News

เศรษฐีหมื่นล้านในคราบคนเปื้อนโคลน:

เมื่อเซลส์สาวปากตลาดเหยียดหยามชาวนาว่าเป็น ‘ขอทาน’ สู่บทเรียนสะท้านตึกที่พลิกชะตากรรมคนจองหองให้ตกนรกทั้งเป็น!

ใจกลางมหานครที่ตึกระฟ้าเบียดเสียดกันบดบังแสงอาทิตย์ ‘เดอะ แกรนด์ เอ็มไพร์’ คือศูนย์การค้าที่หรูหราที่สุด แพงที่สุด และเป็นแหล่งรวมตัวของอภิมหาเศรษฐีระดับท็อปของประเทศ พื้นหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีขัดเงาจนสะท้อนภาพราวกับกระจก โคมไฟระย้าคริสตัลส่องประกายระยิบระยับ แบรนด์เนมระดับโลกทุกแบรนด์ต่างแย่งชิงพื้นที่เพื่อเปิดบูติกที่นี่

ทว่า ในบ่ายวันอาทิตย์ที่แสนวุ่นวาย ชายชราคนหนึ่งกลับก้าวเข้ามาในอาณาจักรแห่งความหรูหรานี้ด้วยสภาพที่ผิดแผกไปจากทุกคนอย่างสิ้นเชิง

‘ลุงบุญมี’ ชายวัยเจ็ดสิบปี สวมหมวกสานใบเก่าที่ขอบหลุดลุ่ย เสื้อหม้อห้อมสีซีดที่เต็มไปด้วยคราบเหงื่อและรอยเปื้อนดิน กางเกงขาก๊วยสีดำขะมุกขะมอม และที่เลวร้ายที่สุดในสายตาของคนเมืองคือ รองเท้าบูทยางทำไร่ที่ยังมีเศษโคลนแห้งเกรอะกรังติดอยู่ เขาเพิ่งกลับจากการลงพื้นที่ตรวจดูแปลงผักออร์แกนิกที่เขาปลูกไว้ดูเล่นในแถบชานเมือง และบังเอิญนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดครบรอบยี่สิบปีของ ‘หนูริน’ หลานสาวสุดที่รัก เขาจึงแวะมาที่ห้างนี้เพื่อซื้อของขวัญโดยไม่ทันได้กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

ลุงบุญมีเดินหลังค่อมเล็กน้อย กวาดสายตามองหาร้านกระเป๋าแบรนด์เนม ‘L’Éternité’ (เลเตอไนเต้) แบรนด์เครื่องหนังระดับไฮเอนด์จากฝรั่งเศสที่หลานสาวเคยบ่นว่าอยากได้ เมื่อเห็นป้ายร้านสีทองอร่าม ชายชราก็คลี่ยิ้มและก้าวเท้าเข้าไปด้านในทันที

“ว้าย! กรี๊ด! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

เสียงแหลมปรี๊ดราวกับนกหวีดดังขึ้นทันทีที่ปลายรองเท้าบูทเปื้อนโคลนของลุงบุญมีแตะลงบนพรมขนแกะสีขาวบริสุทธิ์ของร้าน ‘เจสสิก้า’ หรือชื่อเดิมคือ ‘จิ๋ม’ เซลส์สาววัยเบญจเพสที่แต่งหน้าจัดจ้านและสวมชุดยูนิฟอร์มรัดรูป พุ่งพรวดออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความขยะแขยง เธอยกมือที่ทาเล็บสีแดงสดขึ้นมาบีบจมูกตัวเองราวกับได้กลิ่นซากศพ

“นี่ลุง! ตาบอดหรือไงฮะ ถึงไม่เห็นป้ายหน้าร้านว่านี่มันบูติกระดับไฮเอนด์! เข้ามาทำไม สภาพอย่างกับขอทานเพิ่งขุดขึ้นมาจากหลุมขยะ ออกไปเดี๋ยวนี้นะ พรมร้านฉันผืนละหลายแสน โคลนสกปรกๆ ของลุงมันทำให้ร้านฉันเสียราศีหมด!” เจสสิก้าตวาดลั่น ชี้นิ้วไล่ชายชราอย่างไม่ไว้หน้า ท่ามกลางสายตาของลูกค้าระดับวีไอพีอีกสองสามคนที่หันมามองด้วยความสนใจ

ลุงบุญมีไม่ได้โกรธเคือง ชายชรายังคงรักษาความเยือกเย็น เขายิ้มบางๆ อย่างผู้ที่ผ่านโลกมามาก “ใจเย็นๆ สิแม่หนู ลุงไม่ได้มาขอทาน ลุงตั้งใจจะมาซื้อกระเป๋ารุ่นลิมิเต็ดที่ชื่อ ‘สตาร์ ออฟ ปารีส’ ให้หลานสาวน่ะ เห็นว่าเพิ่งเข้าไทยมาใบเดียว ลุงขอดูหน่อยได้ไหม”

“ฮ่าๆๆๆๆ! โอ๊ย ฉันจะบ้าตาย!” เจสสิก้าระเบิดเสียงหัวเราะเยาะเย้ยออกมาอย่างหยาบคายที่สุด “สตาร์ ออฟ ปารีส? ราคาใบละสี่ล้านห้าแสนบาทเนี่ยนะ! ลุงรู้ไหมว่ากระเป๋าใบนั้นมันทำมาจากหนังจระเข้เผือกประดับเพชรแท้ ลำพังแค่ลุงไปขายไตทั้งสองข้าง ยังซื้อหูหิ้วมันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ! อย่ามาทำตัวเป็นคนแก่สติฟั่นเฟือนแถวนี้ ไป๊! ไปขอทานหน้าวัดนู่น ที่นี่มันที่สำหรับคนมีระดับ ไม่ใช่ขยะสังคมอย่างลุง!”

“แม่หนู… คนเราทำงานบริการ ไม่ควรตัดสินลูกค้าที่เสื้อผ้านะ” ลุงบุญมีเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความทรงอำนาจบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ “ลุงมีปัญญาจ่ายแน่นอน เอาของออกมาให้ลุงดูเถอะ”

“ยังจะมาปากดีอีก! ได้! อยากลองดีนักใช่ไหม!” เจสสิก้าฟิวส์ขาด เธอหันไปคว้าวอล์กกี้ทอล์กกี้ที่เหน็บอยู่ข้างเอว แล้วกรอกเสียงลงไปอย่างเกรี้ยวกราด “รปภ.! รปภ. อยู่ไหน! ส่งคนมาที่ร้าน L’Éternité ชั้นจีเดี๋ยวนี้! มีขอทานโรคจิตบุกเข้ามาป่วนในร้าน ลากคอมันออกไปโยนทิ้งหลังห้างเลยนะ!”

ลูกค้าไฮโซในร้านต่างพากันส่ายหน้า บางคนกระซิบกระซาบว่าลุงคนนี้คงสติไม่ดีจริงๆ ถึงได้กล้าเดินเข้ามาในร้านที่แพงที่สุดในประเทศด้วยสภาพแบบนี้

เพียงไม่ถึงสองนาที พนักงานรักษาความปลอดภัยร่างยักษ์สามคนก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามาในร้าน เจสสิก้ากอดอกเชิดหน้า ยิ้มหยันด้วยความสะใจ “ลากตัวไอ้แก่สกปรกนี่ออกไป! แล้วเอาสเปรย์ฆ่าเชื้อมาฉีดตรงที่มันยืนด้วยนะ ฉันรังเกียจเชื้อโรค!”

รปภ. สองคนตรงเข้ามาเตรียมจะจับแขนชายชรา แต่ก่อนที่มือของพวกเขาจะทันได้สัมผัสตัว ลุงบุญมีก็ยกมือขึ้นปรามอย่างใจเย็น เขาล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงขาก๊วย หยิบสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงที่แพงที่สุดซึ่งขัดกับสภาพเสื้อผ้าอย่างสิ้นเชิงออกมา ชายชรากดหมายเลขเพียงเบอร์เดียว และรอสายไม่ถึงสามวินาที

“ธนกร… ฉันอยู่ที่ร้านกระเป๋าชั้นจี… ลงมาหาฉันเดี๋ยวนี้ ภายในหนึ่งนาที” ลุงบุญมีพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและกดวางสายทันที

เจสสิก้าเบ้ปาก “แหม! มีโทรศัพท์แพงๆ ใช้ด้วย ขโมยใครมาล่ะลุง? แล้วนี่โทรเรียกเพื่อนขอทานมารวมตัวกันหรือไง? ฉันบอกเลยนะ ต่อให้ลุงเรียกมาทั้งสลัม ก็ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก!”

“ฉันไม่ได้เรียกเพื่อน… ฉันเรียกคนที่จ่ายเงินเดือนให้พวกเธอต่างหาก” ลุงบุญมีตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เจสสิก้ารู้สึกขนลุกซู่ไปชั่วขณะ

เวลาผ่านไปเพียงสี่สิบวินาที เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งกระหืดกระหอบฝ่าฝูงชนด้านนอกดังเข้ามาใกล้ บานประตูกระจกของร้านถูกผลักออกอย่างแรงจนแทบพัง ชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลสุดเนี้ยบ ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬ เขากำลังหอบหายใจอย่างหนัก ชายคนนี้คือ ‘ธนกร’ ผู้อำนวยการใหญ่ของศูนย์การค้า เดอะ แกรนด์ เอ็มไพร์ ผู้ซึ่งมีอำนาจชี้เป็นชี้ตายทุกร้านค้าในห้างแห่งนี้

เจสสิก้าเบิกตากว้างเมื่อเห็นผู้อำนวยการใหญ่ลงมาด้วยตัวเอง เธอรีบปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้มและวิ่งเข้าไปฟ้องทันที “ท่านผอ. คะ! มาพอดีเลยค่ะ ดูสิคะ รปภ. หละหลวมมาก ปล่อยให้ขอทานที่ไหนไม่รู้เข้ามาวุ่นวายในร้าน เจสกำลังให้คนลากตัวมันออกไป…”

“หุบปากเดี๋ยวนี้!! นังผู้หญิงโง่เง่า!!”

เสียงตวาดของธนกรดังกัมปนาทราวกับฟ้าผ่ากลางร้าน เจสสิก้าสะดุ้งสุดตัว หน้าซีดเผือด รปภ. ทั้งสามคนชะงักกึก ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้บริหารระดับสูงถึงเกรี้ยวกราดขนาดนี้

ธนกรไม่สนใจเจสสิก้าอีก เขาวิ่งถลาเข้าไปหาชายชราเปื้อนโคลนที่ยืนเอามือไพล่หลังอยู่กลางร้าน ก่อนที่ผู้อำนวยการใหญ่แห่งศูนย์การค้าหมื่นล้าน จะทำในสิ่งที่ทุกคนในร้านต้องเบิกตาค้างแทบถลน… ธนกรประสานมือ โค้งคำนับลงต่ำถึงเก้าสิบองศาด้วยความเคารพอย่างสูงสุด

“กราบขออภัยอย่างสูงครับ ‘ท่านประธาน’! ผมไม่ทราบจริงๆ ว่าท่านเจ้าสัวจะแวะมาตรวจห้างวันนี้ ไม่อย่างนั้นผมจะเตรียมการต้อนรับให้สมเกียรติกว่านี้ครับ!”

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมร้าน L’Éternité ทันที ราวกับมีใครมากดปุ่มหยุดเวลา เจสสิก้ายืนอ้าปากค้าง ขาทั้งสองข้างอ่อนยวบจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น พนักงานคนอื่นๆ และลูกค้าไฮโซในร้านต่างหน้าชา ตัวแข็งทื่อ

“ท… ท่านประธาน…? จ… เจ้าสัว…?” เจสสิก้าครางเสียงสั่น สมองของเธอขาวโพลนไปหมด

“ก็ใช่น่ะสิอีโง่!!” ธนกรหันไปตวาดใส่เซลส์สาว “นี่คือ ‘เจ้าสัวบุญมี’ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ! ผู้ก่อตั้งเครือบุญมีกรุ๊ป! เจ้าของที่ดินสิบตาตรางกิโลเมตรนี้ และเป็นเจ้าของศูนย์การค้าเดอะ แกรนด์ เอ็มไพร์ ที่แกยืนเหยียบอยู่นี่ไง! แกกล้าดียังไงไปเรียกเจ้าของห้างว่าขอทาน!!”

เหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาทับร่างของเจสสิก้า ผู้ชายซอมซ่อที่เธอเพิ่งด่าทอ เหยียดหยาม และสั่งให้ รปภ. ลากตัวออกไป… ไม่ใช่แค่คนรวยธรรมดา แต่เขาคือ ‘พระเจ้า’ ของอาณาจักรแห่งนี้! เขาคือมหาเศรษฐีผู้รักความสมถะที่มักจะปรากฏตัวตามหน้าหนังสือพิมพ์ธุรกิจระดับโลก แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเวลาว่างเขาชอบแต่งตัวเป็นชาวนาไปปลูกผัก!

“จ… เจ้าสัวคะ… หนู… หนูขอโทษค่ะ! หนูตาบอด! หนูไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นท่าน!” เจสสิก้าล้มทั้งยืน เธอคลานเข่าเข้าไปหาลุงบุญมี น้ำตาที่เต็มไปด้วยมาสคาร่าไหลอาบแก้มจนดำปี๋ เธอพยายามจะกราบแทบเท้าของชายชรา แต่งรปภ. ที่เพิ่งตั้งสติได้ รีบเข้ามากันตัวเธอไว้อย่างรู้หน้าที่

ลุงบุญมีมองภาพนั้นด้วยสายตาที่เย็นชาและไร้ซึ่งความสงสาร “ความผิดของเธอ ไม่ใช่การที่เธอไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร… แต่ความผิดของเธอ คือการที่เธอปฏิบัติต่อ ‘มนุษย์’ ด้วยกันเยี่ยงขยะ เพียงเพราะเขาสวมเสื้อผ้าที่เก่ากว่าเธอ”

ชายชราหันไปหาธนกร “ธนกร ร้านนี้จ่ายค่าเช่าปีละเท่าไหร่?”

“ห้าสิบล้านบาทครับท่านประธาน”

“ฉันขอสั่งยกเลิกสัญญาเช่าของแบรนด์นี้ทั้งหมด ทุกสาขาที่อยู่ในเครือข่ายห้างของเราทั่วประเทศ! ให้พวกมันเก็บของออกไปภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง!” ลุงบุญมีประกาศก้อง “แบรนด์ที่อบรมพนักงานให้เหยียดหยามคนอื่น ไม่สมควรมีที่ยืนในอาณาจักรของฉัน… อ้อ แล้วก็สั่งปลดผู้หญิงคนนี้ แบล็คลิสต์ชื่อเธอส่งไปให้พันธมิตรทางธุรกิจของเราทุกบริษัท ห้ามใครรับเธอเข้าทำงานในสายบริการอีกเด็ดขาด!”

“ด… ได้โปรดเถอะค่ะเจ้าสัว! หนูผิดไปแล้ว! พ่อแม่หนูกำลังป่วย หนูต้องผ่อนรถ ผ่อนคอนโด… ถ้าหนูตกงาน หนูจบสิ้นแน่ๆ ค่ะ!” เจสสิก้ากรีดร้องโหยหวน ร้องไห้ฟูมฟายปานจะขาดใจ

“ตอนที่เธอไล่ฉันเหมือนหมา เธอไม่เห็นนึกถึงจิตใจคนอื่นเลยนี่ เจสสิก้า” ลุงบุญมีเอ่ยทิ้งท้ายอย่างเด็ดขาด “เสื้อผ้าแบรนด์เนมมันอาจจะปกปิดความยากจนทางวัตถุของเธอได้… แต่มันปกปิดความยากไร้ทาง ‘สติปัญญาและจิตสำนึก’ ของเธอไม่ได้หรอกนะ”

พูดจบลุงบุญมีก็หมุนตัวเดินออกจากร้านไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้เจสสิก้านั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่กลางพรมขนแกะที่เธอหวงแหน อนาคตของเธอพังพินาศลงในพริบตาเพียงเพราะความจองหองและคำพูดที่ดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น

บ่ายวันนั้น เจ้าสัวบุญมีไม่ได้กระเป๋า L’Éternité กลับไปให้หลานสาว แต่เขาเลือกที่จะเดินไปซื้อกระเป๋าแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ที่พนักงานต้อนรับเขาด้วยรอยยิ้มที่จริงใจแทน บทเรียนราคาหมื่นล้านในวันนี้ ได้สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งวงการแบรนด์เนม เป็นการตอกย้ำให้ทุกคนตระหนักว่า… ทองคำแท้ ต่อให้เปื้อนโคลนก็ยังเป็นทองคำ และมหาเศรษฐีที่แท้จริง ไม่จำเป็นต้องเปล่งประกายผ่านเสื้อผ้า แต่เปล่งประกายผ่านอำนาจที่เขาสามารถพลิกชะตาชีวิตใครก็ได้… เพียงแค่พลิกฝ่ามือ!

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!