News

บททดสอบสีฝุ่นบนกองเงินกองทอง: เมื่อเศรษฐีชราปลอมตัวเป็นยาจกไร้ญาติ

เพื่อกระชากหน้ากากว่าที่สะใภ้ CEO จอมปลอมให้พินาศ!

ท่ามกลางแสงไฟสปอตไลต์และเสียงรัวชัตเตอร์ของกองทัพนักข่าว ณ ห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมห้าดาวใจกลางกรุงเทพฯ ‘รินลดา’ หญิงสาววัย 28 ปี กำลังยืนโพสท่าอย่างสง่างามในชุดเดรสโอตกูตูร์สีแดงเพลิงที่สั่งตัดพิเศษจากปารีสมูลค่ากว่าครึ่งล้านบาท เธอคือ CEO สาวรุ่นใหม่ไฟแรงที่ประสบความสำเร็จที่สุดในวงการอสังหาริมทรัพย์ และที่สำคัญ… เธอกำลังจะเป็น ‘ว่าที่ลูกสะใภ้’ ของตระกูล ‘อัครมหาศาล’ ตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศที่กุมอำนาจทางเศรษฐกิจมูลค่ากว่าห้าหมื่นล้านบาท

‘ตะวัน’ แฟนหนุ่มทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล ยืนส่งยิ้มอย่างภาคภูมิใจอยู่ข้างๆ เขาหลงรักความเก่งกาจและภาพลักษณ์อันสมบูรณ์แบบของรินลดาจนหมดหัวใจ โดยไม่เคยระแคะระคายเลยว่า ภายใต้รอยยิ้มหวานและการบริจาคเงินการกุศลบังหน้านั้น ซ่อนปีศาจร้ายที่หิวโหยอำนาจและเต็มไปด้วยความเหยียดหยามเพื่อนมนุษย์เอาไว้

แต่ความลับ… ไม่มีทางรอดพ้นสายตาของพญาเหยี่ยวที่ผ่านโลกมาเจ็ดสิบปีอย่าง ‘เจ้าสัวธำรง’ บิดาของตะวันไปได้

เจ้าสัวธำรงไม่เคยเชื่อในภาพลักษณ์แม่พระของรินลดา สายตาของชายชรามักจะจับสังเกตเห็นแววตารังเกียจที่เธอเผลอมองพนักงานเสิร์ฟ หรือน้ำเสียงแข็งกร้าวที่เธอใช้ดุด่าคนขับรถเมื่อคิดว่าไม่มีใครเห็น เจ้าสัวรู้ดีว่า หากปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้เข้ามากุมบังเหียนตระกูล อาณาจักรที่เขาสร้างมาด้วยหยาดเหงื่อจะต้องพินาศลงด้วยความแล้งน้ำใจของเธอแน่ๆ

ดังนั้น ก่อนที่จะมีการประกาศงานหมั้นอย่างเป็นทางการ ‘บททดสอบสีฝุ่น’ จึงถูกงัดขึ้นมาใช้

บ่ายวันรุ่งขึ้น ณ บริเวณลานจอดรถวีไอพีใต้ตึกสำนักงานใหญ่ของบริษัทรินลดา ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว ร่างของชายชราหลังค่อมคนหนึ่งกำลังเดินโซเซไปมา ชายคนนั้นสวมเสื้อยืดคอกลมสีมอซอที่ขาดวิ่น กางเกงขาก๊วยเปื้อนโคลนแห้งกรัง ไม่สวมรองเท้า ใบหน้าและเนื้อตัวมอมแมมไปด้วยคราบเขม่าและฝุ่นดิน กลิ่นตัวเหม็นเปรี้ยวคลุ้งจน รปภ. ต้องเบือนหน้าหนี

ไม่มีใครรู้เลยว่า ภายใต้คราบยาจกไร้ญาติคนนี้ คือ ‘เจ้าสัวธำรง’ อภิมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ!

เจ้าสัวในคราบลุงขอทาน แสร้งทำเป็นคนแก่หิวโซที่หลงทางเข้ามา เขาเดินกระเผลกเข้าไปใกล้บริเวณที่รถตู้เมอร์เซเดส-เบนซ์ของรินลดากำลังจอดเทียบท่า รินลดาในชุดสูทแบรนด์เนมสีขาวสะอาดตากำลังก้าวลงจากรถพร้อมกับเลขาและบอดี้การ์ด เธอกำลังหงุดหงิดจากการประชุมและกำลังคุยโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

จังหวะนั้นเอง ลุงขอทานก็แกล้งสะดุดขาตัวเอง ล้มคะมำลงไปที่พื้น มือที่เปื้อนคราบโคลนดำปิ๊ดปี๋ พลาดไปตะปบเข้าที่ชายกางเกงสูทสีขาวราคาแพงลิบลิ่วของรินลดาเข้าอย่างจัง!

รอยนิ้วมือสีดำห้าก้านประทับลงบนผ้าสีขาวสะอาดทันที

“กรี๊ดดดดดดดดด!!!”

รินลดากรีดร้องลั่นลานจอดรถ เธอสะบัดขาอย่างแรงจนร่างของชายชรากระเด็นล้มกลิ้งไปกับพื้นปูน “ไอ้แก่โสโครก! แกเอามือสกปรกๆ มาจับชุดฉันได้ยังไง! รู้ไหมว่าชุดนี้ราคากี่แสนฮะ ไอ้ขอทานชั้นต่ำ!”

“ล… ลุงขอโทษจ้ะ ลุงไม่ได้ตั้งใจ ลุงหิวข้าว ลุงหน้ามืด…” ชายชรายกมือที่สั่นเทาขึ้นพนมไหว้ ปากก็พร่ำขอโทษด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและน่าสงสาร

แต่แทนที่ CEO สาวผู้ใจบุญในหน้าสื่อจะมีความเมตตา สันดานดิบของเธอกลับระเบิดออกมาอย่างรุนแรง ใบหน้าสวยหวานบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธแค้นและรังเกียจเดียดฉันท์

“หิวข้าว? หิวก็ไปคุ้ยขยะกินสิวะ! มาเดินเพ่นพ่านในที่ของคนระดับสูงแบบนี้ได้ยังไง!” รินลดาตวาดลั่น หันไปด่า รปภ. และบอดี้การ์ด “พวกแกมัวยืนบื้ออะไรอยู่! ปล่อยให้ขยะเปียกแบบนี้หลุดเข้ามาในตึกฉันได้ยังไง ลากคอมันออกไปเดี๋ยวนี้! อ้อ… ก่อนจะโยนมันทิ้ง สั่งสอนมันด้วยว่าอย่าริอ่านเอามือสกปรกๆ มาแตะต้องตัวคนอย่างฉัน!”

“ค… คุณรินลดาคะ แค่ไล่แกไปก็พอมั้งคะ แกแก่มากแล้ว…” เลขาสาวพยายามท้วงด้วยความสงสาร

“ฉันสั่งให้ทำก็ทำ! หรือเธออยากจะโดนไล่ออกไปเป็นขอทานเหมือนมัน!” รินลดาหันไปตวาดเลขาจนหน้าเสีย จากนั้นเธอก็ก้าวเข้าไปหาชายชราที่กำลังนั่งตัวสั่นอยู่บนพื้น เธอเปิดกระเป๋าแอร์เมส (Hermès) หยิบธนบัตรใบละพันออกมาสองสามใบ แล้วปาใส่หน้าชายชราอย่างแรงจนเงินปลิวว่อนลงพื้นปูน

“เอาเศษเงินนี่ไปซื้อข้าวกินซะนะ แล้วก็จำใส่กะโหลกกลวงๆ ของแกไว้ ว่าคนอย่างแก มันเกิดมาเพื่อเป็นขยะใต้ตีนคนอย่างฉันเท่านั้นแหละ… เลียรองเท้าฉันซะสิ แล้วฉันจะให้เพิ่มอีกพันนึง” รินลดาแสยะยิ้ม เหยียดปลายรองเท้าส้นสูงจิมมี่ ชู (Jimmy Choo) ไปตรงหน้าชายชราอย่างหยามเกียรติที่สุด

กล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ในกระดุมเสื้อของลุงขอทาน บันทึกภาพและเสียงทุกการกระทำอันต่ำต้อยทางจิตใจของรินลดาไว้ครบถ้วนสมบูรณ์

ชายชราค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง CEO สาว แววตาที่เคยทำเป็นหวาดกลัวและสั่นเทา กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบขาด ทรงอำนาจ และเยียบเย็นจนรินลดาแอบชะงักไปเสี้ยววินาที

“หนูเอ๊ย… ความรวยมันไม่ได้วัดกันที่เสื้อผ้าที่สวมใส่ แต่มันวัดกันที่สันดานในใจต่างหาก วันนี้หนูอาจจะยืนอยู่บนกองเงินกองทอง… แต่จิตใจของหนู มันสกปรกยิ่งกว่าฝุ่นโคลนบนมือลุงเสียอีก”

“หนอย! ไอ้แก่สันดานไพร่! แกกล้าสั่งสอนฉันเหรอ! จัดการมันเดี๋ยวนี้!” รินลดาปรี๊ดแตก สั่งบอดี้การ์ดให้ลงมือ

แต่ก่อนที่บอดี้การ์ดร่างยักษ์จะทันได้ง้างหมัด… เสียงเบรกของรถยนต์ก็ดังสนั่นกึกก้องไปทั่วลานจอดรถ!

ขบวนรถโรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce) สีดำขลับจำนวนห้าคัน แล่นเข้ามาจอดปิดล้อมพื้นที่อย่างรวดเร็วและดุดัน ประตูรถทุกบานเปิดออกพร้อมกัน ชายชุดดำในสูทเนี้ยบกว่ายี่สิบชีวิตวิ่งกรูกันลงมาตั้งแถวล้อมรอบบริเวณนั้นไว้ ไม่มีใครกล้าขยับตัว

และคนที่ก้าวลงมาจากรถคันกลาง… คือ ‘ตะวัน’ แฟนหนุ่มของรินลดา ใบหน้าของเขาซีดเผือด นัยน์ตาแดงก่ำไปด้วยความโกรธจัดและผิดหวังอย่างรุนแรง

“ต… ตะวัน… คุณมาได้ยังไงคะ” รินลดาหน้าเสีย รีบปรับสีหน้าเป็นยิ้มหวานและวิ่งเข้าไปเกาะแขนแฟนหนุ่ม “ตะวันมาพอดีเลยค่ะ ดูสิคะ มีขอทานบ้าที่ไหนไม่รู้มาทำร้ายริน รินกลั๊วกลัวค่ะ”

แต่ตะวันกลับสะบัดแขนรินลดาออกอย่างแรงจนเธอเซถลา เขาไม่ได้มองหน้าเธอเลยแม้แต่น้อย แต่เขารีบวิ่งตรงดิ่งเข้าไปหา ‘ลุงขอทาน’ ที่นั่งอยู่บนพื้นปูน!

ท่ามกลางความตกตะลึงของรินลดาและพนักงานทุกคน ตะวันคุกเข่าลงบนพื้นสกปรกโดยไม่สนใจกางเกงสูทราคาแพง เขารีบประคองร่างของชายชราขึ้นมาอย่างทะนุถนอม บอดี้การ์ดคนสนิทรีบนำเสื้อโค้ทผ้าไหมอิตาลีมาคลุมทับร่างที่มอมแมมนั้น และยื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดให้ชายชราเช็ดคราบฝุ่นบนใบหน้า

เมื่อคราบเขม่าสีดำถูกเช็ดออกไปบางส่วน เค้าโครงหน้าอันคุ้นเคยและทรงอำนาจก็ปรากฏขึ้นแก่สายตาของทุกคน…

“ค… คุณพ่อ! เป็นไงบ้างครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า!” ตะวันถามบิดาด้วยเสียงสั่นเครือ

เพล้ง!

ราวกับมีเสียงฟ้าผ่าฟาดลงมากลางกบาลของรินลดา โลกทั้งใบของเธอหยุดหมุน ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า ขาทั้งสองข้างอ่อนยวบจนแทบจะยืนไม่อยู่

“ค… คุณ… คุณลุง… เจ้าสัวธำรง…” รินลดาครางเสียงหลง ใบหน้าของเธอเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเทาซีดราวกับศพ

เจ้าสัวธำรงปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้า ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างามแม้จะอยู่ในชุดขาดวิ่น แผ่รังสีความน่าเกรงขามจนบอดี้การ์ดของรินลดาต้องรีบถอยกรูไปอยู่ชิดกำแพง

“ใช่… ฉันเอง ไอ้แก่โสโครก ขยะเปียกที่แกสั่งให้คนลากไปทิ้งไงล่ะ รินลดา” เจ้าสัวธำรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวานและเฉียบขาด “ที่ฉันลงทุนคลุกฝุ่นคลุกดินมาวันนี้ ก็เพื่อจะดูให้เห็นกับตา ว่าว่าที่สะใภ้ที่ลูกชายฉันยกย่องนักหนา เนื้อแท้มันเป็นทองคำ… หรือเป็นแค่ก้อนกรวดเคลือบสีที่เน่าเฟะอยู่ข้างใน!”

“ม… ไม่ใช่นะคะคุณลุง! รินไม่ทราบจริงๆ รินขอโทษค่ะ! รินแค่ตกใจที่เสื้อเปื้อน รินไม่ได้ตั้งใจจะด่าคุณลุงนะคะ!” รินลดาลนลาน ทิ้งตัวลงคุกเข่ากับพื้นปูน พยายามคลานเข้าไปเกาะขาตะวัน “ตะวันคะ ช่วยรินด้วย รินอธิบายได้นะคะ รินไม่ได้เป็นคนแบบนั้น!”

“หยุดตอแหลสักทีรินลดา!!” ตะวันตวาดลั่น เสียงของเขาเต็มไปด้วยความรังเกียจ “ผมดูไลฟ์สดที่กล้องซ่อนเสื้อของคุณพ่อส่งสัญญาณไปตลอดเวลา ผมได้ยินทุกคำที่คุณด่าทอ ผมเห็นทุกการกระทำที่คุณเหยียบย่ำเพื่อนมนุษย์อย่างเลือดเย็น! ผู้หญิงที่จิตใจต่ำตมและใจดำอำมหิตอย่างคุณ ไม่มีค่าพอที่จะใช้นามสกุลของผม หรือแม้แต่จะยืนอยู่เคียงข้างผมด้วยซ้ำ!”

“ตะวัน! ไม่นะ! เรารักกันไม่ใช่เหรอคะ งานหมั้นของเราล่ะคะ!” รินลดากรีดร้อง ร้องไห้ฟูมฟายอย่างหมดสภาพ CEO ผู้เย่อหยิ่ง

“งานหมั้นถูกยกเลิกตั้งแต่วินาทีนี้!” เจ้าสัวธำรงประกาศกร้าว เสียงของท่านเหมือนคำพิพากษาประหารชีวิต “และไม่ใช่แค่นั้น… ในฐานะที่บริษัท ‘อัครมหาศาล’ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และปล่อยกู้ให้กับบริษัทอสังหาฯ ของเธอ ฉันขอสั่ง ‘ถอนทุน’ และระงับสินเชื่อทั้งหมดทันที! และคลิปวิดีโอที่เธอเหยียดหยามเพื่อนมนุษย์เมื่อกี้… ฉันจะส่งมันให้สำนักข่าวทุกช่อง เพื่อให้สังคมได้เห็นหน้ากากที่แท้จริงของ CEO จอมปลอมอย่างเธอ!”

“ไม่!! คุณลุงอย่าทำแบบนี้นะคะ! บริษัทรินจะล้มละลาย รินจะหมดตัว! รินกราบล่ะค่ะ รินจะยอมเลียรองเท้าคุณลุงเลยก็ได้ ไว้ชีวิตรินด้วยเถอะนะคะ!”

รินลดาคลานเข้าไปพยายามจะเลียรองเท้าบูทเปื้อนโคลนของเจ้าสัวธำรงอย่างที่เธอเคยสั่งให้เขาทำ แต่บอดี้การ์ดชุดดำก้าวเข้ามาขวางและเตะเธอออกไปให้พ้นทางอย่างเย็นชา

“เก็บน้ำลายของเธอไว้เถอะรินลดา” เจ้าสัวธำรงมองหญิงสาวที่นอนร้องไห้เกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นด้วยแววตาสมเพช “ความรวยที่ปราศจากความเมตตา สุดท้ายมันก็จะทำลายตัวมันเอง… จงรับผลกรรมจากการกระทำของเธอซะเถอะ”

พูดจบ เจ้าสัวธำรงและตะวันก็หันหลัง ก้าวขึ้นรถโรลส์-รอยซ์และขับออกไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้รินลดานั่งกรีดร้องโหยหวนอยู่กลางลานจอดรถ ท่ามกลางสายตาพนักงานและนักข่าวที่เริ่มแห่กันลงมาหลังจากได้รับคลิปฉาว

พริบตาเดียว… จาก CEO สาวผู้อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร รินลดาถูกกระชากลงสู่หุบเหวแห่งความพินาศ หุ้นบริษัทดิ่งลงเหว สังคมรุมประณาม และถูกฟ้องล้มละลายจนถูกยึดทรัพย์สินทั้งหมด เธอสูญเสียทั้งคนรัก ชื่อเสียง และความมั่งคั่ง กลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัวที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้… ต้องชดใช้กรรมด้วยการเดินเตะฝุ่นอยู่ข้างถนน ไม่ต่างจาก ‘ขอทาน’ ที่เธอเคยเหยียบย่ำและรังเกียจเดียดฉันท์ไปตลอดชีวิต!

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!