News

รอยด่างในงานวิวาห์ กับ ยศถาแห่งคนสวน

บรรยากาศภายในห้องบอลรูมของโรงแรมหรูระดับห้าดาวควรจะอบอวลไปด้วยความรัก แต่บัดนี้มันกลับถูกปกคลุมด้วยความเงียบสงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แขกเหรื่อระดับวีไอพีกว่า 120 ชีวิตในชุดราตรีหรูหราต่างเบิกตากว้าง พลางยกมือป้องปากซุบซิบนินทากันอย่างออกรส

ตรงกลางเวทีที่ประดับประดาด้วยดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์นับหมื่นดอก ‘มุกลดา’ ยืนนิ่งงันอยู่ในชุดเจ้าสาวที่บัดนี้ดูไร้ค่าราวกับเศษผ้า สายตาของเธอจับจ้องไปยังแผ่นหลังของ ‘กวินทร์’ นักธุรกิจหนุ่มอนาคตไกล ทายาทตระกูลอสังหาริมทรัพย์ระดับหมื่นล้าน… ผู้ชายที่เพิ่งสวมแหวนให้เธอเมื่อห้านาทีก่อน แต่กลับกระชากไมโครโฟนจากพิธีกรเพื่อประกาศถ้อยคำที่กรีดลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ

“ผมขอประกาศยกเลิกงานแต่งงานครั้งนี้… ขอโทษที่ทำให้ทุกคนเสียเวลา แต่ผมทบทวนดูแล้วว่า ผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างผม… ไม่มีวันลดตัวลงไปแต่งงานกับลูกสาวคนสวนหรอก!”

น้ำเสียงของเขาเย้ยหยันและเย็นชา กวินทร์ปรายตามองมุกลดาและ ‘ลุงชุ่ม’ พ่อของเธอที่ยืนอยู่ข้างเวทีด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะโยนช่อดอกไม้ติดหน้าอกทิ้งลงบนพื้น ใช้รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบย่ำมันอย่างไร้เยื่อใย แล้วหันหลังเดินลงจากเวทีไป โดยมี ‘คุณหญิงพรรณราย’ ผู้เป็นมารดา เดินเชิดหน้าตามลูกชายออกไปอย่างผู้ชนะ เธอเป็นคนยุยงให้ลูกชายฉีกหน้าเจ้าสาวกลางงาน เพราะเพิ่งตกลงจับคู่กวินทร์กับลูกสาวรัฐมนตรีได้สำเร็จเมื่อคืนก่อน

“โธ่เอ๊ย… พ่อขอโทษนะลูก พ่อทำให้มุกต้องอับอาย พ่อมันแค่คนสวนต่ำต้อย พ่อขอโทษ… ขอโทษแขกผู้มีเกียรติทุกท่านด้วยนะครับที่ต้องมาเสียเวลา ขอโทษครับ…”

เสียงแหบพร่าของลุงชุ่มดังขึ้น ชายชราในชุดสูทเช่าที่หลวมโคร่งทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรม ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนไหล่สั่นไหว พลางพนมมือไหว้ขอโทษแขกเหรื่อรอบทิศทาง น้ำตาของคนเป็นพ่อที่เห็นลูกสาวถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีมันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกมีดนับร้อยเล่มทิ่มแทง

มุกลดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ เธอไม่ร้องไห้ฟูมฟาย ไม่วิ่งตามผู้ชายจอมปลอมคนนั้น หญิงสาวถลกรุ่มล่ามของชุดเจ้าสาว ก้าวลงจากเวทีและทรุดตัวลงสวมกอดผู้เป็นพ่อไว้แน่น

“พ่อไม่ต้องขอโทษใคร พ่อไม่ได้ทำอะไรผิด” มุกลดากระซิบเสียงสั่นแต่หนักแน่น “มุกต่างหากที่ตาบอด พ่อของมุกคือผู้ชายที่ประเสริฐที่สุดในโลก ต่อให้พ่อจะเป็นแค่คนสวน มุกก็ภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกพ่อค่ะ”

ภาพสองพ่อลูกกอดกันร้องไห้กลางงานแต่งงานที่พังทลาย ทำให้แขกหลายคนเวทนา แต่ก็มีอีกหลายคนที่มองด้วยสายตาสมเพช…

ตึก! ตึก! ตึก!

จู่ๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนหน้าประตูห้องบอลรูมก็ดังขึ้นอย่างหนักแน่นและเป็นจังหวะ ดึงความสนใจของทุกคนให้หันไปมอง รวมถึงกวินทร์และคุณหญิงพรรณรายที่เพิ่งเดินไปถึงหน้าประตู

บานประตูไม้สักแกะสลักถูกผลักออกกว้าง ปรากฏร่างของชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบทหารบกเต็มยศ ประดับเครื่องหมายและเหรียญตราเกียรติยศเต็มหน้าอก บารมีและความน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกมาจนทุกคนในงานแทบจะหยุดหายใจ

เขาคือ พลเอก ทรงพล ผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน!

คุณหญิงพรรณรายรีบปรับสีหน้า ยิ้มแย้มประจบประแจงทันที “อุ๊ยตาย! ท่านผู้บัญชาการทรงพล ให้เกียรติมางานนี้ด้วยหรือคะ แต่น่าเสียดาย งานแต่งงานนี้ถูกยกเลิกแล้วล่ะค่ะ พอดีตาหยางลูกชายดิฉันตาสว่าง ไม่อยากได้ลูกสาวคนสวนมาเป็นสะใภ้…”

แต่พลเอกทรงพลไม่ได้ปรายตามองคุณหญิงพรรณรายแม้แต่น้อย เขากลับเดินฝ่าวงล้อมของแขกเหรื่อ ตรงดิ่งไปที่หน้าเวที… ตรงไปหาชายชราในชุดสูทเช่าที่กำลังถูกลูกสาวประคองให้ลุกขึ้น

เมื่อพลเอกทรงพลหยุดยืนอยู่ตรงหน้าลุงชุ่ม บอดี้การ์ดทหารที่ติดตามมานับสิบนายก็จัดแถวอย่างรวดเร็ว เสียงตะโกนสั่งการดังกึกก้องไปทั่วห้องบอลรูม

“ตรง! วันทาวุธ!!”

พรึ่บ! พลเอกทรงพลและนายทหารระดับสูงทุกคนตะเบ๊ะทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง แข็งขัน และเปี่ยมไปด้วยความเทิดทูนสูงสุด

แขกทั้ง 120 ชีวิตอ้าปากค้าง กวินทร์และคุณหญิงพรรณรายหันขวับกลับมามองด้วยดวงตาที่เบิกกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า

“ขอเดชะ… เอ้ย ขออนุญาตครับท่าน! กระผม พลเอก ทรงพล มารายงานตัวต่อ… ท่านอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอก ชลธี ภักดีดำรงเกียรติ ครับ!”

ชื่อที่หลุดออกมาจากปากของผู้บัญชาการทหารบก ทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า

พลเอก ชลธี ภักดีดำรงเกียรติ… ตำนานแห่งกองทัพ วีรบุรุษสงครามผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ ผู้ที่หายตัวไปจากหน้าประวัติศาสตร์และสังคมไฮโซเมื่อสิบกว่าปีก่อน หลังจากภรรยาเสียชีวิต ข่าวลือบอกว่าท่านสละยศถาบรรดาศักดิ์เพื่อไปใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบและเรียบง่าย

ลุงชุ่ม… หรือ พลเอก ชลธี ค่อยๆ ยกมือขึ้นปาดน้ำตา แววตาที่เคยอ่อนโยนและเจียมเนื้อเจียมตัว บัดนี้กลับมาเปล่งประกายคมกริบดั่งพญาเกล็ดแก้ว ชายชรายืดหลังตรง ท่ามกลางความตกตะลึงของลูกสาวอย่างมุกลดาที่ไม่เคยรู้ความลับข้อนี้มาก่อนเลย

“ผมเกษียณมานานแล้ว ทรงพล… วันนี้ผมเป็นแค่พ่อที่มาส่งลูกสาว แต่กลับถูกคนเขาย่ำยีศักดิ์ศรีเอา” น้ำเสียงของพลเอกชลธีทรงอำนาจจนคนฟังขนลุกซู่

กวินทร์เข่าอ่อนทรุดฮวบลงกับพื้น ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด คุณหญิงพรรณรายถึงกับเอามือกุมหน้าอก หายใจรวยรินราวกับคนจะขาดใจ

“ทะ… ท่านนายพล… ลุงชุ่มคือ… เป็นไปไม่ได้…” กวินทร์ละล่ำละลัก

พลเอกทรงพลหันไปมองอดีตเจ้าบ่าวด้วยสายตาเหยียดหยามขั้นสุด ก่อนจะประกาศเสียงดังก้อง

“ไอ้เด็กเมื่อวานซืน! แกกล้าดูถูกท่านชลธีว่าเป็นแค่คนสวนงั้นหรือ? แกคงไม่รู้สินะว่า สัมปทานที่ดินมูลค่าหลายหมื่นล้านที่บริษัทอสังหาฯ ของตระกูลแกเพิ่งทุ่มเงินทั้งหมดไปประมูลมาได้… เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนนั้น คือมูลนิธิภักดีดำรงเกียรติ ซึ่งมีท่านชลธีเป็นประธานบอร์ด!”

คำพูดนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงลงกลางกระหม่อมของกวินทร์

“และในเมื่อแกกล้าหยามเกียรติทายาทเพียงคนเดียวของท่าน…” พลเอกทรงพลพูดต่อ “พรุ่งนี้เช้า กองทัพจะขอยกเลิกสัญญาก่อสร้างค่ายทหารทั้งหมดกับบริษัทแก และมูลนิธิฯ จะฉีกสัญญาเช่าที่ดินของตระกูลแกทิ้งซะ! เตรียมตัวล้มละลายและถูกฟ้องร้องสิบบาทร้อยศาลได้เลย!”

“ไม่!! ไม่นะครับท่าน! ผมขอโทษ! ผมตาบอดเอง มุก… มุกช่วยพี่ด้วยนะ เรามารักกันเหมือนเดิมเถอะนะมุก พี่ผิดไปแล้ว!” กวินทร์คลานเข่าเข้ามากราบแทบเท้าของมุกลดาและพลเอกชลธี คุณหญิงพรรณรายเองก็รีบคลานเข้ามาร้องไห้ฟูมฟาย ขอร้องอ้อนวอนอย่างหมดสภาพความหยิ่งยโส

มุกลดาก้มลงมองอดีตคนรักด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งความผูกพันใดๆ อีกต่อไป

“เก็บคำขอโทษของคุณไว้ใช้ในศาลล้มละลายเถอะค่ะ กวินทร์… ผู้หญิงที่เป็นแค่ ‘ลูกสาวคนสวน’ อย่างฉัน คงไม่มีสิทธิ์ไปช่วยอะไรนักธุรกิจใหญ่โตอย่างคุณได้หรอก”

มุกลดาเชิดหน้าขึ้น หันไปควงแขนผู้เป็นพ่อ “กลับบ้านของเรากันเถอะค่ะพ่อ สวนกล้วยไม้ของเราคงรอน้ำอยู่”

พลเอกชลธียิ้มให้ลูกสาวอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้พลเอกทรงพล “ขอบใจมากทรงพล ที่มาช่วยเป็นเกียรติในวันที่ฉันถูกถอดหน้ากาก… ฝากจัดการขยะพวกนี้ด้วย อย่าให้มารกหูรกตาดิฉันกับลูกอีก”

“รับทราบครับท่าน!”

สองพ่อลูกเดินเคียงคู่กันออกจากห้องบอลรูมอย่างสง่างาม ท่ามกลางแถวทหารที่ยืนตะเบ๊ะทำความเคารพตลอดทางเดิน ทิ้งอดีตเจ้าบ่าวและครอบครัวที่เคยหยิ่งผยองให้จมกองน้ำตาและเสียงกรีดร้องแห่งความพินาศ…

ในเช้าวันรุ่งขึ้น ข่าวการล้มละลายสายฟ้าแลบของตระกูลอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ก็ขึ้นหน้าหนึ่งทุกฉบับ ชีวิตของกวินทร์พังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี… เพียงเพราะคำดูถูกสั้นๆ ที่เขาโยนใส่ผู้หญิงที่เขามองว่าเป็นแค่ลูกสาวคนสวน.

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!