที่แล้ว”
“ขาย? ขายทำไมคะ?” พลอยถามกลับทันที หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจ่ำหวะ
“เพราะเมื่อสามสิบปีก่อน… ลุงกับป้าทำสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตหล่นหายไป” ลุงบุญชี้มือที่สั่นเทาไปที่เสาไม้หน้ากระท่อม ซึ่งถูกคลุมด้วยพลาสติกใสอย่างแน่นหนา
พลอยเดินเข้าไปดูใกล้ๆ และวินาทีที่สายตาของเธอจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่ใต้พลาสติกนั้น… ลมหายใจของเธอก็สะดุดกึก ราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่กลางอกอย่างจัง!
มันคือกระดาษประกาศเด็กหายสีเหลืองซีด ที่ถูกถ่ายเอกสารซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนภาพเบลอ แต่ภาพเด็กหญิงผมเปียในกระดาษใบนั้น คือใบหน้าของพลอยในวัยสิบขวบ! ด้านล่างมีข้อความเขียนด้วยลายมือโย้เย้ว่า ‘ตามหา ด.ญ. พลอย ผู้ใดพบเห็นมีรางวัลให้ 1,000,000 บาท’
“พลอย… ลูกสาวคนเดียวของลุง ถูกคนลักพาตัวไปจากงานวัด” เสียงของลุงบุญสั่นสะท้านไปด้วยความเจ็บปวดที่ไม่มีวันเยียวยา “ลุงกับจันทร์หัวใจสลาย เราแจ้งความ แต่ตำรวจก็หาไม่พบ… ลุงเลยตัดสินใจประกาศขายสวนผลไม้ ขายที่ดินทุกตารางนิ้ว แม้กระทั่งรื้อบ้านเรือนไทยไม้สักไปขาย เพื่อเอาเงินทั้งหมดมาเป็นค่าจ้างนักสืบ และใช้เป็นทุนในการเดินทางตามหาลูก”
น้ำตาของพลอยเริ่มรื้นขึ้นมาจนภาพตรงหน้าพร่ามัว เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นขณะฟังพ่อแท้ๆ ของเธอเล่าเรื่องราวที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนในชีวิต
“เราสองผัวเมีย นั่งรถไฟ นั่งรถทัวร์ เดินเท้าไปทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย ไปนอนตามวัด ไปติดป้ายประกาศ ไปหาหมอดู ไปทุกที่ที่มีคนบอกว่าเจอเด็กหน้าตาคล้ายพลอย… เงินที่เรามีร่อยหรอลงไปทุกปีๆ จนกระทั่งสิบปีผ่านไป… เราหมดตัว ไม่มีเงินเหลือแม้แต่บาทเดียว” ลุงบุญเล่าพร้อมกับปาดน้ำตา
“ถ้าหมดตัวแล้ว… ทำไมไม่เริ่มต้นชีวิตใหม่ล่ะคะ… ทำไมต้องมาทนอยู่ในกระท่อมผุพังแบบนี้” พลอยถามด้วยน้ำเสียงที่แทบจะเค้นออกมาจากลำคอ
คราวนี้ ป้าจันทร์ที่นั่งเงียบมาตลอด เป็นคนตอบคำถามนี้ด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและสั่นเทา หญิงชราลูบตุ๊กตาผ้าในมือ… ซึ่งพลอยจำได้ดีว่ามันคือตุ๊กตากระต่ายเน่าๆ ที่เธอชอบกอดตอนเด็กๆ
“เริ่มต้นใหม่ไม่ได้หรอกแม่หนู… ป้าทิ้งที่นี่ไปไม่ได้” ป้าจันทร์ร้องไห้สะอื้น “ที่ดินผืนนี้ ลุงเขาขอร้องคนที่ซื้อที่ดินต่อจากเรา ขอแบ่งเช่าที่ดินเล็กๆ แค่สามตารางวานี้เพื่อสร้างกระท่อมซอมซ่อ… เพราะป้ากลัว… ป้ากลัวว่าถ้าวันหนึ่ง พลอยของป้าหนีรอดจากพวกคนใจร้ายมาได้ และเดินทางกลับมาที่บ้าน… ถ้าพลอยไม่เห็นบ้าน พลอยจะคิดว่าพ่อกับแม่ทิ้งพลอยไปแล้ว พลอยจะไม่มีที่ไป”
ป้าจันทร์ชี้ไปที่ตะเกียงน้ำมันก๊าดเก่าๆ ที่แขวนอยู่หน้ากระท่อม “ทุกคืน… ลุงกับป้าจะจุดตะเกียงดวงนี้ทิ้งไว้หน้ากระท่อม ไม่เคยปล่อยให้มันดับเลยแม้แต่คืนเดียวตลอดสามสิบปี… เราจุดไว้เพื่อเป็นแสงสว่าง ให้พลอยมองเห็นทางกลับบ้าน… เราจะรออยู่ที่นี่ จนกว่าเราจะหมดลมหายใจ…”
พรึ่บ!!
กระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงร่วงหล่นจากมือของพลอยลงสู่พื้นดิน หญิงสาวผู้แข็งแกร่งและเย่อหยิ่งในโลกธุรกิจ ไม่อาจทนทานต่อมวลความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาได้อีกต่อไป ขาทั้งสองข้างของเธออ่อนยวบ ทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นดินที่แห้งแล้งตรงหน้าชายชราและหญิงชรา เธอก้มหน้าร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร ร้องไห้ปานจะขาดใจ ร้องไห้ให้กับความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่เธอเคยมองข้ามและตั้งแง่สงสัยมาตลอด!
พวกเขาไม่ได้ทิ้งเธอ! พวกเขาไม่ได้ลืมเธอ! แต่พวกเขาทำลายชีวิตตัวเอง ยอมทิ้งความสุขสบาย ยอมทิ้งสมบัติทุกอย่าง เพื่อแลกกับเศษเสี้ยวความหวังที่จะได้เธอกลับคืนมา! พวกเขายอมอยู่ในกระท่อมผุพัง ทนความหนาวเหน็บ เพียงเพราะกลัวว่าลูกสาวที่อาจจะกลับมา จะหาบ้านไม่เจอ!
“แม่หนู… ร้องไห้ทำไม เป็นอะไรไปลูก…” ป้าจันทร์ตกใจ พยายามจะเอื้อมมือที่สั่นเทามาลูบหลังพลอย
พลอยเงยหน้าขึ้นที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา เธอเอื้อมมือไปจับมือของป้าจันทร์และลุงบุญมากุมไว้แนบแก้ม ก่อนจะค่อยๆ ปลดกระดุมแขนเสื้อสูทของเธอออก ร่นแขนเสื้อขึ้นเพื่อเผยให้เห็น ‘ปานแดงรูปจันทร์เสี้ยว’ ที่บริเวณท้องแขนขวา… สัญลักษณ์ประจำตัวที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้
“พ่อคะ… แม่คะ…” พลอยสะอื้นจนตัวโยน น้ำเสียงของเธอแตกพร่า “ตะเกียงของพ่อกับแม่… มันทำหน้าที่ของมันสำเร็จแล้วนะคะ… แสงสว่างของมัน… นำทางพลอยกลับมาถึงบ้านแล้วค่ะ…”
ลุงบุญและป้าจันทร์เบิกตากว้างจนแทบถลน สายตาของทั้งคู่จดจ้องไปที่ปานแดงรูปจันทร์เสี้ยวนั้น ร่างกายของคนแก่ทั้งสองสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ตุ๊กตากระต่ายในมือป้าจันทร์ร่วงหล่นลงพื้น
“พ… พลอย… ลูกพลอย… ลูกพลอยของแม่!!” ป้าจันทร์แผดเสียงร้องไห้โหยหวนด้วยความดีใจที่อัดอั้นมาตลอดสามทศวรรษ หญิงชราโผเข้ากอดร่างของลูกสาวแน่นราวกับกลัวว่านี่จะเป็นเพียงความฝัน ลุงบุญทรุดตัวลงมากอดทั้งภรรยาและลูกสาว ร้องไห้โฮเสียงดังลั่นกระท่อม ทั้งสามชีวิตกอดรัดกันกลมเกลียว น้ำตาแห่งความรวดร้าวที่ยาวนานถึงสามสิบปี ถูกชะล้างด้วยน้ำตาแห่งความสุขและการพบพาน
บอดี้การ์ดและเลขาของพลอยที่ยืนอยู่ด้านหลัง ต่างพากันยกมือขึ้นปาดน้ำตาด้วยความซาบซึ้งใจ ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะรักเราได้เท่ากับพ่อแม่ คำกล่าวนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วด้วยความเสียสละอันยิ่งใหญ่ที่ไร้เงื่อนไข
“พ่อกับแม่ไม่ต้องทนลำบากอีกต่อไปแล้วนะคะ…” พลอยกอดบุพการีแน่น ร้องไห้พลางให้คำมั่นสัญญา “พลอยกลับมาแล้ว พลอยจะดูแลพ่อกับแม่เอง พลอยจะซื้อที่ดินผืนนี้คืนมาทั้งหมด พลอยจะสร้างบ้านเรือนไทยหลังใหม่ให้ใหญ่และสวยกว่าเดิม พ่อกับแม่จะต้องเป็นคนแก่ที่มีความสุขที่สุดในโลกค่ะ”
ในวันนั้น กระท่อมสังกะสีผุพังอาจจะไม่ได้ถูกรื้อถอนในทันที แต่มันได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่ไม่มีวันสลาย พลอยใช้เงินมหาศาลซื้อที่ดินเก่าของครอบครัวกลับคืนมาทั้งหมด และสร้างคฤหาสน์หลังงามเพื่อให้พ่อและแม่ได้ใช้บั้นปลายชีวิตอย่างสุขสบายที่สุด แต่ที่หน้าคฤหาสน์หลังนั้น… เธอยังคงเก็บรักษา ‘ตะเกียงน้ำมันก๊าด’ ดวงเก่าดวงนั้นไว้ในตู้กระจกอย่างดี เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่า ไม่ว่าเธอจะบินไปได้สูงและไกลสักแค่ไหน… แสงสว่างดวงเล็กๆ จากตะเกียงดวงนี้ต่างหาก ที่เป็นแสงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่นำพาวิญญาณของเธอกลับคืนสู่บ้านเกิดและอ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุดตลอดกาล.



