News

สลิปโอนเงินมรณะและคราบน้ำตาของเมียหลวง:

 เมื่อความอดอยากอุ้มท้องเจ็ดเดือน ถูกตบหน้าด้วยเงินแสนสี่และข้อความรับขวัญลูกเมียน้อย ก่อนนำไปสู่การเช็กบิลผัวทรยศให้พินาศย่อยยับ!

กลิ่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสหมูสับที่กำลังเดือดปุดๆ ในชามกระเบื้องใบเก่า คืออาหารมื้อเย็นที่หรูหราที่สุดสำหรับฉันในรอบสัปดาห์นี้ ฉันชื่อ ‘พิม’ หญิงสาววัยสามสิบสองปีที่กำลังอุ้มท้องลูกคนแรกเข้าสู่เดือนที่เจ็ด ร่างกายของฉันซูบผอมจนน่าตกใจ มีเพียงหน้าอกและหน้าท้องที่นูนป่องออกมาตามอายุครรภ์ มือที่เคยอวบอิ่มและสวมแหวนเพชรเม็ดงาม บัดนี้ผอมเกร็งและแหวนวงนั้นก็ถูกถอดไปขายเพื่อนำเงินมาประทังชีวิตครอบครัว

ตลอดหกเดือนที่ผ่านมา ‘ดนัย’ สามีที่ฉันร่วมหัวจมท้ายมาถึงห้าปี พร่ำบอกฉันทุกวันด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียดว่า บริษัทนำเข้าอะไหล่ยนต์ของเขากำลังประสบวิกฤตอย่างหนักและกำลังจะถูกฟ้องล้มละลาย เขาขอร้องให้ฉันลาออกจากงานเพื่อมาลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ขอให้ฉันนำเงินเก็บก้อนสุดท้ายในบัญชีมอบให้เขาเพื่อหมุนเวียนในบริษัท และขอให้ฉันอดทนกินข้าวกับไข่ต้มหรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยอ้างว่า ‘เพื่ออนาคตของลูกเรา’ ฉันเชื่อเขาสุดหัวใจ ยอมอดมื้อกินมื้อ ยอมใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ ยอมแม้กระทั่งนั่งรถเมล์ร้อนๆ ไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลรัฐเพียงลำพัง เพราะสามีบอกว่าเขาต้องทำงานงกๆ หามรุ่งหามค่ำเพื่อกอบกู้บริษัท

แต่แล้ว… ความเชื่อใจอันบริสุทธิ์ของฉันก็ถูกกระชากลงนรกด้วยเสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารในโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นในบ่ายวันอังคารอันแสนเงียบเหงา

ติ๊ง!

หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบ ฉันหยิบมันขึ้นมาดูด้วยความงุนงง เพราะบัญชีนี้แทบจะไม่มีเงินเหลือแล้ว แต่ตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาฉันต้องขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

‘เงินโอนเข้าบัญชี: 140,000.00 บาท’ ผู้โอน: นายดนัย วงศ์วริศ

หัวใจของฉันเต้นระรัวด้วยความดีใจวูบหนึ่ง คิดว่าดนัยคงกอบกู้บริษัทได้แล้วและโอนเงินมาให้ฉันเพื่อเป็นค่าคลอดลูก แต่เมื่อสายตาของฉันเลื่อนลงไปอ่านที่บรรทัด ‘บันทึกช่วยจำ’ (Memo) โลกทั้งใบที่ฉันทนแบกรับความลำบากมาตลอดหลายเดือนก็พังทลายลงมาทับร่างฉันจนแหลกละเอียด!

“ค่างานรับขวัญลูกของเรากับน้องวิ รักนะ”

ประโยคสั้นๆ เพียงไม่กี่คำ แต่มันกลับคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกนที่กรีดลึกลงไปในขั้วหัวใจของคนเป็นเมียและคนเป็นแม่! ลมหายใจของฉันสะดุดกึก มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาอย่างรุนแรงราวกับจับก้อนน้ำแข็ง ขาทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรงจนต้องทรุดตัวลงนั่งกับพื้นกระเบื้องที่เย็นเฉียบ น้ำตาที่เก็บกดไว้ทะลักทลายออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้

น้องวิ?… ลูกของเรา?… งานรับขวัญ?

คำถามมากมายตีรวนอยู่ในสมองที่กำลังขาวโพลน ดนัยโอนเงินผิดบัญชี! เขาตั้งใจจะโอนเงินแสนสี่หมื่นบาทนี้ไปให้ผู้หญิงที่ชื่อ ‘วิ’ ผู้หญิงที่เพิ่งจะคลอดลูกให้เขา! ในขณะที่ฉัน… เมียแต่งที่กำลังอุ้มท้องลูกของเขาเจ็ดเดือน ต้องทนหิวโหยจนหน้ามืด ต้องกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจนลูกในท้องดิ้นประท้วงเพราะขาดสารอาหาร ผัวของฉันกลับมีเงินแสนโอนไปจัดงานปาร์ตี้รับขวัญลูกเมียน้อยอย่างหน้าตาเฉย!

“ไอ้คนเลว… ไอ้เดรัจฉาน!” ฉันแผดเสียงกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง กัดริมฝีปากจนเลือดซิบเพื่อระบายความแค้นที่อัดอั้น

หลังจากปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ฟูมฟายอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง สัญชาตญาณความเป็นแม่และสัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอดก็ปลุกให้ฉันลุกขึ้นยืน ฉันปาดน้ำตาที่อาบแก้มทิ้ง ดวงตาที่เคยอ่อนโยนและยอมจำนน บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและเย็นเยียบประดุจน้ำแข็ง ฉันจะไม่ยอมเป็นเหยื่อให้ผู้ชายมักสิบมงกุฎคนนี้หลอกใช้ความรักของฉันอีกต่อไป!

ฉันรีบเปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่ดนัยทิ้งไว้ที่บ้าน เข้าสู่ระบบอีเมลและบัญชีโซเชียลมีเดียของเขาที่ฉันเคยแอบจำรหัสผ่านไว้ได้ และสิ่งที่ฉันค้นพบก็ยิ่งตอกย้ำความโง่เขลาของตัวเอง

ดนัยไม่เคยล้มละลาย! บริษัทของเขากำลังได้กำไรมหาศาลจากการประมูลโปรเจกต์ใหญ่ของรัฐ แต่ที่เขาหลอกว่าล้มละลาย ก็เพื่อหลอกเอาเงินเก็บหลักล้านของฉันไปซื้อ ‘บ้านเดี่ยวหลังใหญ่’ ให้กับ ‘วิรดา’ หรือน้องวิ พริตตี้สาววัยยี่สิบต้นๆ ที่เป็นเมียน้อยของเขา และที่เลวร้ายไปกว่านั้น วิรดาเพิ่งจะคลอดลูกชายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และคืนนี้ ดนัยได้เหมาห้องจัดเลี้ยงในโรงแรมหรูระดับห้าดาว เพื่อจัดงานปาร์ตี้ ‘รับขวัญลูกชาย’ อย่างยิ่งใหญ่ โดยเชิญเพื่อนฝูงในวงการของเขาไปร่วมงานมากมาย!

ฉันมองรูปถ่ายในอินสตาแกรมของวิรดา ภาพที่เธออุ้มเด็กทารกสวมสร้อยทองเส้นโต ยืนฉีกยิ้มอยู่ข้างๆ ดนัยที่กำลังจูบแก้มเธออย่างแสนรัก แคปชั่นเขียนว่า ‘ขอบคุณป๊าดนัยที่ดูแลวิกับลูกอย่างดีที่สุด งานคืนนี้ป๊าจัดเต็มให้ลูกชายคนแรกของเรา รักป๊าที่สุดเลยค่ะ’

“ลูกชายคนแรกงั้นเหรอ…” ฉันแค่นยิ้มมุมปาก ลูบท้องที่นูนป่องของตัวเองเบาๆ “แล้วลูกสาวในท้องฉันล่ะ… เป็นแค่เศษขยะที่แกตั้งใจจะทิ้งสินะ”

ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เข้าแอปพลิเคชันธนาคาร แล้วทำการ ‘โอนเงิน 140,000 บาท’ นั้น เข้าบัญชีลับส่วนตัวของฉันที่ดนัยไม่เคยรู้ทันที พร้อมกับรวบรวมหลักฐานทุกอย่าง หน้าจอแชท สลิปการโอนเงิน ภาพถ่าย และเอกสารทางบัญชีที่เขาแอบยักยอกเงินของฉันไป ปริ้นท์ออกมาใส่ซองเอกสารสีน้ำตาลอย่างทะนุถนอม

คืนนั้น เวลาทุ่มตรง ณ ห้องบอลรูมของโรงแรมห้าดาวใจกลางเมือง บรรยากาศงานปาร์ตี้รับขวัญลูกชายของเสี่ยดนัยและน้องวิเต็มไปด้วยความหรูหราโอ่อ่า ซุ้มลูกโป่งสีฟ้าและสีทองถูกจัดแต่งอย่างวิจิตร แขกเหรื่อใส่ชุดราตรีและสูทหรูหรากำลังยืนดื่มแชมเปญชนแก้วกันอย่างสนุกสนาน ดนัยในชุดสูทราคาแพงระยับกำลังยืนโอบเอววิรดาที่สวมชุดเดรสรัดรูปอวดสัดส่วนหลังคลอด ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

แต่แล้ว… เสียงเพลงแจ๊สที่กำลังบรรเลงอย่างไพเราะก็ถูกแทรกด้วยเสียงผลักประตูห้องจัดเลี้ยงที่ดังสนั่น!

ปัง!!

ทุกสายตาในห้องหันขวับไปที่ประตู ฉันก้าวเดินเข้ามาในห้องบอลรูมด้วยท่วงท่าที่สง่างามและทรงอำนาจที่สุดในชีวิต แม้จะกำลังอุ้มท้องเจ็ดเดือน แต่ฉันเลือกสวมชุดเดรสเข้ารูปสีแดงสดที่เน้นให้เห็นหน้าท้องอย่างชัดเจน สวมรองเท้าส้นเตี้ยที่ก้าวเดินอย่างมั่นคง แต่งหน้าทาปากสีแดงเข้มเพื่อกลบความทรุดโทรม รัศมีของความแค้นแผ่ซ่านออกมาจนแขกเหรื่อต้องหลีกทางให้เป็นช่องว่าง

“พ… พิม! คุณมาที่นี่ได้ยังไง!” ดนัยเบิกตากว้างจนแทบถลนออกมานอกเบ้า ใบหน้าที่เคยมั่นใจซีดเผือดราวกับกระดาษ เขารีบปล่อยมือจากเอวของวิรดาทันที

วิรดามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความตกตะลึง ก่อนจะแกล้งบีบน้ำตาเกาะแขนดนัย “พี่นัยคะ ผู้หญิงคนนี้ใครคะ ทำไมถึงมาพังงานลูกของเรา”

ฉันเดินตรงดิ่งขึ้นไปบนเวที คว้าไมโครโฟนจากพิธีกรที่กำลังยืนอ้าปากค้าง ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับดนัยและเมียน้อย ท่ามกลางแขกนับร้อยคนที่กำลังซุบซิบนินทา

“สวัสดีค่ะ แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน” เสียงของฉันดังกังวานและเยือกเย็น “ดิฉันชื่อ พิม ค่ะ เป็น ‘ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย’ และกำลังอุ้มท้องลูกแท้ๆ ของคุณดนัยเข้าเดือนที่เจ็ดแล้วค่ะ”

เสียงฮือฮาดังกระหึ่มขึ้นทันที ดนัยรีบวิ่งมาที่หน้าเวทีเพื่อจะแย่งไมค์จากฉัน “พิม! หยุดบ้าเดี๋ยวนี้นะ! กลับบ้านไป เรามีเรื่องต้องคุยกัน!”

“กลับไปกินมาม่าต้มในบ้านซอมซ่อที่คุณหลอกฉันว่าบริษัทกำลังจะล้มละลายงั้นเหรอคะดนัย!” ฉันตวาดลั่นผ่านไมค์จนเสียงสะท้อนก้อง “คุณหลอกให้ฉันลาออกจากงาน หลอกเอาเงินเก็บก้อนสุดท้ายในชีวิตฉันไปหมุน ปล่อยให้เมียหลวงที่กำลังอุ้มท้องลูกของคุณต้องทนอดมื้อกินมื้อ จนลูกในท้องแทบจะขาดสารอาหาร! แต่คุณกลับเอาเงินของฉัน… เอาบริษัทที่ฉันมีส่วนร่วมสร้างมาตั้งแต่ต้น ไปปรนเปรอเมียน้อยและจัดงานปาร์ตี้หรูหราให้ลูกชู้หน้าตาเฉย!”

“นังนี่! แกอย่ามาใส่ร้ายพี่นัยนะ! พี่นัยบอกว่าเขากำลังจะหย่ากับแกแล้ว แกมันก็แค่ผู้หญิงหมดสภาพที่เกาะผัวกิน!” วิรดาชี้หน้าด่าฉันอย่างลืมภาพลักษณ์

ฉันแค่นยิ้ม ชูซองเอกสารสีน้ำตาลในมือขึ้นสูง “เกาะผัวกินงั้นเหรอ? ขอโทษนะน้องวิ ถ้าพี่ไม่โง่เอาเงินเก็บห้าล้านให้ผัวน้องไปโปะหนี้บริษัทเมื่อต้นปี ป่านนี้ผัวน้องคงไม่มีเงินมาซื้อบ้านเดี่ยวและจัดงานรับขวัญลูกให้น้องหรอกนะ… อ้อ! แล้วที่สำคัญที่สุด”

ฉันล้วงเอาโทรศัพท์มือถือ เปิดภาพสลิปโอนเงิน 140,000 บาท ขยายใหญ่สุด แล้วโชว์ให้ทุกคนในงานเห็น

“ขอบคุณสำหรับเงิน 140,000 บาท ที่คุณสามี ‘โอนผิด’ มาเข้าบัญชีฉันเมื่อบ่ายนี้นะคะ พร้อมกับบันทึกช่วยจำสุดหวานแหววว่า ‘ค่างานรับขวัญลูกของเรากับน้องวิ รักนะ’… ฉันขอถือซะว่านี่คือ ‘ค่าเลี้ยงดูบุตรล่วงหน้า’ ที่คุณชดเชยให้ลูกสาวในท้องของฉันที่ต้องทนหิวมาตลอดหกเดือนก็แล้วกันนะคะ อ้อ เงินก้อนนี้ฉันโอนย้ายไปบัญชีอื่นเรียบร้อยแล้ว หวังว่าคืนนี้คุณคงมีเงินก้อนอื่นมาจ่ายค่าเช่าโรงแรมระดับห้าดาวนี้นะคะ!”

ดนัยหน้ามืดเป็นลมแทบล้มทั้งยืน เขาลืมไปสนิทว่าบัญชีที่เขาเซฟไว้ในแอปพลิเคชัน บัญชีของฉันกับวิรดาอยู่ติดกัน และด้วยความรีบร้อน เขาจึงกดโอนเงินก้อนสุดท้ายที่ใช้จัดงานคืนนี้ผิดบัญชี!

“พิม! เอาเงินฉันคืนมานะ! นั่นมันเงินค่าจัดงานคืนนี้นะ! ถ้าเธอไม่คืน โรงแรมเขาฟ้องฉันแน่!” ดนัยตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

“ฟ้องก็ฟ้องไปสิคะ เพราะพรุ่งนี้เช้า… หมายศาลฟ้องหย่าและฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากเมียน้อย รวมถึงคดีฉ้อโกงทรัพย์สินสินสมรส จะถูกส่งตรงถึงหน้าบ้านของคุณกับน้องวิแน่นอนค่ะ!” ฉันโปรยเอกสารหลักฐานทั้งหมด ทั้งแชทชู้สาว สเตทเมนต์การโอนเงินที่ยักยอกไป ให้ปลิวว่อนลงมาจากเวทีราวกับหิมะสีเลือด แขกเหรื่อในงานต่างรีบหยิบขึ้นมาดูและมองดนัยกับวิรดาด้วยสายตาสมเพชและรังเกียจ

“ลาก่อนนะคะ คุณอดีตสามี ขอให้มีความสุขกับเศษเดนที่ฉันทิ้งแล้ว และเตรียมตัวล้มละลายของจริงได้เลย เพราะผู้ถือหุ้นรายใหญ่อีกสองคนในบริษัทคุณ คือเพื่อนสนิทของฉัน และพวกเขาเตรียมจะถอดถอนคุณออกจากตำแหน่งประธานบริษัทในวันพรุ่งนี้เช้าค่ะ!”

ฉันทิ้งไมโครโฟนลงพื้นเสียงดังตึง! สะบัดชายกระโปรงสีแดงสด หันหลังก้าวเดินลงจากเวทีและแหวกวงล้อมของแขกเหรื่อออกไปอย่างสง่างาม ไม่หันกลับไปมองเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิรดา และเสียงร้องไห้อ้อนวอนของดนัยที่กำลังคุกเข่าหมดสภาพอยู่กลางงานปาร์ตี้ที่พังพินาศของเขาเลยแม้แต่น้อย

คืนนั้น ฉันเดินออกจากโรงแรมด้วยหัวใจที่เบาสบาย ท้องฟ้าที่เคยมืดมิดบัดนี้กลับดูสว่างไสว ฉันใช้มือลูบท้องของตัวเองเบาๆ สัมผัสได้ถึงแรงถีบเบาๆ ของลูกสาวที่กำลังเติบโตอยู่ภายใน

“เราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันนะลูกสาวของแม่… แม่จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเราสองคนได้อีกแล้ว”

และนั่นคือจุดจบของผู้ชายทรยศ ดนัยถูกฟ้องร้องจนสิ้นเนื้อประดาตัว วิรดาทิ้งเขาไปทันทีที่รู้ว่าเขาไม่มีเงินเหลือแม้แต่บาทเดียว ส่วนฉัน… ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและเข้มแข็ง เลี้ยงดูลูกสาวด้วยสองมือของตัวเอง ประสบความสำเร็จในธุรกิจใหม่ และไม่เคยต้องกลับไปทนกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปด้วยความชอกช้ำอีกเลยตลอดกาล.

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!