News

แจ็กพอต 44 ล้านกับมื้ออาหารเปื้อนน้ำตา:

ลูกชายหอบเงินมหาศาลกลับบ้านหวังเซอร์ไพรส์ แต่ต้องทรุดฮวบแทบขาดใจเมื่อเห็นพ่อแม่นั่งเปิบข้าวคลุกเกลือ!

แสงไฟนีออนของเมืองหลวงที่เคยดูสับสนวุ่นวาย บัดนี้กลับสว่างไสวและสวยงามที่สุดในสายตาของ ‘กวิน’ ชายหนุ่มวัยยี่สิบแปดปี ผู้จากบ้านเกิดในชนบทอันห่างไกลมาดิ้นรนสู้ชีวิตในกรุงเทพมหานคร เขากำลอตเตอรี่ชุดใหญ่ในมือแน่นจนเหงื่อซึม ตัวเลขหกหลักบนกระดาษใบเล็กๆ นั้นตรงกับรางวัลที่หนึ่งทุกประการ เงินรางวัลมูลค่ามหาศาลถึง 44 ล้านบาท ได้พลิกชะตาชีวิตของพนักงานออฟฟิศธรรมดาที่ต้องกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิตในห้องเช่าแคบๆ ให้กลายเป็นมหาเศรษฐีในชั่วข้ามคืน

ตลอดห้าปีที่ผ่านมา กวินทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ ส่งเงินกลับบ้านให้พ่อกับแม่เดือนละห้าพันบาท แม้จะไม่มากนักแต่เขาก็เชื่อว่ามันพอที่จะทำให้พวกท่านอยู่สุขสบายตามอัตภาพในต่างจังหวัด เมื่อความรวยหล่นทับ กวินไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้พ่อกับแม่รู้ล่วงหน้า เขาจัดการขึ้นเงินรางวัล โอนเงินเข้าบัญชี และตัดสินใจใช้เงินก้อนแรกซื้อรถเบนซ์คันหรู ซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพง และเตรียมเงินสดปึกใหญ่ใส่กระเป๋าเอกสาร เป้าหมายของเขาคือการขับรถกลับไปเซอร์ไพรส์บุพการี เพื่อประกาศให้ชาวบ้านทุกคนรู้ว่า ลูกชายของบ้านที่ยากจนที่สุดในหมู่บ้าน บัดนี้ได้กลายเป็นเศรษฐีที่จะเนรมิตทุกอย่างให้พ่อแม่ได้สุขสบายไปตลอดชาติ

การเดินทางกว่าเจ็ดชั่วโมงสิ้นสุดลงเมื่อรถยุโรปคันหรูแล่นเข้ามาในหมู่บ้านเล็กๆ ท่ามกลางความตื่นตะลึงของเพื่อนบ้าน รถของกวินค่อยๆ แล่นไปจอดที่หน้าบ้านไม้ใต้ถุนสูงสภาพทรุดโทรม หลังคาสังกะสีมีสนิมเกาะกินจนผุพัง เสาบ้านเอียงกระเท่เร่เหมือนพร้อมจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ กวินขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาตั้งใจไว้แล้วว่าพรุ่งนี้จะจ้างช่างมารื้อบ้านหลังนี้ทิ้ง แล้วสร้างคฤหาสน์หลังโตให้พ่อกับแม่อยู่

ชายหนุ่มดับเครื่องยนต์ หอบกระเป๋าเงินสดและของฝากราคาแพงลงจากรถ เขาค่อยๆ ย่องขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดอย่างเงียบเชียบที่สุด หวังจะผลักประตูเข้าไปตะโกนบอกข่าวดี แต่เมื่อเขาเดินมาถึงหน้าประตูไม้ที่แง้มอยู่เล็กน้อย กลิ่นของบ้านที่คุ้นเคยก็โชยมากระทบจมูก กวินชะโงกหน้าแอบมองผ่านช่องแคบๆ ของบานประตู เพื่อดูว่าพ่อกับแม่กำลังทำอะไรอยู่

แต่แล้ว… ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า กลับทำให้รอยยิ้มของมหาเศรษฐีหนุ่มชะงักค้าง โลกทั้งใบที่กำลังเต็มไปด้วยสีสันของความสุขพลันแตกสลายลงในพริบตา!

กลางห้องโถงที่มืดสลัว มีเพียงแสงจากหลอดไฟตะเกียบเก่าๆ ที่ติดๆ ดับๆ พ่อกับแม่ของเขากำลังนั่งพับเพียบอยู่บนเสื่อน้ำมันที่ขาดวิ่น ร่างกายของพวกท่านผ่ายผอมลงไปมากจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ใบหน้ากร้านแดดเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นและคราบน้ำตา เสื้อผ้าที่สวมใส่คือเสื้อคอกระเช้าเก่าๆ และกางเกงชาวเลที่ขาดจนต้องปะแล้วปะอีก

แต่สิ่งที่ทำให้กวินแทบหยุดหายใจ คือ ‘สำรับกับข้าว’ ที่วางอยู่ตรงหน้าของพวกท่าน…

มันไม่มีแกงส้ม ไม่มีปลาทอด ไม่มีไข่เจียว หรืออาหารใดๆ ที่ใช้เงินห้าพันบาทที่เขาส่งให้ทุกเดือนซื้อมาเลย บนสำรับนั้นมีเพียง ข้าวเหนียวที่นึ่งจนแฉะหนึ่งกระติบเล็กๆ และถ้วยกระเบื้องบิ่นๆ ที่บรรจุ ‘เกลือป่น’ และพริกแห้งเผาเพียงสองสามเม็ดเท่านั้น!

“พ่อ… พ่อกินข้าวเยอะๆ หน่อยสิ จิ้มเกลือนิดเดียวนะ เดี๋ยวไตจะพังเอา” เสียงแหบพร่าของแม่เอ่ยขึ้น พร้อมกับปั้นข้าวเหนียวก้อนเล็กๆ แตะลงบนเกลือป่นในถ้วย แล้วยื่นส่งให้พ่อ

พ่อส่ายหน้าช้าๆ มือที่หยาบกร้านและสั่นเทาดันมือนั้นกลับไปให้ภรรยา “แม่นั่นแหละกินซะ พ่อไม่ค่อยหิวหรอก วันนี้ไปรับจ้างแบกปูนมา เหนื่อยจนกินไม่ลง… เราต้องประหยัดนะแม่ สิ้นเดือนนี้เจ้าหนี้มันจะมาเก็บดอกเบี้ยอีกแล้ว ถ้าเราไม่มีให้มัน มันขู่ว่าจะตามไปทำร้ายตากวินที่กรุงเทพฯ พ่อจะไม่ยอมให้ลูกต้องมาเดือดร้อนเพราะหนี้สินของเราเด็ดขาด”

“แต่แม่สงสารลูก… เงินห้าพันที่ลูกส่งมาให้ทุกเดือน เราก็ต้องเอาไปประเคนให้พวกหน้าเลือดจนหมด ตัวเราเองต้องมากินข้าวคลุกเกลือแบบนี้มาสามปีแล้ว แม่กลัวว่าสักวันเราจะอดตายก่อนจะได้เห็นหน้าลูกอีกครั้ง” แม่สะอื้นไห้ หยดน้ำตาร่วงหล่นลงบนก้อนข้าวเหนียวเปื้อนเกลือ

วินาทีนั้น ลมหายใจของกวินเหมือนถูกกระชากหลุดออกจากร่าง ขาทั้งสองข้างอ่อนระทวยจนทรงตัวไม่อยู่ กระเป๋าเอกสารที่บรรจุเงินสดนับล้านบาทร่วงหล่นจากมือกระแทกพื้นไม้เสียงดังโครม!

พ่อและแม่สะดุ้งสุดตัว หันขวับมามองที่ประตู เมื่อเห็นร่างของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนยืนสั่นสะท้านอยู่ในชุดสูทราคาแพง น้ำตานองหน้า สองผัวเมียเฒ่าก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

“ก… กวิน! ลูก! ลูกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่!” แม่ละล่ำละลัก รีบเอาตัวบังถ้วยเกลือและกระติบข้าวเหนียวไว้ด้านหลังด้วยความอับอาย ไม่อยากให้ลูกชายรู้ว่าพ่อแม่กำลังอดอยาก

กวินไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าไปในบ้าน ทรุดตัวลงคุกเข่ากระแทกพื้นไม้ต่อหน้าบุพการีทั้งสอง โผเข้าสวมกอดร่างที่ผอมบางและสั่นเทาของพ่อกับแม่เอาไว้แน่น ชายหนุ่มร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน เสียงสะอื้นของเขาดังก้องไปทั่วบ้านไม้หลังเก่า

“พ่อ! แม่! ทำไม… ทำไมถึงทำแบบนี้! ทำไมกินข้าวกับเกลือ! หนี้อะไรกัน ทำไมผมไม่เคยรู้เรื่องเลย!” กวินตะโกนถามทั้งน้ำตา หัวใจของเขาแหลกสลายเมื่อได้สัมผัสความสากกร้านบนฝ่ามือของพ่อที่ต้องไปรับจ้างแบกปูนทั้งที่อายุจะเจ็ดสิบแล้ว

พ่อถอนหายใจยาว ลูบหัวลูกชายด้วยความรัก “พ่อขอโทษที่ไม่ได้บอกลูก… หนี้ก้อนนี้ มันคือเงินที่พ่อกับแม่ไปกู้ร้อยละยี่สิบมาส่งให้ลูกเรียนมหาวิทยาลัยตอนที่ลูกเข้ากรุงเทพฯ ใหม่ๆ พ่อรู้ว่าลูกอยากมีอนาคตที่ดี พ่อไม่อยากให้ลูกน้อยหน้าใคร พอส่งลูกเรียนจบ ดอกเบี้ยมันก็พอกพูนจนเป็นหลักล้าน พ่อกับแม่พยายามทำงานใช้หนี้ และเอาเงินที่ลูกส่งมาให้ไปจ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน เพื่อไม่ให้พวกมันตามไปรังควานลูก… พ่อกับแม่ทนกินเกลือได้ ขอแค่ลูกของพ่อมีข้าวกินอิ่ม มีหน้าที่การงานที่ดี พ่อกับแม่ก็ตายตาหลับแล้ว”

คำสารภาพของพ่อเปรียบเสมือนมีดนับพันเล่มที่แทงทะลุหัวใจของกวิน! เขามัวแต่หลงระเริงกับชีวิตในเมืองกรุง ซื้อกาแฟแก้วละร้อย ซื้อเสื้อผ้าราคาแพง โดยหารู้ไม่ว่า อิสรภาพและอนาคตที่เขามี แลกมากับการที่พ่อแม่ต้องกลืนข้าวคลุกเกลือและน้ำตามานานนับปี!

“โธ่… พ่อครับ แม่ครับ… ผมมันเป็นลูกอกตัญญู! ผมปล่อยให้พ่อแม่ต้องมาตกระกำลำบากเพื่อผมขนาดนี้ได้ยังไง!” กวินร้องไห้ปานจะขาดใจ เขากราบลงบนเท้าที่เต็มไปด้วยรอยแตกของพ่อและแม่

กวินรีบหันไปคว้ากระเป๋าเอกสารที่ตกอยู่ รูดซิปเปิดออกเผยให้เห็นธนบัตรสีเทาปึกใหญ่นับล้านบาทที่วางเรียงรายอยู่ภายใน พ่อกับแม่เบิกตากว้างจนแทบช็อก ไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

“พ่อครับ แม่ครับ! ต่อไปนี้พ่อกับแม่ไม่ต้องกินข้าวคลุกเกลืออีกแล้วนะ! ไม่ต้องกลัวเจ้าหนี้หน้าไหนทั้งนั้น! ผมถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง ผมได้เงินมา 44 ล้านบาท! ผมรวยแล้วแม่! ลูกชายของแม่คนนี้จะปกป้องพ่อกับแม่เอง!” กวินประกาศกร้าวด้วยเสียงที่สั่นเครือแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่น

แม่ยกมือที่สั่นงันงกขึ้นลูบใบหน้าของลูกชาย น้ำตาแห่งความปีติและโล่งใจไหลทะลักออกมา “กวิน… ลูกแม่… สวรรค์มีตาแล้วลูกเอ๊ย…”

เย็นวันนั้น กวินไม่ได้สนใจรถเบนซ์คันหรูที่จอดอยู่หน้าบ้าน เขาจัดการโทรศัพท์เรียกเจ้าหนี้นอกระบบมาเคลียร์หนี้สินทั้งหมดจนหมดสิ้นด้วยเงินสด และข่มขู่กลับด้วยอิทธิพลของทนายความจนพวกมันหัวหด จากนั้นกวินก็ขับรถพาพ่อกับแม่เข้าไปในตัวเมืองตรงไปยังร้านอาหารที่หรูหราที่สุด เขาสั่งอาหารทะเล ปลาตัวโต และซุปบำรุงร่างกายมาวางจนเต็มโต๊ะ

กวินคอยตักข้าวและป้อนอาหารให้พ่อกับแม่ด้วยตัวเอง ทุกคำที่พ่อแม่กลืนลงไป กวินเฝ้ามองด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนน้ำตา เขาเพิ่งตระหนักรู้ในวินาทีนี้เองว่า… เงิน 44 ล้านบาทที่เขาได้มา มันไม่มีค่าอะไรเลยเมื่อเทียบกับ ‘ความรักและความเสียสละ’ ที่พ่อแม่มอบให้เขามาทั้งชีวิต ต่อจากนี้ไป เขาขอสาบานด้วยชีวิต ว่าจะไม่ยอมให้ผู้เป็นบุพการีต้องเสียน้ำตาหรือพบกับความยากลำบากอีกเลยตราบชั่วนิรันดร์.

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!