บทเรียน 250 บาท: เมื่อ ‘ปลิง’ ที่เขาดูถูก คือผู้กุมชะตาชีวิตที่แท้จริง!

“นี่มันอะไรกันคะพี่ภพ? เงินค่ากับข้าวและค่าของใช้ในบ้านอาทิตย์นี้ ทำไมมีแค่นี้?”
‘ณิชา’ หญิงสาววัย 24 ปี เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ขณะมองธนบัตรใบละหนึ่งร้อยสองใบและใบละห้าสิบหนึ่งใบที่ปลิวลงมาตกบนพื้นพรมตรงหน้า เธอเงยหน้าขึ้นมอง ‘ภพ’ ผู้เป็นสามีวัย 32 ปี ที่กำลังยืนจัดเนคไทหน้ากระจกด้วยท่าทีไม่ยี่หระ
ภพปรายตามองภรรยาที่สวมชุดอยู่บ้านสีซีดด้วยสายตาเหยียดหยาม มุมปากของเขากระตุกยิ้มเยาะเย้ย “250 บาทนั่นแหละ ถูกแล้ว สำหรับคนที่เอาแต่อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ออกไปทำงานหาเงินอย่างเธอ แค่นี้ก็หรูแล้วณิชา หรืองานบ้านก๊อกๆ แก๊ปๆ ของเธอ มันมีมูลค่ามากกว่านี้งั้นเหรอ?”
“แต่ค่าไฟเดือนนี้ก็ยังไม่ได้จ่ายนะคะพี่ภพ แล้วไหนจะค่าของใช้ในบ้านอีก…”
“เธอก็หัดประหยัดบ้างสิ!” ภพตวาดลั่นจนณิชาสะดุ้ง “วันๆ เอาแต่แบมือขอเงินฉัน เป็นแค่ ‘ปลิง’ เกาะสามีกินไปวันๆ ไม่เคยสร้างประโยชน์อะไรให้ชีวิตฉันเลย รู้เอาไว้ด้วยนะว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เธอใช้ มันมาจากหยาดเหงื่อแรงงานของฉัน!”
เขาคว้ากระเป๋าเดินทางใบย่อมที่ณิชาเป็นคนจัดเตรียมไว้ให้ขึ้นมาถือ “ฉันต้องไปดูงานที่ภูเก็ต 5 วัน ระหว่างที่ฉันไม่อยู่ ก็หัดใช้สมองคิดบ้างนะว่าจะเอาเงิน 250 บาทนั่นใช้ยังไงให้รอดไปถึงวันที่ฉันกลับมา อย่าให้ฉันกลับมาแล้วต้องเห็นว่าบ้านช่องสกปรก หรือไม่มีข้าวเย็นตั้งรอไว้บนโต๊ะ!”
พูดจบ ภพก็เดินกระแทกส้นเท้าออกจากบ้านไป ทิ้งให้ณิชายืนมองตามหลังจนกระทั่งรถยุโรปคันหรูของเขาแล่นพ้นรั้วบ้านไป เสียงเครื่องยนต์เงียบลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันภายในบ้านหลังใหญ่
ณิชาไม่ได้ทรุดตัวลงร้องไห้ฟูมฟายเหมือนนางเอกในละคร เธอไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น หญิงสาวค่อยๆ ย่อตัวลงเก็บธนบัตร 250 บาทขึ้นมาจากพื้นพรม นัยน์ตากลมโตที่เคยเต็มไปด้วยความยอมจำนน บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและแข็งกร้าว
“ไปดูงานงั้นเหรอ…” ณิชาแค่นหัวเราะในลำคอ
เธอรู้ดีว่าทริปภูเก็ต 5 วันนี้ ไม่มีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย ภพกำลังไปเสวยสุขกับ ‘ริสา’ เลขาสาวคนใหม่ของเขาต่างหาก ตลอดเวลาหนึ่งปีที่แต่งงานกันมา ภพพยายามลดทอนคุณค่าของเธอ บังคับให้เธอลาออกจากงานบริษัทตรวจสอบบัญชีระดับประเทศ เพื่อมาเป็นแม่บ้านคอยปรนนิบัติเขา และกดหัวเธอให้จมดินด้วยคำว่า ‘คนเกาะสามีกิน’
แต่สิ่งที่ภพไม่เคยรู้ หรืออาจจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ คือบ้านหรูราคาหลายสิบล้านหลังนี้ รวมถึงรถยุโรปที่เขาขับไปรับเมียน้อย ล้วนถูกซื้อด้วย ‘เงินเก็บและมรดก’ ของณิชาที่เธอจ่ายสดเป็นชื่อของตัวเองตั้งแต่ก่อนแต่งงาน ส่วนภพที่มีแต่เปลือกและหนี้สินบัตรเครดิตพะรุงพะรัง เป็นเพียงผู้อาศัยที่สำคัญตัวผิดเท่านั้น
ณิชากำเงิน 250 บาทในมือแน่น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดต่อสายหาใครบางคน
“ฮัลโหล ทนายวิเชียรคะ… แผนที่เราเตรียมไว้ เริ่มดำเนินการได้เลยค่ะ รบกวนติดต่อบริษัทรับซื้อเฟอร์นิเจอร์มือสองให้เข้ามาเคลียร์ของในบ้านวันนี้เลยนะคะ แล้วก็ฝากส่งเอกสารฟ้องหย่า พร้อมกับหลักฐานการยักยอกเงินบริษัทของนายภพ ไปที่บอร์ดบริหารของบริษัทเขาทีค่ะ… ใช่ค่ะ เอาให้หมดตัว ไม่มีที่ซุกหัวนอนเลย”
ตลอด 5 วันที่ภพกำลังดื่มด่ำกับความสุขจอมปลอมบนเกาะภูเก็ต ณิชาไม่ได้นั่งรอคอยชะตากรรม เธอจัดการ ‘ลบ’ ทุกอย่างที่เคยเป็นชีวิตคู่ทิ้งอย่างเป็นระบบ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่เธอเป็นคนซื้อถูกขายทิ้งจนหมดบ้าน บัญชีเงินฝากร่วมถูกอายัดด้วยหลักฐานการคบชู้ และหลักฐานการทุจริตทางการเงินที่อดีตนักบัญชีมือทองอย่างเธอแอบสืบมานานนับเดือน ถูกส่งตรงถึงโต๊ะประธานบริษัทของภพเป็นที่เรียบร้อย
…
ห้าวันต่อมา
รถแท็กซี่คันหนึ่งแล่นมาจอดที่หน้าประตูรั้วบ้านหรู ภพก้าวลงมาจากรถด้วยใบหน้าหงุดหงิด รถยุโรปของเขาเสียกลางทางจนต้องส่งเข้าอู่ เขาหัวเสียมากและตั้งใจจะมาระบายอารมณ์ใส่ภรรยาที่บ้าน เขาคิดภาพไว้ในหัวว่า ณิชาคงกำลังผอมโซ นั่งร้องไห้รอคอยเศษเงินจากเขา และรีบวิ่งมากราบกรานขอโทษที่ทำตัวน่ารำคาญ
แต่ทันทีที่ภพแตะคีย์การ์ดที่ประตูรั้ว เสียงสัญญาณแจ้งเตือนกลับดังขึ้นพร้อมกับไฟสีแดงที่กระพริบถี่ยิบ
“อะไรวะเนี่ย! เครื่องสแกนเสียหรือไง!”
เขาพยายามสแกนนิ้วมือ แต่ระบบก็ปฏิเสธ ภพเดือดดาลจนต้องปีนรั้วเล็กด้านข้างเข้าไป เมื่อเท้าแตะพื้นสนามหญ้า เขาก็ต้องชะงักงัน
ต้นไม้ราคาแพงที่เคยประดับสวนหายไปหมด สระว่ายน้ำถูกปล่อยน้ำทิ้งจนแห้งขอด แต่ที่น่าตกใจที่สุดคือ เมื่อเขามองผ่านกระจกบานใหญ่เข้าไปในตัวบ้าน… มันว่างเปล่า! ไม่มีโซฟาหลุยส์ ไม่มีทีวีจอแบนยักษ์ ไม่มีโต๊ะกินข้าว ไม่มีอะไรเลยนอกจากความโล่งเตียน
“ณิชา! ณิชา! เกิดอะไรขึ้น! โจรขึ้นบ้านหรือไง!” ภพตะโกนลั่น ผลักประตูบ้านที่ไม่ได้ล็อกเข้าไปด้านใน เสียงฝีเท้าของเขาดังก้องไปทั่วบ้านที่ไร้เฟอร์นิเจอร์
ทันใดนั้น เสียงรองเท้าส้นสูงก็ดังก้องมาจากบันไดชั้นสอง
ภพเงยหน้าขึ้นมอง และภาพที่เห็นทำให้เขาแทบลืมหายใจ
ณิชาไม่ได้สวมชุดแม่บ้านสีซีดเซียวอีกต่อไป เธออยู่ในชุดสูทสตรีสีแดงเพลิงเข้ารูป ดูสง่างาม ทรงพลัง และเย่อหยิ่ง สวมแว่นกันแดดแบรนด์เนมและถือกระเป๋าหนังราคาหลักแสน ด้านหลังของเธอมีชายวัยกลางคนในชุดสูท (ทนายความ) และเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบอีกสองนายเดินตามลงมา
“ณิชา… นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! เฟอร์นิเจอร์หายไปไหนหมด! แล้วตำรวจมาทำอะไรที่นี่!” ภพตวาด เสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความสับสนและหวาดกลัว
ณิชาเดินลงมาจนถึงบันไดขั้นสุดท้าย เธอกอดอกและปรายตามองภพตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่เขาเคยใช้มองเธอเมื่อ 5 วันก่อน
“ของทุกชิ้นในบ้าน เป็นชื่อฉันและซื้อด้วยเงินของฉัน ฉันก็เลยขายมันทิ้งหมดแล้วค่ะ รวมถึงบ้านหลังนี้ด้วย เจ้าของใหม่จะย้ายเข้ามาพรุ่งนี้” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่บาดลึกถึงกระดูก
“เธอมีสิทธิ์อะไรมาขายบ้านของฉัน! นี่มันบ้านที่ฉันซุกหัวนอนนะ!”
“บ้านของคุณ?” ณิชาเลิกคิ้ว ยิ้มหยัน “คุณลืมไปแล้วเหรอคะพี่ภพ ว่าตอนซื้อบ้านหลังนี้ คุณไม่มีแม้แต่เครดิตจะกู้แบงก์ ฉันเป็นคนควักเงินสดจ่ายเองทั้งหมด รถที่คุณขับไปกกเมียน้อยก็ชื่อฉัน อ้อ… พูดถึงรถ ช่างที่อู่คงโทรบอกคุณแล้วสินะคะ ว่าฉันสั่งระงับการซ่อมและส่งรถคืนเต็นท์ไปแล้ว”
ภพเบิกตากว้าง หน้าซีดเผือด “เธอ… เธอรู้…”
ทนายวิเชียรก้าวออกมาข้างหน้า พร้อมยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ภพ “นี่คือเอกสารฟ้องหย่าครับคุณภพ คุณณิชามีหลักฐานการคบชู้ของคุณครบถ้วน และ… นี่คือหมายเรียกจากทางตำรวจ ในข้อหายักยอกทรัพย์บริษัท”
“ย…ยักยอกอะไร! ฉันไม่ได้ทำ!” ภพละล่ำละลัก เหงื่อกาฬแตกพลั่ก
ณิชาถอดแว่นกันแดดออก จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังตื่นตระหนกของอดีตสามี “ตัวเลขบัญชีปลอมๆ ที่คุณทำไว้หลอกบอร์ดบริหาร มันอาจจะตบตาคนอื่นได้นะคะ แต่ไม่ใช่กับอดีตผู้ตรวจสอบบัญชีอย่างฉัน ฉันส่งรายงานทั้งหมดให้ท่านประธานแล้ว ตอนนี้บัญชีธนาคารของคุณถูกอายัด และทางบริษัทกำลังเตรียมฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากคุณ… ห้าสิบล้านบาท”
ร่างของภพไร้เรี่ยวแรงจนทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นบ้านที่ว่างเปล่า ความหยิ่งผยอง ความอีโก้สูงเสียดฟ้า ถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี ภายในเวลาแค่ 5 วัน ผู้หญิงที่เขาตราหน้าว่าเป็น ‘ปลิง’ ได้สูบเอาทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเขาไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือแม้แต่อนาคต
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือที่สั่นกริ่งขึ้นมา หน้าจอแสดงชื่อ ‘ริสา’
“ริสา! ช่วยพี่ด้วย พี่กำลังแย่—”
“พี่ภพ! ฉันเห็นข่าวบริษัทพี่แล้วนะ บัตรเสริมที่พี่ให้ฉันมันรูดไม่ผ่านเลย! เราเลิกกันเถอะ ฉันไม่เอาผู้ชายสิ้นเนื้อประดาตัวแถมมีคดีติดตัวหรอกนะ แค่นี้นะ!”
สายถูกตัดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
ภพเงยหน้ามองณิชา น้ำตาแห่งความอัปยศไหลริน “ณิชา… พี่ขอโทษ พี่ผิดไปแล้ว เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะณิชา เธอเก่ง เธอฉลาด เธอต้องช่วยพี่ได้แน่ๆ นะณิชา พี่รักเธอนะ!” เขาร้องไห้สะอึกสะอื้น เอื้อมมือจะไปเกาะขากางเกงของเธอ
ณิชาก้าวถอยหลัง ปล่อยให้มือของเขาคว้าได้เพียงอากาศ
เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสูท หยิบธนบัตรใบละหนึ่งร้อยสองใบ และใบละห้าสิบหนึ่งใบออกมา มันคือเงิน 250 บาท ที่เขาเคยปาใส่หน้าเธอเมื่อ 5 วันก่อน
ณิชาปล่อยให้ธนบัตรเหล่านั้นปลิวร่วงหล่นลงตรงหน้าภพอย่างเชื่องช้า… ทีละใบ… ทีละใบ… จนตกถึงพื้น
“เอาไป 250 บาท… แค่นี้ก็หรูแล้วสำหรับคนที่เป็นแค่ ‘ตัวภาระ’ ของสังคมและคนขี้โกงอย่างคุณ” ณิชาเอ่ยทวนคำพูดของเขาเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว น้ำเสียงของเธอเยือกเย็นและเด็ดขาด
“เก็บเศษเงินนี่ไว้เป็นค่ารถเมล์ไปขึ้นศาลนะภพ… เพราะตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป คุณจะไม่มีอะไรเหลือเลย แม้แต่ศักดิ์ศรีของความเป็นคน ลาก่อนค่ะ”
พูดจบ ณิชาก็สวมแว่นกันแดด หันหลังเดินออกจากบ้านไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้ภพนั่งคุกเข่าร้องไห้อย่างสมเพชอยู่กลางบ้านที่ว่างเปล่า ท่ามกลางตำรวจที่กำลังเดินเข้ามาควบคุมตัวเขา พร้อมกับเงิน 250 บาทที่ตกอยู่บนพื้น… ซึ่งเป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียวที่เขาเหลืออยู่ในชีวิตนี้.



