พยาบาลพาร์ทไทม์กับความลับสีเลือด: เมื่อวิกฤตผู้ก่อการร้ายปิดตายโรงพยาบาล

กระชากหน้ากาก ‘ผู้บัญชาการหญิงหน่วยรบพิเศษ’ ที่ทุกคนเคยเหยียบย่ำ!
“ปล่อยๆ เธอไปเถอะ หมอทศ… ก็แค่พยาบาลชั่วคราว ทำงานผิดพลาดนิดหน่อยก็ช่างมัน เดี๋ยวครบสัญญาจ้างเราก็หาคนใหม่มาแทนแล้ว ตำแหน่งพยาบาลพาร์ทไทม์แบบนี้ หาง่ายยิ่งกว่าอะไรดี”
ประโยคที่เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามนั้นดังแว่วมาจากห้องพักแพทย์ ฉันยืนนิ่งอยู่หน้าประตู มือที่ถือแฟ้มประวัติคนไข้บีบเข้าหากันเล็กน้อย ฉันชื่อ ‘เรน’ เข้ามาทำงานเป็นพยาบาลวิชาชีพชั่วคราวที่โรงพยาบาลเอกชนระดับวีไอพีแห่งนี้ได้เพียงสามสัปดาห์เท่านั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันเลือกที่จะเงียบ ก้มหน้าก้มตาทำงาน ทำความสะอาดแผล เช็ดตัวคนไข้ หรือแม้แต่งานใช้แรงงานที่พยาบาลประจำคนอื่นๆ โยนมาให้ ท่ามกลางสายตาดูแคลนของบรรดาแพทย์และพยาบาลรุ่นพี่ โดยเฉพาะ ‘หมอทศ’ ศัลยแพทย์หนุ่มอีโก้สูงที่มักจะมองฉันเป็นแค่เศษฝุ่นในโรงพยาบาลของเขา
ฉันถอนหายใจเบาๆ ปล่อยวางคำนินทาเหล่านั้น ฉันไม่สนใจหรอกว่าพวกเขาจะมองฉันเป็นแค่ ‘คนชั่วคราวที่ถูกแทนที่ได้ง่ายๆ’ เพราะเป้าหมายของฉันในการมาอยู่ที่นี่ ไม่ใช่การไต่เต้าหาความก้าวหน้าในวงการแพทย์ แต่ฉันแค่ต้องการสถานที่เงียบๆ เพื่อเยียวยาจิตใจและหลบซ่อนตัวจาก ‘อดีต’ อันดำมืดและหนักอึ้งที่ฉันแบกรับมาตลอดสิบปี
แต่ดูเหมือนว่า… โชคชะตาจะไม่ยอมให้ฉันได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข
บ่ายวันศุกร์ที่ฝนตกพรำๆ บรรยากาศในโรงพยาบาลดูเงียบเหงา ทว่าความเงียบนั้นกลับถูกฉีกกระชากด้วยเสียง ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืนกลอัตโนมัติดังกึกก้องมาจากบริเวณโถงต้อนรับชั้นล่าง ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้คน กระจกบานใหญ่หน้าโรงพยาบาลแตกกระจาย
ฉันที่กำลังจัดยาอยู่ที่ชั้นสาม สัญชาตญาณเก่าที่ฝังรากลึกในสายเลือดทำงานทันที ร่างกายของฉันตอบสนองเร็วกว่าความคิด ฉันย่อตัวลงต่ำ หลบหลังเคาน์เตอร์พยาบาล หูคอยฟังทิศทางและจังหวะของเสียงปืน
“ปืนไรเฟิลจู่โจม M4A1 ติดที่เก็บเสียง… ยิงเป็นชุด ชุดละสามนัด… พวกมันถูกฝึกมาอย่างดี ไม่ใช่โจรปล้นทรัพย์ธรรมดา” สมองของฉันวิเคราะห์สถานการณ์โดยอัตโนมัติ
ไม่ถึงห้านาที กลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำสวมหมวกไอ้โม่งพร้อมอาวุธสงครามครบมือกว่ายี่สิบคน ก็บุกยึดโรงพยาบาลไว้ได้ทุกจุด พวกมันตัดสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตทั้งหมด ก่อนจะต้อนแพทย์ พยาบาล และคนไข้หลายสิบชีวิต มารวมกันไว้ที่ห้องโถงใหญ่ชั้นสามซึ่งเป็นโซนวีไอพี
ฉันถูกต้อนให้มารวมกับกลุ่มตัวประกัน หมอทศที่เคยหยิ่งผยอง บัดนี้นั่งคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่ข้างๆ ฉัน ใบหน้าของเขาซีดเผือด น้ำตาไหลพราก กางเกงสแล็กราคาแพงของเขาเปียกชุ่มไปด้วยปัสสาวะที่ราดออกมาด้วยความกลัวสุดขีด พยาบาลคนอื่นๆ ร้องไห้กอดกันกลม มีเพียงฉันที่นั่งขัดสมาธิอย่างสงบ สายตากวาดมองประเมินกำลังของศัตรู จำนวนอาวุธ และจุดบอดในห้องโถงอย่างเงียบเฉียบ
“ฟังให้ดีไอ้พวกหมอและพยาบาลหน้าโง่!” หัวหน้าผู้ก่อการร้ายที่สวมหน้ากากหัวกะโหลกตะคอกเสียงกร้าว มันชักปืนพกสั้นขึ้นมาจ่อที่หัวของหมอทศ “พวกกูต้องการตัว ‘รัฐมนตรีกลาโหม’ ที่เพิ่งเข้ามารับการผ่าตัดเมื่อคืนนี้! ไปลากคอท่านรัฐมนตรีมาให้กูเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้น กูจะเป่าหัวไอ้หมอนี่เป็นศพแรก!”
หมอทศร้องลั่น “ผมไม่รู้! ผมไม่ใช่หมอเจ้าของไข้! อย่าฆ่าผมเลย ผมรวยมากนะ ผมมีเงินจ่ายให้พวกคุณ ปล่อยผมไปเถอะ!” คำพูดเห็นแก่ตัวของหมอทศทำให้ทุกคนสะอื้นไห้หนักกว่าเดิม
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด หนึ่งในผู้ก่อการร้ายร่างยักษ์เกิดอารมณ์หงุดหงิด มันเดินตรงเข้ามาหากลุ่มพยาบาล และกระชากแขน ‘น้องมายด์’ พยาบาลฝึกหัดที่อายุน้อยที่สุดขึ้นมาอย่างรุนแรง
“ร้องไห้หนวกหูโว้ย! มานี่เลยอีหนู มึงมาเป็นโล่มนุษย์ให้กูที่ริมหน้าต่าง!” มันลากน้องมายด์ที่กำลังดิ้นรนและกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง
ไม่มีใครกล้าขยับตัว หมอทศก้มหน้าหลบตา… แต่สำหรับฉัน นี่คือจุดเกินขีดจำกัด!
ฉันลุกขึ้นยืนช้าๆ อย่างไร้สุ้มเสียง ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเพื่อนร่วมงาน…
“ปล่อยเธอซะ” เสียงของฉันราบเรียบ เยือกเย็น แต่แฝงไปด้วยอำนาจสังหารที่แม้แต่ตัวฉันเองก็พยายามสะกดมันไว้มานาน
ไอ้โม่งร่างยักษ์หันมาขมวดคิ้วมองฉัน มันหัวเราะเยาะ “มึงเป็นใครฮะอีพยาบาลกิ๊กก๊อก อยากตายแทนมันหรือไง!” มันปล่อยน้องมายด์ลงพื้น และยกปืนพาดบ่า เดินอาดๆ เข้ามาหาฉันหมายจะเอาพานท้ายปืนฟาดหน้า
แต่มันประเมินฉันต่ำไป…
ทันทีที่มันก้าวเข้ามาในระยะประชิด ฉันเบี่ยงตัวหลบพานท้ายปืนด้วยความเร็วที่ตามองแทบไม่ทัน มือซ้ายของฉันพุ่งเข้าคว้าข้อมือที่ถือปืนของมัน บิดหมุนในมุมสวนทางกายวิภาคจนได้ยินเสียงกระดูกลั่น กร๊อบ! มันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด แต่ไม่ทันที่มันจะอ้าปากตะโกนเตือนเพื่อน มือขวาของฉันก็สับสันมือลงที่จุดสลบตรงก้านคอของมันอย่างแม่นยำและรุนแรง ร่างยักษ์ของชายติดอาวุธร่วงลงไปกองกับพื้นสลบเหมือดภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที!
ฉันเตะปืนไรเฟิลของมันสไลด์เข้าไปซ่อนใต้เก้าอี้อย่างแนบเนียน ก่อนจะกลับไปนั่งคุกเข่ารวมกับกลุ่มตัวประกันเหมือนเดิม ท่ามกลางสายตาเบิกโพลงของหมอทศและพยาบาลคนอื่นๆ ที่มองฉันราวกับเห็นผี!
“ธ… เธอ… เธอทำแบบนั้นได้ยังไง เรน…” หมอทศกระซิบถาม ปากคอสั่น
ฉันไม่ตอบ เพียงแค่ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากเป็นสัญญาณให้เงียบ
ความวุ่นวายเริ่มต้นขึ้นเมื่อพวกผู้ก่อการร้ายสังเกตเห็นเพื่อนของมันนอนสลบอยู่ พวกมันโกรธจัดและเริ่มกระชากตัวประกันขึ้นมาข่มขู่ สถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆ รัฐมนตรีถูกจับตัวมาได้ และพวกมันขู่จะระเบิดโรงพยาบาลทิ้งหากไม่ได้เฮลิคอปเตอร์หลบหนี
เวลาผ่านไปสามชั่วโมงอันแสนตึงเครียด เสียงไซเรนรถตำรวจและรถพยาบาลดังกึกก้องอยู่ภายนอก แต่ไม่มีใครกล้าบุกเข้ามา เพราะพวกมันติดระเบิด C4 ไว้ที่เสาหลักของโรงพยาบาล
จนกระทั่ง… ตู้ม!!!
เสียงระเบิดย่อยๆ ดังขึ้นที่ประตูด้านหลัง ควันคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ก่อนที่กระจกเพดานเหนือห้องโถงจะแตกกระจาย!
กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดคอมมานโดสีดำเต็มยศพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ระดับสูงของ ‘หน่วยรบพิเศษต่อต้านการก่อการร้ายสากล (Special Forces)’ โรยตัวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ทุบกระจกบุกทะลวงเข้ามาอย่างสายฟ้าแลบ!
การปะทะกันเกิดขึ้นอย่างดุเดือด เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ตัวประกันต่างหมอบราบกับพื้น ฉันอาศัยจังหวะชุลมุน คว้ามีดพกจากศพผู้ก่อการร้ายที่ล้มลง คลานเข้าไปตัดสายชนวนระเบิด C4 ที่เสาหลักอย่างเชี่ยวชาญก่อนที่มันจะถูกจุดระเบิด
เมื่อหน่วยรบพิเศษควบคุมสถานการณ์ได้ ผู้ก่อการร้ายถูกวิสามัญและจับกุมจนหมดสิ้น ควันปืนเริ่มจางลง
ตัวประกันทุกคนรวมถึงหมอทศต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก ร้องไห้กอดกันด้วยความดีใจที่รอดตาย หมอทศรีบยืนขึ้น จัดเสื้อกาวน์ให้ดูดี และเตรียมจะเดินเข้าไปแสดงตัวกับหัวหน้าหน่วยรบพิเศษเพื่อหวังจะเอาหน้าว่าตนเองเป็นคนช่วยดูแลตัวประกัน
ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษชายร่างสูงใหญ่ สวมแว่นตากันกระสุนและรอยแผลเป็นที่หน้าผาก ก้าวเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับลูกน้องนับสิบคน สายตาคมกริบของเขากวาดมองตรวจตราความเรียบร้อย
หมอทศรีบเดินเข้าไปหา “เอ่อ… ผู้กองครับ ผมนายแพทย์ทศพล เป็นหมอประจำที่นี่ครับ ขอบคุณมากที่มาช่วยพวกเรา…”
แต่ผู้บัญชาการหนุ่มกลับเดินผ่านหมอทศไปราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศ!
ชายชาติทหารร่างยักษ์เดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน… พยาบาลชั่วคราวที่เสื้อกาวน์เปื้อนไปด้วยคราบเลือดและฝุ่นควัน
ท่ามกลางความงุนงงของตัวประกันนับร้อย ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ ถอดหมวกกันกระสุนออก ยืดตัวตรง แผ่นหลังตั้งฉาก ก่อนจะ ‘วันทยหัตถ์’ ทำความเคารพฉันอย่างแข็งขันและแข็งกร้าวที่สุด!
ลูกน้องในหน่วยรบพิเศษอีกนับสิบคนที่อยู่ด้านหลัง เมื่อเห็นหัวหน้าทำความเคารพ พวกเขาทั้งหมดก็จัดแถวหน้ากระดาน และตบเท้าทำวันทยหัตถ์ตามอย่างพร้อมเพรียงจนเสียงรองเท้าคอมบัตดังสนั่นกึกก้องไปทั่วโถงโรงพยาบาล!
“รายงานสถานการณ์ครับ มาดาม! (Commander!) หน่วยปฏิบัติการพิเศษอัลฟ่าเข้าควบคุมพื้นที่เรียบร้อยแล้วครับ! พวกเรามารับท่านกลับฐานครับ!!” เสียงตะโกนรายงานของผู้บัญชาการดังกังวาน เต็มไปด้วยความเคารพและเทิดทูนอย่างสูงสุด
ความเงียบสงัดราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมห้องโถงโรงพยาบาลทันที!
หมอทศอ้าปากค้างจนกรามแทบหลุด พยาบาลรุ่นพี่ที่เคยกดขี่ฉันถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกับพื้น ทุกสายตาจ้องมองมาที่ฉันด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ!
“ม… มาดาม…? ด… เดี๋ยวสิครับผู้กอง!” หมอทศละล่ำละลักชี้มือมาที่ฉัน “นี่มันยัยเรน แค่พยาบาลชั่วคราวพาร์ทไทม์ ผู้กองจำคนผิดหรือเปล่าครับ!”
ผู้บัญชาการหันขวับไปมองหมอทศด้วยแววตาที่ดุดันราวกับเสือร้าย “หุบปาก! คุณกำลังยืนอยู่ต่อหน้า ‘พันเอกหญิง รินลดา’ อดีตผู้บัญชาการสูงสุดหน่วยปฏิบัติการพิเศษเงา (Black Ops) และผู้เชี่ยวชาญยุทธวิธีการรบระดับชาติ! ท่านคือตำนานที่ยังมีลมหายใจของกองทัพเรา! คำว่า ‘พยาบาลชั่วคราว’ ที่คุณพูดถึง คือภารกิจแฝงตัวระดับชาติที่ท่านสละเวลามาปฏิบัติเพื่อคุ้มกันท่านรัฐมนตรีแบบลับๆ ต่างหาก!”
คำอธิบายนั้นเปรียบเสมือนระเบิดปรมาณูที่ตกลงกลางวงแพทย์และพยาบาล!
ภาพพยาบาลสาวที่คอยเช็ดถูพื้น ถูกด่าทอ และทำงานงกๆ บัดนี้ถูกทับซ้อนด้วยภาพของ ‘ผู้บัญชาการหญิง’ ที่ทรงอำนาจที่สุด ผู้ซึ่งมีกองกำลังติดอาวุธระดับประเทศก้มหัวแทบเท้า!
ฉันถอนหายใจเบาๆ เอื้อมมือไปปลดหมวกพยาบาลที่เปื้อนเลือดบนศีรษะออก ปล่อยผมยาวสยาย ก่อนจะรับเสื้อแจ็กเก็ตยุทธวิธีสีดำที่มีตราสัญลักษณ์ผู้บัญชาการจากลูกน้องมาสวมทับชุดพยาบาล
ฉันดึงเข็มขัดนิรภัยออก และก้าวเดินช้าๆ ไปหยุดอยู่ตรงหน้าหมอทศที่ตอนนี้กำลังตัวสั่นเป็นลูกนกเปียกฝน ใบหน้าของเขาซีดเผือดยิ่งกว่ากระดาษ เหงื่อแตกพลั่กด้วยความหวาดกลัวว่าฉันจะเช็กบิลเขาเรื่องที่เคยดูถูกเหยียดหยาม
“ม… มาดาม… ผ… ผมขอโทษครับท่าน… ผมไม่รู้… ผมตามองไม่เห็นภูเขาไท่ซาน…” หมอทศเสียงสั่นเครือ แทบจะคุกเข่าลงกราบ
ฉันปรายตามองเขาด้วยความเย็นชา ก่อนจะยกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย “คุณหมอทศคะ… คุณเคยบอกว่าฉันเป็นแค่พยาบาลชั่วคราว ที่จะเปลี่ยนออกเมื่อไหร่ก็ได้ใช่ไหมคะ?”
ฉันตบไหล่เขาเบาๆ สองที แต่แรงตบนั้นทำเอาหมอทศทรุดฮวบ “คุณพูดถูกค่ะ วันนี้สัญญาการเป็น ‘พยาบาลชั่วคราว’ ของฉันสิ้นสุดลงแล้ว… แต่สัญญากรรมระหว่างคุณกับกองทัพ คงต้องคุยกันยาวหน่อยนะคะ เพราะคุณเพิ่งแสดงความขี้ขลาดและพยายามจะขายความลับของรัฐมนตรีให้กับผู้ก่อการร้ายเพื่อแลกชีวิตตัวเอง… เตรียมตัวถูกสอบสวนข้อหากบฏได้เลยค่ะ”
สิ้นประโยคพิพากษา หมอทศก็หน้ามืดเป็นลมล้มพับไปกองกับพื้นทันที!
ฉันหันกลับมามองน้องมายด์และพยาบาลคนอื่นๆ ที่กำลังมองฉันด้วยแววตาทั้งหวาดกลัวและชื่นชม ฉันส่งยิ้มบางๆ ให้พวกเธอ “ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาสามสัปดาห์นี้นะคะ พวกคุณเป็นพยาบาลที่ดี… ดูแลคนไข้ต่อไปนะคะ”
จากนั้น ฉันก็หันหลังกลับ สวมแว่นตาดำที่ลูกน้องยื่นให้ และเดินนำขบวนหน่วยรบพิเศษนับสิบคน ก้าวออกไปจากโรงพยาบาลอย่างสง่างามและทรงอำนาจ ทิ้งไว้เพียงตำนานของ ‘พยาบาลพาร์ทไทม์’ ที่จะไม่มีใครในโรงพยาบาลแห่งนี้กล้าลืมเลือนไปตลอดกาล.



