News

15 นาทีมรณะกับเสียงกระซิบของลูกสาว: เมื่อเที่ยวบินธุรกิจถูกยกเลิกด้วยสัญชาตญาณความเป็นพ่อ

 และความลับสีเลือดหลังประตูบ้านที่บดขยี้โลกทั้งใบของผมจนแหลกสลาย!

ท่ามกลางความวุ่นวายของผู้คนนับหมื่นในสนามบินสุวรรณภูมิ เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารเที่ยวบินมุ่งหน้าสู่ลอนดอนดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ‘กฤต’ สถาปนิกหนุ่มวัยสามสิบแปดปี ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือสลับกับมองใบหน้าเล็กๆ ของ ‘น้องพราว’ ลูกสาววัย 6 ขวบที่ยืนจับมือของเขาไว้แน่น กฤตต้องเดินทางไปเจรจาโปรเจกต์ระดับพันล้านที่อังกฤษเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็ม นับตั้งแต่ ‘พิม’ ภรรยาแสนดีของเขาจากไปด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันเมื่อสองปีก่อน กฤตก็ทุ่มเทชีวิตให้กับการทำงานเพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับลูกสาวเพียงคนเดียว

และคนที่กฤตไว้ใจที่สุดในการฝากฝังให้ดูแลดวงใจของเขา ก็คือ ‘เซเลส’ น้องสาวแท้ๆ ของพิม ผู้เป็นน้าสาวที่แสนดีและย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์เพื่อช่วยดูแลน้องพราว เซเลสมีรอยยิ้มที่อ่อนโยนและเอาใจใส่หลานสาวในทุกๆ เรื่องจนกฤตไม่เคยต้องเป็นกังวล

“พี่กฤตรีบไปขึ้นเครื่องเถอะค่ะ เดี๋ยวจะตกเครื่องเอานะคะ” เซเลสเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับลูบผมของน้องพราวเบาๆ “ไม่ต้องห่วงทางนี้นะคะ เซเลสจะดูแลยัยหนูพราวให้ดีที่สุดเหมือนที่เคยทำมาตลอด พี่กฤตตั้งใจทำงานให้เต็มที่นะคะ”

กฤตยิ้มรับด้วยความซาบซึ้งใจ เขาย่อตัวลงคุกเข่าตรงหน้าลูกสาว อ้าแขนกว้างเพื่อรอรับอ้อมกอด “พ่อไปทำงานก่อนนะคนเก่ง เป็นเด็กดีของน้าเซเลสนะลูก เดี๋ยวพ่อจะซื้อตุ๊กตาตัวใหญ่ๆ จากลอนดอนมาฝากนะ”

แต่แทนน้องพราวจะยิ้มร่าเหมือนทุกที ร่างเล็กๆ ของเธอกลับสั่นสะท้าน เด็กน้อยโผเข้ากอดคอผู้เป็นพ่อแน่นจนกฤตรู้สึกถึงแรงบีบที่ผิดปกติ น้องพราวซุกหน้าลงกับลาดไหล่ของเขา น้ำตาหยดเล็กๆ ร่วงหล่นเปียกชื้นบนเสื้อเชิ้ต และในวินาทีที่เหลือเวลาเพียง 15 นาทีก่อนประตูเกตจะปิด เสียงกระซิบแผ่วเบาที่สั่นเครือด้วยความหวาดกลัวขั้นสุดก็หลุดออกมาจากริมฝีปากเล็กๆ

“คุณพ่อขา… อย่าไปเลยนะ… หนูอ้อนวอน… น้าเซเลสแอบใส่อะไรบางอย่างที่เป็นน้ำสีขุ่นๆ ลงในน้ำผลไม้ของหนูทุกคืนเลย… พอหนูกินแล้วหนูก็จะปวดหัว หัวใจเต้นแรง แล้วก็หลับลึกไปเลย… หนูไม่อยากกินน้ำผลไม้นั้นอีกแล้ว… หนูตื่นมาแล้วหนูเจ็บหน้าอก…”

ประโยคสั้นๆ ไร้เดียงสาของลูกสาว เปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางแสกหน้าของกฤต!

เลือดในกายของชายหนุ่มเย็นเฉียบ หัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรง เขาผละตัวออกจากน้องพราวเล็กน้อย สบตาขุ่นมัวที่เต็มไปด้วยความหวาดผวาของลูกสาว ก่อนจะตวัดสายตาขึ้นไปมองเซเลสที่ยืนอยู่ด้านหลัง เซเลสยังคงส่งยิ้มหวานบริสุทธิ์มาให้เขาโดยไม่รู้ตัวว่าน้องพราวกระซิบอะไร

สัญชาตญาณของคนเป็นพ่อทำงานอย่างรุนแรงที่สุดในชีวิต กฤตนึกย้อนไปถึงอาการแปลกๆ ของน้องพราวในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ลูกสาวของเขามักจะดูอ่อนเพลีย บ่นว่าเจ็บหน้าอก และนอนหลับลึกผิดปกติ ซึ่งเซเลสมักจะอ้างเสมอว่าหลานเล่นซนจนเหนื่อยและเป็นเพียงอาการภูมิแพ้ธรรมดา… ยิ่งไปกว่านั้น อาการเหล่านี้… มันช่างเหมือนกับอาการของ ‘พิม’ ภรรยาของเขาก่อนที่จะเสียชีวิตอย่างกะทันหันไม่มีผิดเพี้ยน!

กฤตสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ระงับความสั่นเทาของร่างกาย เขาฝืนยิ้มและลูบหัวลูกสาว “โอเคลูก พ่อรู้แล้ว… พ่อจะจัดการเอง” เขากระซิบตอบเบาที่สุด ก่อนจะลุกขึ้นยืน

“ฝากลูกด้วยนะเซเลส พี่ไปก่อนนะ” กฤตบอกลาตามปกติ ทำทีเป็นลากกระเป๋าเดินทางเดินเข้าไปในช่องผู้โดยสารขาออกจนลับสายตาของเซเลส

แต่ทันทีที่พ้นระยะสายตา กฤตไม่ได้เดินไปที่เกตเพื่อขึ้นเครื่องบิน ชายหนุ่มวิ่งหน้าตั้งไปที่เคาน์เตอร์สายการบิน แจ้งยกเลิกการเดินทางอย่างกะทันหัน เขาทิ้งโปรเจกต์พันล้านอย่างไม่ไยดี เพราะตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิตของลูกสาว เขาเรียกรถแท็กซี่และสั่งให้คนขับเหยียบคันเร่งพุ่งตรงกลับไปยังคฤหาสน์ของเขาทันที

สองชั่วโมงต่อมา…

กฤตกลับมาถึงหน้าคฤหาสน์ของตนเอง เขาไม่ได้ให้แท็กซี่ขับเข้าไปด้านใน แต่เลือกลงที่หน้าหมู่บ้านและเดินเท้าเข้ามาทางประตูเล็กหลังสวน กฤตค่อยๆ ไขกุญแจประตูหลังบ้านอย่างเงียบเชียบที่สุด บรรยากาศในบ้านเงียบสงัดผิดปกติ เขาถอดรองเท้าและย่องเบาเข้าไปในโถงทางเดิน มุ่งหน้าไปยังห้องนั่งเล่นที่แง้มประตูทิ้งไว้เล็กน้อย

เมื่อขยับเข้าไปใกล้ เสียงแก้วคริสตัลกระทบกันและเสียงหัวเราะคิกคักของผู้หญิงและผู้ชายก็แว่วออกมา กฤตขมวดคิ้วแน่น เขาค่อยๆ แอบมองผ่านรอยแยกของประตู และภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ก็ทำให้โลกทั้งใบของชายหนุ่มพังทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี!

บนโซฟาหนังหรูหรากลางห้องรับแขก ‘เซเลส’ หญิงสาวที่ดูเรียบร้อยและแสนดี กำลังนั่งจิบไวน์แดงอยู่ในอ้อมกอดของ ‘นพดล’ ทนายความประจำตระกูลและเพื่อนรักที่สุดในชีวิตของกฤต! ทั้งคู่นั่งกอดจูบกันอย่างดูดดื่มราวกับที่นี่คือรังรักของพวกเขา

บนโต๊ะกระจกตรงหน้า มีแก้วน้ำส้มสดของน้องพราววางอยู่ และข้างๆ กันนั้นคือ ‘ขวดยาขนาดเล็กบรรจุของเหลวสีใส’ ที่เซเลสเพิ่งจะหยดมันลงไปในแก้วน้ำผลไม้!

“ที่รัก… คุณแน่ใจนะว่ายาตัวนี้จะไม่ทิ้งร่องรอยไว้เวลาชันสูตร?” เสียงของนพดลเอ่ยถามขึ้นขณะลูบไล้เรือนผมของเซเลส

เซเลสหัวเราะเสียงแหลมปรี๊ด เป็นเสียงหัวเราะที่เยือกเย็นและเหี้ยมโหดที่สุดเท่าที่กฤตเคยได้ยิน “โธ่ นพคะ… คุณลืมไปแล้วเหรอว่าฉันเป็นพยาบาล ยาตัวนี้คือสารสกัดที่ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานหนักจนวายเฉียบพลัน มันสลายตัวไปในเลือดภายในสองชั่วโมง ไม่มีหมอหน้าไหนตรวจเจอหรอก… ขนาดนังพิม พี่สาวโง่ๆ ของฉัน มันแดกเข้าไปทุกวันจนหัวใจวายตาย ไอ้กฤตยังนึกว่าเป็นโรคเวรโรคกรรมเลย!”

คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของน้องเมีย ทำให้ขาทั้งสองข้างของกฤตอ่อนระทวย ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ น้ำตาลูกผู้ชายไหลทะลักออกมาจากดวงตาด้วยความเจ็บปวดที่แสนสาหัส… ภรรยาสุดที่รักของเขาไม่ได้ป่วยตาย แต่มันถูกฆาตกรรม! ถูกฆ่าโดยสายเลือดแท้ๆ ของเธอเอง และถูกสมรู้ร่วมคิดโดยเพื่อนที่เขารักและไว้ใจที่สุด!

“แล้วนังเด็กพราวล่ะ เมื่อไหร่มันจะตายๆ ไปสักที ฉันเบื่อที่จะต้องมานั่งหลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้แล้วนะ” นพดลจิบไวน์และบ่นอย่างหัวเสีย “ถ้าไอ้กฤตเซ็นมอบอำนาจพินัยกรรมให้คุณเป็นผู้ปกครองนังเด็กนั่นตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว เราก็เร่งยาให้มันแรงขึ้นเลยสิ”

“ใจเย็นสิคะที่รัก” เซเลสแสยะยิ้ม หยิบแก้วน้ำส้มที่ผสมยาพิษขึ้นมาแกว่งไปมา “คืนนี้แหละ ฉันเพิ่มโดสให้มันเป็นสามเท่า รับรองว่าคืนนี้หัวใจนังเด็กดื้อนี่จะต้องหยุดเต้นคาเตียงแน่นอน… พออีเด็กนี่ตาย มรดกหลายร้อยล้าน รวมทั้งเงินประกันชีวิตที่ไอ้กฤตทำไว้ให้ลูก ก็จะตกมาอยู่ในการดูแลของฉันในฐานะน้าสาว… ถึงตอนนั้น เราก็แค่สร้างสถานการณ์ให้ไอ้กฤตตรอมใจตายตามลูกเมียไปอีกคน ทีนี้คฤหาสน์หลังนี้และสมบัติทั้งหมดก็จะเป็นของเราอย่างสมบูรณ์แบบค่ะ!”

ความชั่วช้าเลวทรามที่เกินกว่ามนุษย์จะจินตนาการได้ ทำลายความอดทนสุดท้ายของกฤตจนหมดสิ้น! ความเสียใจแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง กฤตล้วงโทรศัพท์มือถือที่กดบันทึกเสียงและวิดีโอเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ตั้งแต่ต้น ส่งไฟล์หลักฐานทั้งหมดเข้าแอปพลิเคชันไลน์หาผู้กำกับตำรวจเพื่อนสนิทของเขาทันที พร้อมกับแชร์โลเคชั่น

จากนั้น… ชายหนุ่มก็เตะประตูห้องรับแขกให้เปิดอ้าออกอย่างแรงจนบานประตูกระแทกผนังเสียงดังสนั่น!

ปัง!!

“กรี๊ดดดด!!!”

เซเลสและนพดลสะดุ้งสุดตัว สปริงตัวลุกขึ้นจากโซฟาราวกับถูกไฟช็อต แก้วไวน์แดงร่วงหล่นแตกกระจายเต็มพื้น ใบหน้าของทั้งคู่ซีดเผือดเป็นไก่ต้มเมื่อเห็นกฤตยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า นัยน์ตาของชายหนุ่มวาวโรจน์ไปด้วยรังสีอำมหิตราวกับมัจจุราชที่เพิ่งก้าวขึ้นมาจากขุมนรก!

“ก… กฤต! ไอ้กฤต! มึงกลับมาได้ยังไง! มึงต้องอยู่บนเครื่องบินแล้วนี่!” นพดลละล่ำละลักชี้หน้าเพื่อนรัก เสียงสั่นจนแทบฟังไม่เป็นศัพท์

เซเลสหน้าถอดสี รีบเอาตัวบังขวดยาพิษไว้ด้านหลัง แกล้งปั้นหน้ายิ้มแห้งๆ “พ… พี่กฤตคะ คือ… ลืมของเหรอคะ เซเลสกับคุณนพดลกำลังคุยเรื่องเอกสารของบริษัทกันอยู่พอดีเลยค่ะ…”

“เอกสารเหรอ? เอกสารการฮุบสมบัติ หรือแผนการฆ่าลูกสาวกูคืนนี้ล่ะ!!”

กฤตคำรามลั่นคฤหาสน์ เขาพุ่งตัวเข้าไปด้วยความเร็วดั่งพายุ คว้าคอเสื้อของนพดลและซัดหมัดขวาเข้าที่ใบหน้าของเพื่อนทรยศอย่างสุดแรงเกิด! เปรี้ยง!! ร่างของทนายความหนุ่มกระเด็นลอยไปชนตู้โชว์กระจกจนแตกกระจาย เลือดกบปาก

“กรี๊ดดด! พี่กฤตอย่าทำอะไรคุณนพนะ!” เซเลสกรีดร้องพยายามจะเข้ามาห้าม แต่กฤตตวัดสายตาที่เย็นเยียบและน่าสะพรึงกลัวมองไปที่เธอ จนหญิงสาวต้องชะงักกึก ขาสั่นจนก้าวไม่ออก

“มึงฆ่าพิม… มึงฆ่าพี่สาวแท้ๆ ของมึงเองเพื่อเงิน! แล้วมึงยังคิดจะฆ่าลูกสาวกูอีก! พวกมึงมันไม่ใช่คน พวกมึงมันเป็นปีศาจ!!” กฤตตะคอกใส่หน้าเซเลส ร่างกายของเขาสั่นเทาด้วยความเจ็บปวดที่สูญเสียภรรยาไปอย่างไม่ยุติธรรม “กูบันทึกภาพและเสียงความระยำของพวกมึงไว้หมดแล้ว และตำรวจกำลังมาที่นี่ พวกมึงเตรียมตัวไปชดใช้กรรมในคุกจนตายได้เลย!”

นพดลที่ล้มอยู่บนพื้นรู้ตัวว่าหมดทางหนี มันชักมีดพับพกพาออกมาจากกระเป๋ากางเกง พุ่งเข้าใส่กฤตหมายจะแทงให้ตายเพื่อปิดปาก! “ถ้ากูต้องติดคุก มึงก็ต้องตายไปพร้อมกับกูนี่แหละไอ้กฤต!!”

แต่กฤตที่มีสติและพละกำลังเหนือกว่าจากความแค้นของคนเป็นพ่อ เขาเบี่ยงตัวหลบคมมีดได้อย่างหวุดหวิด จับแขนของนพดลบิดอย่างแรงจนกระดูกลั่นกร๊อบ มีดร่วงหล่นลงพื้น ก่อนที่กฤตจะเตะอัดเข้าที่ก้านคอของเพื่อนทรยศจนนพดลสลบเหมือดคาเท้า!

เซเลสเห็นดังนั้นก็สติแตก หญิงใจร้ายพยายามจะวิ่งหนีออกไปทางประตูหน้าบ้าน แต่เสียงไซเรนของรถตำรวจนับสิบตำรวจก็ดังระงมขึ้นรอบคฤหาสน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุธครบมือพังประตูเข้ามา ล็อกตัวเซเลสที่กำลังกรีดร้องดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง และใส่กุญแจมือจับกุมตัวนพดลที่นอนสลบอยู่บนพื้น

ท่ามกลางความวุ่นวายของการจับกุม กฤตไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป เขาวิ่งพรวดพราดขึ้นไปบนชั้นสอง มุ่งหน้าไปยังห้องนอนสีชมพูของลูกสาวสุดที่รัก

เมื่อเปิดประตูเข้าไป น้องพราวกำลังนั่งกอดตุ๊กตาหมีอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าที่หวาดกลัว เมื่อเห็นว่าเป็นพ่อของเธอ เด็กน้อยก็เบิกตากว้างและโผเข้าสู่อ้อมกอดของกฤตทันที

“คุณพ่อ! คุณพ่อไม่ได้ไปลอนดอนเหรอคะ!” น้องพราวร้องไห้โฮ ซุกหน้าลงกับอกอันอบอุ่นของพ่อ

กฤตสวมกอดลูกสาวไว้แน่นที่สุดเท่าที่ชีวิตของผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ น้ำตาแห่งความโล่งใจและรวดร้าวไหลรินอาบแก้ม เขาลูบผมเด็กน้อยและพรมจูบลงบนหน้าผากของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า “พ่อไม่ไปแล้วลูก… พ่อจะไม่ไปไหนอีกแล้ว พ่อจะอยู่ปกป้องหนูตลอดไป ขอบคุณนะลูก… ขอบคุณที่บอกพ่อ เสียงกระซิบของหนูช่วยชีวิตหนู และช่วยเปิดตาที่มืดบอดของพ่อ…”

โลกใบเก่าที่กฤตเคยเชื่อมั่น โลกที่มีภรรยาแสนดี เพื่อนที่ไว้ใจ และน้องเมียที่แสนประเสริฐ ได้แหลกสลายพังทลายลงไปจนหมดสิ้นในวันนี้ แต่อย่างน้อย ท่ามกลางซากปรักหักพังของการทรยศที่เจ็บปวดที่สุด เขาก็ยังเหลือสิ่งที่มีค่าและบริสุทธิ์ที่สุดในชีวิต… นั่นคือลมหายใจของลูกสาวตัวน้อย ที่เขาขอสาบานด้วยชีวิตว่าจะปกป้องดวงใจดวงนี้ไปจนลมหายใจสุดท้าย.

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!