News

ที่นั่ง 7C: ไฟลต์แค้นตีตั๋วเที่ยวเดียวสู่ความพินาศ

สิบสองปีเต็มแห่งการใช้ชีวิตคู่… สำหรับผู้หญิงบางคน มันอาจแปลว่าความผูกพันที่ตัดไม่ขาด แต่สำหรับฉัน ‘พิมพ์ระวี’ มันคือระยะเวลาที่ยาวนานพอจะทำให้ฉันรู้จักทุกจังหวะการหายใจ ทุกรอยยิ้มจอมปลอม และ ‘ทุกคำโกหก’ ของผู้ชายที่ชื่อ ‘ธนพล’

เราเริ่มต้นสร้างบริษัทอสังหาริมทรัพย์มาด้วยกันจากศูนย์ จนวันนี้มันกลายเป็นอาณาจักรหมื่นล้าน ธนพลมักจะคิดเสมอว่าเขาคือราชสีห์ผู้นำครอบครัว เป็นคนคุมเกมทั้งหมด และมองว่าฉันเป็นเพียงภรรยาที่แสนดี หัวอ่อน และยอมหลับตาข้างหนึ่งให้กับความเจ้าชู้ประตูดินของเขามาตลอด แต่เขาคงลืมไปว่า เบื้องหลังความสำเร็จทั้งหมดของเขา มีมันสมองของฉันเป็นคนคอยวางหมากให้เสมอ

สัปดาห์ก่อน ธนพลเดินเข้ามาหาฉันด้วยสีหน้าเรียบเนียนอย่างที่เขาทำประจำเวลาจะโกหก เขาบอกว่าต้องบินไปดูงานที่ปารีสอย่างเร่งด่วนเป็นเวลาสองสัปดาห์ ฉันยิ้มรับและจัดกระเป๋าให้เขาอย่างเบามือและใส่ใจที่สุด โดยไม่ปริปากพูดถึงสิ่งที่ฉันเพิ่งค้นพบ… ข้อมูลการจองตั๋วเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาส ที่นั่ง 7A และ 7B ในชื่อของเขาและ ‘รินลดา’ เลขาสาววัยใสที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงปี

นั่นยังไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายที่สุด เพราะสิ่งที่ทำให้ฉันหมดความอดทนอย่างแท้จริง คือการที่นักสืบของฉันรายงานว่า ธนพลกำลังแอบโอนเงินกงสีและถอนหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทมูลค่าหลายร้อยล้านบาท โยกย้ายไปยังบัญชีส่วนตัวที่ต่างประเทศ เขากำลังจะทิ้งฉันให้ล้มละลาย และเสวยสุขกับเมียน้อยด้วยเงินที่เราสร้างมาด้วยกัน

เขาคิดว่าเขาฉลาดที่สุด แต่เขาประเมินความแค้นของผู้หญิงที่ซื่อสัตย์มาสิบสองปีต่ำเกินไป

ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ภายในเคบินชั้นเฟิร์สคลาสสุดหรูของสายการบินระดับโลก บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ธนพลในชุดสูทลำลองดูภูมิฐาน กำลังนั่งเอนหลังจิบแชมเปญอย่างอารมณ์ดีอยู่ที่นั่ง 7A ข้างกายเขามีรินลดาที่นั่งหน้าสลอนอยู่ที่นั่ง 7B เธอกำลังถ่ายเซลฟี่อวดกระเป๋าแบรนด์เนมใบใหม่ที่เขาเพิ่งซื้อให้ ทั้งสองคนหัวเราะต่อกระซิก ราวกับกำลังบินทะยานสู่สรวงสวรรค์ โดยไม่รู้เลยว่าประตูนรกกำลังจะเปิดออก

ฉันก้าวเข้ามาในเคบินด้วยชุดเดรสสีเบจเรียบหรู กลิ่นน้ำหอมชาแนล นัมเบอร์ไฟว์ ที่ธนพลคุ้นเคยลอยนำมาก่อนตัว ฉันค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามทางเดิน… ที่นั่ง 7C

เสียงพูดคุยของธนพลชะงักกึกทันทีที่เขาหันมาสบตาฉัน แก้วแชมเปญในมือของเขาสั่นจนน้ำสีทองกระฉอกเปื้อนกางเกง ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองบัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผม

“พะ… พิมพ์…” ธนพลเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและแหบพร่า นัยน์ตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกขีดสุด “คุณ… คุณมาทำอะไรที่นี่!?”

ฉันปรายตามองรินลดาที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดไม่แพ้กัน ก่อนจะหันกลับมาสบตาสามีจอมคดโกง ฉันยกยิ้มมุมปากอย่างใจเย็น ค่อยๆ ชูหน้าจอโทรศัพท์ที่แสดงบัตรที่นั่งหมายเลข 7C ของฉันให้เขาดู

**”มาทำอะไรน่ะเหรอคะ? ก็มาเดินทางต่อน่ะสิคะ”** ฉันตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนจนถึงกระดูกดำ

“ต… แต่คุณบอกว่าคุณจะไปถือศีลที่เชียงใหม่…” เขายังคงละล่ำละลัก พยายามหาเหตุผลในสมองที่กำลังรวนอย่างหนัก

“สิบสองปีที่ผ่านมา ฉันยอมโง่มาเยอะแล้วค่ะธนพล คุณคิดจริงๆ หรือคะว่าคุณจะขโมยเงินบริษัทร้อยล้านแล้วบินหนีไปฮันนีมูนกับเลขาหน้าห้องได้ง่ายๆ โดยที่ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย?”

คำว่า ‘เงินร้อยล้าน’ ทำเอารินลดาหันขวับไปมองธนพล ส่วนธนพลนั้นถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงความมั่นใจกลับมา “พิมพ์ คุณอย่ามาทำตัวบ้าๆ บนเครื่องบินนะ ถึงคุณจะตามมาโวยวาย มันก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้ เงินถูกโอนไปแล้ว และผมก็กำลังจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่!”

“คุณแน่ใจเหรอคะ?” ฉันเอียงคอถาม พลางหยิบแก้วแชมเปญจากพนักงานต้อนรับที่เพิ่งนำมาเสิร์ฟ “เปิดโทรศัพท์คุณดูสิคะ น่าจะมีอีเมลเด้งเข้ามาเมื่อห้านาทีที่แล้ว”

ธนพลรีบคว้าโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา หน้าจอของเขาปรากฏอีเมลแจ้งเตือนด่วนจากธนาคาร และข้อความจาก ‘ทนายวิเชียร’ หัวหน้าทีมกฎหมายมือหนึ่งของประเทศที่ฉันจ้างมาด้วยค่าตัวมหาศาล

สิ่งที่ธนพลไม่เคยรู้ และเพิ่งจะได้รู้เดี๋ยวนี้ก็คือ… ในขณะที่เขากำลังระเริงอยู่กับการจัดกระเป๋าและฝันหวานถึงปารีส ทนายวิเชียรกำลังตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดของเขา และพบช่องโหว่เรื่องการปลอมแปลงลายเซ็นของฉันในการทำธุรกรรมข้ามประเทศ ฉันได้ยื่นคำร้องฉุกเฉินต่อศาลเพื่ออายัดทรัพย์สินทั้งหมดของธนพลเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่แค่เงินร้อยล้านที่เขาพยายามจะโอนไปปารีส แต่รวมถึงบัญชีส่วนตัว บัตรเครดิตทุกใบ และหุ้นทุกตัวที่เขามี

“นี่… นี่มันอะไรกัน! บัญชีผมถูกอายัด? เงินตีกลับ? พิมพ์! คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ!” ธนพลโวยวายเสียงหลง ลืมคราบผู้บริหารผู้เยือกเย็นไปจนหมดสิ้น

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ ในเมื่อคุณปลอมลายเซ็นประธานกรรมการบริหารอย่างฉัน” ฉันจิบแชมเปญอย่างสุนทรีย์ “อ้อ… แล้วทนายวิเชียรไม่ได้แค่ระงับการโอนเงินนะคะ เขายังรวบรวมหลักฐานการยักยอกทรัพย์เพื่อส่งให้กองปราบแล้วด้วย ตอนนี้คุณเป็นบุคคลล้มละลายที่ไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว และกำลังจะเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงบริษัท”

รินลดาที่นั่งฟังอยู่ถึงกับช็อก “หมายความว่ายังไงคะพี่พล! พี่ไม่มีเงินแล้วเหรอ? แล้วคอนโดที่ปารีสล่ะ!?”

“หุบปากไปก่อนลิน!” ธนพลตวาดใส่เมียน้อย ก่อนจะหันมามองฉันด้วยแววตาอ้อนวอนผสมเคียดแค้น “พิมพ์… เราคุยกันดีๆ ได้ไหม คุณอยากได้อะไรผมยอมหมดเลย ขอแค่คุณถอนฟ้อง”

“สายไปแล้วค่ะธนพล” ฉันตอบพร้อมกับเสียงประกาศจากกัปตันให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดเตรียมตัวนำเครื่องขึ้น “เที่ยวบินนี้ใช้เวลาบินสิบสองชั่วโมง คุณมีเวลาถมเถที่จะคิดทบทวนความผิดพลาดของตัวเองไปพร้อมกับผู้หญิงของคุณ แต่จำไว้นะคะ… ทันทีที่เครื่องแตะรันเวย์ที่ปารีส คุณจะไม่มีเงินจ่ายแม้แต่ค่าแท็กซี่เข้าเมือง และทันทีที่คุณบินกลับมาเหยียบเมืองไทย… ตำรวจจะไปรอรับคุณถึงหน้าเกต”

เครื่องบินเริ่มทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ทิ้งร่องรอยของความพินาศย่อยยับไว้ในใจของผู้ชายที่นั่งอยู่เบื้องหน้าฉัน ธนพลนั่งกุมขมับด้วยความสิ้นหวังอย่างที่สุด รินลดาเริ่มร้องไห้โวยวายเมื่อรู้ว่ากำลังบินไปตกระกำลำบากกับผู้ชายหมดตัว

ส่วนฉัน… หญิงสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ 7C เพียงแค่เอนหลังพิงเบาะ หลับตาลง และยิ้มรับอิสรภาพที่แสนหอมหวาน สิบสองปีที่สูญเสียไป ฉันคิดดอกเบี้ยคืนจนคุ้มค่าแล้วจริงๆ

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!