News

หยาดเหงื่อสีเลือดกับน้ำตาคนไกลบ้าน:

 เซอร์ไพรส์กลับไทยแทบสิ้นสติเมื่อชายแปลกหน้าครองบ้านแสนรัก สู่การทวงคืนความยุติธรรมที่จะเหยียบย่ำเมียทรยศให้จมดิน!

แปดปีเต็มที่ ‘กวิน’ ชายหนุ่มสู้ชีวิตวัยสามสิบหกปี ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไปใช้แรงงานอยู่ในโรงงานหล่อเหล็กที่ประเทศเกาหลีใต้ ความเหน็บหนาวที่ติดลบทะลุกระดูกในฤดูหนาว และความร้อนระอุหน้าเตาหลอมในฤดูร้อน ไม่เคยทำให้ชายหนุ่มคนนี้ปริปากบ่นหรือย่อท้อเลยแม้แต่น้อย ทุกหยาดเหงื่อที่ไหลริน ทุกรอยแผลพุพองบนฝ่ามือที่หยาบกร้าน ล้วนถูกแลกมาเป็นเงินวอนที่เขาโอนกลับประเทศไทยแทบทุกบาททุกสตางค์ กวินยอมกินเพียงข้าวเปล่าคลุกกิมจิหรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซื้อเสื้อผ้ามือสองราคาถูกใส่ซ้ำๆ เพื่อเก็บหอมรอมริบส่งเงินไปให้ ‘พลอยทราย’ ภรรยาสาวสุดที่รัก นำไปสร้าง ‘บ้านในฝัน’ และดูแลแม่บังเกิดเกล้าของเขาให้อยู่อย่างสุขสบาย

ตลอดระยะเวลาที่ห่างไกล พลอยทรายมักจะวิดีโอคอลมาหาเขาพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดย้อย เธอคอยอัปเดตภาพการก่อสร้างบ้านเดี่ยวสองชั้นสไตล์โมเดิร์นที่สร้างจากน้ำพักน้ำแรงของเขาจนเสร็จสมบูรณ์ เฟอร์นิเจอร์หรูหราถูกประดับประดาไว้ทุกมุมบ้าน กวินมองภาพเหล่านั้นด้วยหัวใจที่พองโต ความเหนื่อยล้าแทบขาดใจมลายหายไปจนสิ้น เขาตั้งตารอคอยวันที่จะหมดสัญญาจ้าง เพื่อจะได้กลับไปสวมกอดภรรยาและก้มกราบเท้าแม่ในบ้านหลังงามที่เขาสร้างมาด้วยสองมือ

บ่ายวันศุกร์ที่แสงแดดเจิดจ้า กวินในชุดแจ็กเก็ตตัวเก่าลากกระเป๋าเดินทางใบย่อมลงจากรถแท็กซี่ มาหยุดยืนอยู่หน้าประตูรั้วอัลลอยด์สีดำขลับสลับทองของบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ในหมู่บ้านจัดสรรระดับหรู ในกระเป๋าเสื้อหน้าอกของเขามี ‘สร้อยคอทองคำหนักห้าบาท’ ที่เขาตั้งใจซื้อมาเซอร์ไพรส์ภรรยา ชายหนุ่มไม่ได้บอกพลอยทรายล่วงหน้าว่าจะกลับมาวันนี้ เพราะเขาอยากเห็นแววตาที่เบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นและน้ำตาแห่งความดีใจของเธอ

กวินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยิ้มกว้างจนเห็นรอยตีนกาที่เกิดจากการทำงานหนัก เขาเอื้อมมือที่สั่นเล็กน้อยไปกดกริ่งหน้าบ้าน หัวใจเต้นระรัวราวกับเสียงกลอง

รอเพียงไม่กี่อึดใจ ประตูรั้วบานเล็กก็ถูกเปิดออก แต่ทว่า… รอยยิ้มบนใบหน้าของกวินกลับต้องชะงักค้างและค่อยๆ เลือนหายไปจนหมดสิ้น เมื่อคนที่เดินมาเปิดประตูไม่ใช่พลอยทราย และไม่ใช่แม่ของเขา แต่กลับเป็น ‘ชายวัยกลางคนแปลกหน้า’ รูปร่างท้วม สวมแว่นตาและใส่ชุดนอนผ้าไหมราคาแพง ชายคนนั้นมองหน้ากวินผ่านซี่กรงรั้วด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความงุนงง ด้านหลังของเขามีเด็กวัยรุ่นสองคนกำลังวิ่งเล่นกันอยู่ในสนามหญ้าหน้าบ้านที่กวินเป็นคนจ่ายเงินปูหญ้าทุกตารางนิ้ว

“มาหาใครครับ? มาส่งของหรือเปล่า?” ชายวัยกลางคนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

กวินขมวดคิ้วแน่น ความสับสนตีรวนขึ้นมาในอก “เอ่อ… ผมมาหาพลอยทรายครับ พลอยทรายที่เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้… พวกคุณเป็นญาติของพลอยที่มาจากต่างจังหวัดเหรอครับ?”

ชายแปลกหน้าเลิกคิ้วสูง ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธอย่างชัดเจน “คุณคงมาผิดบ้านหรือเปล่าครับ ผมไม่ใช่ญาติของคุณพลอยทราย และคุณพลอยทรายก็ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว… ผมชื่อทรงพล เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้คนใหม่ ผมเพิ่งซื้อบ้านหลังนี้ต่อจากคุณพลอยทรายและ ‘สามีใหม่’ ของเธอที่ชื่อเสี่ยชัช ไปเมื่อเจ็ดเดือนก่อนนี่เองครับ เห็นพวกเขาบอกว่าจะย้ายไปเสวยสุขที่คฤหาสน์หลังใหญ่กว่านี้… คุณเป็นใครครับ มีธุระอะไรกับเจ้าของเก่าหรือเปล่า?”

“ซ… ซื้อบ้านหลังนี้?… สามีใหม่?… เสี่ยชัช?”

สิ้นประโยคนั้น… โลกทั้งใบของกวินก็เหมือนถูกค้อนปอนด์ล่องหนทุบเข้าที่กลางแสกหน้าอย่างรุนแรง! ลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดกึก อากาศรอบตัวคล้ายถูกสูบออกไปจนหมด ขาทั้งสองข้างที่เคยแข็งแกร่งแบกเหล็กหนักหลายสิบกิโลกรัม บัดนี้กลับอ่อนระทวยและไร้เรี่ยวแรงไปดื้อๆ กระเป๋าเดินทางหลุดร่วงจากมือกระแทกพื้นเสียงดังตึง!

กวินหน้ามืดวิงเวียน ภาพตรงหน้าพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อล้น เขาต้องรีบตะเกียกตะกายใช้สองมือเกาะลูกกรงประตูรั้วไว้แน่นเพื่อพยุงร่างไม่ให้ล้มพับลงไปกองกับพื้น หัวใจของเขาบีบรัดอย่างรุนแรงจนปวดร้าวแทบขาดใจตายอยู่ตรงนั้น

“ค… คุณทรงพลพูดจริงเหรอครับ… เธอขายบ้านหลังนี้ไปแล้วจริงๆ เหรอ… แล้ว… แล้วแม่ของผมล่ะ แม่ของผมที่แก่ๆ เธอไปอยู่ไหน!” กวินละล่ำละลักถามเสียงสั่นเครือ น้ำตาแห่งความรวดร้าวไหลอาบแก้มกร้านแดด

คุณทรงพลมองสภาพของชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความเวทนา ก่อนจะถอนหายใจ “ผมพูดความจริงครับ โฉนดชื่อผมเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องแม่ของเจ้าของเก่า… ผมได้ยินเพื่อนบ้านเขาเล่ากันว่า ทันทีที่คุณพลอยทรายได้โฉนดบ้าน เธอก็เอาไปจำนองแล้วขายต่อให้ผม จากนั้นก็ไล่แม่ย่าออกจากบ้านไปเช่าห้องแถวซอมซ่ออยู่ท้ายตลาดครับ… อย่าบอกนะว่าคุณคือ…”

กวินไม่ได้อยู่ฟังคำตอบจนจบ ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เขากัดริมฝีปากตัวเองจนเลือดซิบเพื่อเรียกสติ ชายหนุ่มยกมือขึ้นปาดน้ำตาทิ้ง ลากกระเป๋าเดินทางหันหลังเดินโซเซจากไปราวกับคนไร้วิญญาณ หยาดเหงื่อและเลือดเนื้อตลอดแปดปีในต่างแดน ถูกผู้หญิงที่เขารักที่สุดหักหลัง ปอกลอก และขโมยไปเสวยสุขกับชู้รักอย่างเลือดเย็น! และที่เลวร้ายที่สุด คือการที่นังงูพิษนั่นกล้าเตะโด่งแม่บังเกิดเกล้าของเขาไปตกระกำลำบาก!

กวินใช้เวลาตามหาแม่จนกระทั่งไปพบท่านอยู่ในสลัมท้ายตลาด ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของลูกชายแทบแตกสลาย หญิงชราวัยเจ็ดสิบปีร่างกายผอมโซ สวมเสื้อคอกระเช้าเก่าๆ กำลังนั่งคัดแยกขวดพลาสติกเพื่อนำไปขายแลกข้าว ทันทีที่แม่เห็นหน้ากวิน ท่านก็ปล่อยขวดในมือร่วงหล่น ร้องไห้โฮและโผเข้ากอดลูกชายแน่น

“กวิน! ลูกแม่! แม่นึกว่าจะไม่ได้เห็นหน้าลูกอีกแล้ว! นังพลอยมันหลอกลูก มันเอาเงินลูกไปปรนเปรอไอ้ชัชนักพนัน แล้วมันก็ไล่แม่มาอยู่ที่นี่ แม่ไม่มีโทรศัพท์จะโทรหาลูก แม่ขอโทษที่รักษาบ้านของเราไว้ไม่ได้!” แม่สะอื้นไห้จนตัวโยน

กวินกอดแม่แน่น น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินอีกครั้ง แต่ทว่า… ครั้งนี้มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ แววตาของกวินแปรเปลี่ยนจากความเศร้าโศกเป็นความเหี้ยมเกรียมและเย็นเยียบประดุจพญาเหยี่ยวที่เตรียมขย้ำเหยื่อ!

“แม่ไม่ต้องร้องไห้นะครับ… นังพลอยทรายมันเอาไปได้แค่เปลือกเท่านั้น มันคิดว่ามันฉลาดที่ปลอกลอกเงินเดือนของผมไปได้… แต่มันประเมินผัวคนนี้ต่ำเกินไป!”

สิ่งที่พลอยทรายและทุกคนไม่เคยรู้ คือตลอดแปดปีที่เกาหลีใต้ กวินไม่ได้เป็นแค่กรรมกรต๊อกต๋อย ด้วยความฉลาดและขยันขันแข็ง เขาได้คิดค้นนวัตกรรมการหล่อชิ้นส่วนเครื่องจักรแบบใหม่ที่ช่วยลดต้นทุนให้โรงงานได้มหาศาล ประธานบริษัทชาวเกาหลีทึ่งในความสามารถ จึงมอบหุ้นส่วนและเงินโบนัสสิทธิบัตรก้อนมหึมาให้เขา! เงินที่กวินส่งให้พลอยทรายสร้างบ้าน เป็นเพียงแค่เศษเงินไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นต์ในบัญชีของเขาเท่านั้น ปัจจุบัน… กวินคือมหาเศรษฐีหน้าใหม่ที่มีทรัพย์สินซุกซ่อนอยู่ในบัญชีต่างประเทศกว่าห้าร้อยล้านบาท!

สามเดือนต่อมา…

ที่คฤหาสน์หรูของเสี่ยชัชและพลอยทราย งานเลี้ยงฉลองวันเกิดของพลอยทรายถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ แขกเหรื่อในแวดวงนักพนันและเศรษฐีจอมปลอมมารวมตัวกันดื่มแชมเปญ พลอยทรายในชุดราตรีสีแดงเพลิงสวมเครื่องเพชรระยิบระยับกำลังยืนคล้องแขนชัช หัวเราะร่วนอย่างมีความสุข โดยไม่รู้ตัวเลยว่า หายนะกำลังคืบคลานเข้ามาถึงหน้าประตูบ้าน

ครืนนนน… ปัง!!

ประตูบานใหญ่ของคฤหาสน์ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง ขบวนรถหรูสีดำกันกระสุนสามคันพุ่งเข้ามาจอดเทียบ บอดี้การ์ดร่างยักษ์นับสิบคนวิ่งลงมาตรึงกำลังรอบงานเลี้ยง ท่ามกลางความแตกตื่นของแขกเหรื่อ เสี่ยชัชหน้าซีดเผือด รีบดึงพลอยทรายไปหลบด้านหลัง

“พ… พวกแกเป็นใคร! เข้ามาบุกรุกบ้านฉันได้ยังไง รปภ. ไปไหนหมด!” ชัชตะโกนเสียงหลง

ชายหนุ่มในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดจากอิตาลีราคาหลักแสน ก้าวลงมาจากรถคันกลาง รองเท้าหนังขัดมันวับเหยียบย่ำลงบนพรมแดง ท่วงท่าของเขาเต็มไปด้วยความสง่างาม ทรงอำนาจ และน่าเกรงขามจนทุกคนต้องกลั้นหายใจ… เมื่อชายคนนั้นเงยหน้าขึ้น แสงไฟในงานก็สาดกระทบใบหน้าที่คมคาย ซึ่งบัดนี้ไม่มีร่องรอยของความหมองคล้ำจากการกรำแดดอีกต่อไป

“ก… กวิน! พี่กวิน!!”

พลอยทรายกรีดร้องเสียงหลง แก้วแชมเปญในมือร่วงแตกกระจาย เธอเบิกตากว้างจนแทบถลน ขาทั้งสองข้างสั่นงันงกราวกับเห็นผี ผู้ชายที่เธอตราหน้าว่าเป็นไอ้โง่บ้างาน เป็นกรรมกรกระจอกๆ ทำไมบัดนี้ถึงปรากฏตัวในสภาพที่ดูรวยล้นฟ้าและทรงอิทธิพลยิ่งกว่าเสี่ยคนไหนๆ ในงาน!

กวินเหยียดยิ้มเย็นเยียบ เขาไม่ได้มาตัวคนเดียว แต่พาผู้อำนวยการธนาคารและทนายความมือหนึ่งของประเทศมาด้วย

“ตกใจมากเหรอพลอยทราย… ที่เห็น ‘ตู้เอทีเอ็มส่วนตัว’ ของเธอ ยังมีชีวิตรอดกลับมาทวงหนี้!” กวินประกาศเสียงกร้าว ดังก้องไปทั่วงาน “เสี่ยชัช… คฤหาสน์หลังนี้ รถสปอร์ตทุกคันที่จอดอยู่ รวมไปถึงบ่อนคาสิโนเถื่อนของแก… พวกแกเอาไปจำนองกู้เงินกับธนาคารเพื่อเอามาหมุนเล่นพนันจนขาดทุนย่อยยับ และรู้ไหมว่าใคร… คือมหาเศรษฐีนิรนามที่กว้านซื้อหนี้เสียทั้งหมดของพวกแกมาไว้ในมือ!”

ชัชหน้ามืดเป็นลมแทบจะล้มทั้งยืน เขาเพิ่งรู้ตัวว่าถูกนักธุรกิจลึกลับซื้อหนี้ไป และกำลังจะถูกฟ้องล้มละลาย

ทนายความของกวินก้าวออกมาพร้อมแฟ้มเอกสาร “นายชัช และ นางพลอยทราย… หนี้สินทั้งหมดที่พวกคุณติดค้างรวมดอกเบี้ยคือแปดสิบล้านบาท เนื่องจากพวกคุณผิดนัดชำระมาเกินกำหนด ท่านประธานกวินได้ใช้อำนาจศาลยึดทรัพย์สินทั้งหมดของพวกคุณ ณ วินาทีนี้! คฤหาสน์ รถยนต์ และบัญชีธนาคาร ถูกอายัดทั้งหมด เชิญพวกคุณออกไปจากที่ดินของท่านประธานเดี๋ยวนี้ครับ!”

“ไม่จริง! พี่กวิน! พี่รวยขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่! พลอยขอโทษ! พลอยถูกไอ้ชัชมันหลอก มันบังคับให้พลอยขายบ้านของเรา พลอยยังรักพี่อยู่นะคะ เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่นะพี่!”

พลอยทรายผู้มักสมบูรณ์ รีบสะบัดแขนชัชทิ้ง แล้วทรุดตัวลงคลานเข่าเข้ามากอดขากวิน บีบน้ำตาร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าสมเพชที่สุด เธอหวังจะใช้มารยาหญิงอ้อนวอนขอความเห็นใจ

กวินก้มลงมองผู้หญิงไร้ยางอายด้วยสายตาที่ขยะแขยงที่สุดในชีวิต เขาใช้ปลายรองเท้าเขี่ยมือของเธอออกอย่างรังเกียจ

“ความรักของฉัน… มันตายไปตั้งแต่วินาทีที่ฉันไปยืนรอหน้าบ้าน แล้วรู้ว่าแกปล่อยให้แม่ฉันต้องไปคุ้ยขยะกินแล้วล่ะนังงูพิษ!” กวินตวาดลั่นจนพลอยทรายสะดุ้งสุดตัว “ผู้หญิงมักง่ายที่หักหลังผัวที่อาบเหงื่อต่างน้ำไปเอาชู้ อย่างแก… ไม่มีค่าพอแม้แต่จะให้ฉันชายตามอง! ไปเก็บเสื้อผ้าเน่าๆ ของแกซะ แล้วออกไปเป็นขอทานข้างถนนซะให้พอ!”

กวินสั่งให้บอดี้การ์ดลากตัวพลอยทรายและชัชออกไปโยนทิ้งที่หน้าประตูรั้วคฤหาสน์อย่างไร้ความปรานี ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะและสายตาสมเพชของแขกในงานที่พากันตีตัวออกห่าง หญิงร้ายชายเลวสิ้นเนื้อประดาตัวในชั่วข้ามคืน ต้องระหกระเหินไปอาศัยใต้สะพานลอย รับกรรมที่เคยก่อไว้กับกวินและแม่อย่างสาสมที่สุด

หลังจากสะสางบัญชีแค้นจนสิ้นซาก กวินก็หันหลังเดินกลับไปขึ้นรถหรู มุ่งหน้ากลับไปยังคฤหาสน์หลังใหม่ที่อลังการและอบอุ่นที่สุด ซึ่งเขาสร้างไว้ให้แม่บังเกิดเกล้า หยาดน้ำตาแห่งความรวดร้าวได้ถูกชะล้างออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ และชีวิตใหม่ที่เข้มแข็ง มั่งคั่ง โดยไม่มีใครหน้าไหนจะสามารถเข้ามาหลอกลวงและทำร้ายหัวใจของเขาได้อีกต่อไปตลอดกาล.

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!