News

วิวาห์ลวงโลก: เที่ยวบินยกเลิก หอบรักกลับมาเซอร์ไพรส์สามี…

แต่ต้องช็อกตาค้างเมื่อเปิดประตูบ้านแล้วพบว่า ‘เขากำลังสวมแหวนแต่งงานให้ผู้หญิงอื่น’ กลางห้องรับแขก!

พายุฝนโหมกระหน่ำอย่างหนักจนฟ้ามืดครึ้มไปทั่วบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ เสียงประกาศจากสายการบินดังขึ้นเพื่อแจ้งข่าวร้ายแก่มวลหมู่ผู้โดยสารว่า เที่ยวบินมุ่งหน้าสู่มหานครลอนดอนจำเป็นต้องถูกยกเลิกกะทันหันเนื่องจากสภาพอากาศที่เลวร้าย ท่ามกลางเสียงบ่นระงมของผู้คน มีเพียง ‘ชลลดา’ ซีอีโอสาววัยสามสิบสองปี ผู้ก่อตั้งบริษัทเครื่องสำอางแบรนด์ดัง ที่ลอบยิ้มออกมาบางๆ

การเดินทางไปเจรจาธุรกิจที่ลอนดอนครั้งนี้ตรงกับวันครบรอบแต่งงานปีที่ 5 ของเธอกับ ‘ภควัตร’ สามีสุดที่รักพอดี ชลลดารู้สึกผิดมาตลอดสัปดาห์ที่ต้องทิ้งให้สามีอยู่บ้านเพียงลำพังในวันสำคัญ เมื่อเที่ยวบินถูกยกเลิก เธอจึงถือโอกาสนี้เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ชลลดาแวะที่ดิวตี้ฟรี ซื้อนาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์ (Patek Philippe) รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันมูลค่าหลายล้านบาทที่ภควัตรบ่นอยากได้มานาน หวังจะนำกลับไปเซอร์ไพรส์เขาให้ถึงเตียงนอน

ตลอดเส้นทางบนรถแท็กซี่ที่แล่นฝ่าสายฝน ชลลดาเฝ้านึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของสามี ภควัตรเป็นผู้ชายที่แสนดีและเอาใจใส่ แม้เขาจะไม่ได้มีหน้าที่การงานที่มั่นคงนัก และเข้ามาช่วยงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบุคคลในบริษัทของเธอ แต่เขาก็ทำหน้าที่สามีได้อย่างไร้ที่ติ ชลลดาทำงานหนักสายตัวแทบขาดเพื่อสร้างคฤหาสน์หรูมูลค่ากว่าห้าสิบล้านบาทหลังนี้ เพื่อเป็นรังรักและรางวัลชีวิตให้กับครอบครัวเล็กๆ ของเธอ

เมื่อรถแท็กซี่แล่นมาจอดที่หน้าประตูรั้วคฤหาสน์หรูสไตล์ยุโรปของเธอ ชลลดาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ภายในรั้วบ้านที่ควรจะเงียบสงบ กลับมีรถยนต์ยุโรปราคาแพงจอดเรียงรายอยู่เกือบสิบคัน แสงไฟสว่างไสวลอดออกมาจากหน้าต่างบานใหญ่กระจกใส เสียงดนตรีบรรเลงเพลงคลาสสิกแว่วมาตามลม

“หรือว่าภควัตรจะแอบจัดปาร์ตี้เซอร์ไพรส์วันครบรอบให้เรา?” ชลลดาคิดในใจพร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างขึ้น เธอจ่ายเงินค่าโดยสาร คว้ากระเป๋าเดินทางใบเล็กและกล่องของขวัญ เดินย่องก้าวเข้าไปในบ้านอย่างเงียบกริบที่สุด หวังจะทำให้สามีตกใจ

ทว่า… ทันทีที่ชลลดาผลักบานประตูไม้สักแกะสลักคู่ใหญ่ออก รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็แข็งค้าง โลกทั้งใบที่เคยสดใสพังทลายลงมาตรงหน้าในเสี้ยววินาที!

สิ่งที่อยู่เบื้องหลังประตูบานนั้น ไม่ใช่ปาร์ตี้วันครบรอบแต่งงาน… แต่มันคือ ‘งานแต่งงาน’!

ห้องรับแขกที่เธอตกแต่งด้วยน้ำพักน้ำแรง ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานขนาดย่อม ซุ้มดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง แขกเหรื่อในชุดราตรีและสูทหรูหราประมาณสามสิบคนกำลังยืนถือแก้วแชมเปญด้วยรอยยิ้ม และที่ใจกลางซุ้มดอกไม้นั้น…

‘ภควัตร’ สามีของเธอในชุดทักซิโด้สีขาวสะอาดตา กำลังยืนกุมมือ ‘มาริสา’ เลขาสาวหน้าใสที่ชลลดาเพิ่งรับเข้ามาทำงานได้เพียงครึ่งปี มาริสาสวมชุดเจ้าสาวฟูฟ่องราคาแพง ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข เหนือศีรษะของทั้งคู่มีป้ายโฟมตัวอักษรสีทองสลักคำว่า ‘Phakawat & Marisa – A Love to Last a Lifetime’

และบุคคลที่ยืนยิ้มหน้าบานที่สุดอยู่ข้างๆ เจ้าบ่าว ก็คือ ‘คุณหญิงจงกล’ แม่สามีของชลลดา ผู้ซึ่งไม่เคยลงรอยกับเธอเลยตั้งแต่ด่านแรกของการแต่งงาน

บาทหลวงที่ยืนอยู่ตรงหน้ากำลังกล่าวประโยคศักดิ์สิทธิ์ “คุณภควัตร คุณจะรับคุณมาริสาเป็นภรรยา และจะรักและดูแลเธอตลอดไปหรือไม่…”

“รับค…”

ปัง!!

กระเป๋าเดินทางแบรนด์เนมในมือของชลลดาร่วงหล่นกระแทกพื้นหินอ่อนอย่างแรงจนเกิดเสียงดังก้องไปทั่วห้อง!

เสียงดนตรีคลาสสิกหยุดชะงัก แขกทุกคนหันขวับมามองที่ประตูเป็นตาเดียว และเมื่อบาทหลวงและคู่บ่าวสาวหันมาเห็นว่าใครยืนอยู่ตรงนั้น บรรยากาศแห่งความสุขก็ถูกแช่แข็งกลายเป็นความตื่นตระหนกขั้นสุด!

ใบหน้าของภควัตรซีดเผือดราวกับกระดาษ ดวงตาของเขาเบิกกว้างจนแทบถลนออกมานอกเบ้า “ช… ชล! ชลกลับมาได้ยังไง! ชลต้องบินไปลอนดอนไม่ใช่เหรอ!” เขาละล่ำละลัก เสียงสั่นจนฟังไม่เป็นศัพท์ ขณะที่มือของเขารีบสะบัดออกจากมือของมาริสาอย่างรวดเร็ว

มาริสาหน้าเสีย รีบถอยไปหลบหลังแม่ผัว ส่วนคุณหญิงจงกลถึงกับอ้าปากค้าง ขาทั้งสองข้างสั่นระริก

ชลลดายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ร่างกายของเธอชาหนึบตั้งแต่หัวจรดเท้า ความเจ็บปวดและความตกตะลึงพุ่งทะลุปรอทจนน้ำตาไหลไม่ออก เธอมองกวาดไปรอบๆ ห้องรับแขกของตนเอง มองเค้กแต่งงานห้าชั้นที่ตั้งอยู่บนโต๊ะกินข้าวของเธอ มองรูปพรีเวดดิ้งของสามีกับเลขาหน้าห้องที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางบ้าน นี่มันไม่ใช่แค่การแอบคบชู้ แต่มันคือการสวมเขาที่ไร้ยางอายที่สุดในประวัติศาสตร์! พวกเขาจัดงานแต่งงานซ้อนในบ้านของเธอ ในวันที่เธอต้องบินไปทำงานต่างประเทศ!

หญิงสาวก้าวเดินเข้าไปในบ้านอย่างช้าๆ เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังกึกก้องราวกับเสียงนับถอยหลังของระเบิดเวลา แขกเหรื่อที่เป็นญาติฝั่งสามีต่างพากันแหวกทางให้เธอด้วยความหวาดกลัว บางคนถึงกับก้มหน้าหลบสายตา

“อ๋อ… เที่ยวบินมันยกเลิกน่ะภควัตร” ชลลดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและราบเรียบอย่างน่าขนลุก “ชลตั้งใจจะเอาของขวัญวันครบรอบแต่งงานปีที่ 5 มาเซอร์ไพรส์คุณ… แต่ดูเหมือนว่าคุณจะเตรียม ‘เซอร์ไพรส์’ ที่ใหญ่กว่าไว้ต้อนรับชลซะอีกนะ”

“ชล… ชลฟังผมก่อนนะ มันไม่ใช่อย่างที่ชลคิด คือผม…” ภควัตรพยายามจะก้าวเข้ามาจับมือภรรยา แต่ชลลดาปัดมือเขาออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังเพี๊ยะ!

“อย่าเอาตัวสกปรกๆ ของคุณมาแตะต้องตัวฉัน!” ชลลดาตวาดลั่น นัยน์ตาของเธอวาวโรจน์ไปด้วยไฟแห่งความโกรธแค้น “แต่งงานใหม่กลางบ้านฉัน กับเลขาของฉัน! คุณทำเรื่องบัดซบขนาดนี้ได้ยังไงภควัตร!”

ในขณะที่ภควัตรกำลังจนมุม คุณหญิงจงกลที่ทนเห็นลูกชายถูกด่าไม่ได้ ก็ก้าวออกมาข้างหน้า เชิดหน้าขึ้นด้วยความเย่อหยิ่งและไร้ยางอาย “ก็ในเมื่อหล่อนเห็นแล้ว ฉันก็จะพูดตรงๆ เลยแล้วกันนะชลลดา! หล่อนมันบ้าแต่งาน วันๆ เอาแต่มุดหัวอยู่ในบริษัท ไม่มีเวลาดูแลผัว หน้าที่ภรรยาหล่อนก็บกพร่อง! ลูกชายฉันต้องการผู้หญิงที่อ่อนหวาน เอาอกเอาใจ และมาจากตระกูลผู้ดีอย่างหนูมาริสา! ในเมื่อหล่อนไม่มีปัญญาทำหน้าที่เมีย ก็หลีกทางให้คนที่เขาพร้อมซะเถอะ!”

มาริสาที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลัง แกล้งบีบน้ำตาและพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “พี่ชลคะ… ริสาขอโทษค่ะ ริสารักพี่ภคจริงๆ เราสองคนรักกันมาก พี่ชลหย่าให้พี่ภคเถอะนะคะ ถือว่าทำบุญให้ความรักของเราสองคนเถอะนะคะ”

คำพูดหน้าด้านๆ ของแม่ผัวและเมียน้อย ทำให้ความโกรธที่อัดอั้นอยู่ในใจของชลลดาระเบิดออก หญิงสาวเงยหน้าขึ้นและเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะของเธอทำให้ทุกคนในห้องขนลุกซู่

“ทำบุญงั้นเหรอ? ตระกูลผู้ดีงั้นเหรอ? ฮ่าๆๆ!” ชลลดาหยุดหัวใจ ก่อนจะจ้องมองไปที่ใบหน้าของคนทั้งสาม “คุณแม่คะ… ตระกูลผู้ดีที่ไหนเขามาแอบจัดงานแต่งงานเมียน้อยใน ‘บ้านของเมียหลวง’ กันคะ! แล้วที่บอกว่าฉันไม่มีปัญญาทำหน้าที่เมีย… ฉันขอถามหน่อยเถอะว่า ทุกวันนี้เงินที่พวกคุณกินใช้ เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่คุณแม่ใส่ นาฬิกาหรูที่ภควัตรสวม หรือแม้แต่ชุดทักซิโด้ที่ใส่อยู่ตอนนี้… มันมาจากเงินของใคร ถ้าไม่ใช่เงินของซีอีโอที่ทำงานงกๆ อย่างฉัน!!”

ภควัตรหน้าซีดเผือด “ชล… อย่าพูดแบบนี้ต่อหน้าแขกสิ ผมขอร้อง เราค่อยคุยกันดีๆ ได้ไหม”

“ฉันไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกับแมงดาอย่างคุณ!”

ชลลดาเดินตรงไปที่โต๊ะวางเค้กแต่งงานห้าชั้น เธอคว้าขวดไวน์แดงราคาแพงที่ตั้งอยู่ข้างๆ เปิดจุกออก แล้วสาดไวน์แดงสีเลือดนั้นรดลงไปบนเค้กแต่งงานสุดหรูจนมันเละเทะไม่เป็นท่า! ก่อนจะหันไปสาดไวน์ที่เหลือเข้าใส่ชุดเจ้าสาวสีขาวของมาริสาเต็มแรง!

“กรี๊ดดดด!! พี่ชล! ชุดของริสา!” มาริสากรีดร้องลั่น ร้องไห้โฮเมื่อชุดราตรีราคาแพงกลายเป็นคราบสีแดงด่างดวง

“นี่สำหรับความหน้าด้านของเธอ!” ชลลดาชี้หน้ามาริสา “เธอถูกไล่ออกจากบริษัทตั้งแต่วินาทีนี้! พรุ่งนี้เตรียมตัวรับหมายศาลฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานเป็นชู้กับสามีฉันได้เลย ฉันจะฟ้องจนเธอไม่มีแม้แต่กางเกงในจะใส่!”

จากนั้น ชลลดาหันขวับมาทางภควัตรและคุณหญิงจงกลที่กำลังยืนช็อก “ส่วนคุณ… ภควัตร คุณคิดว่าคุณจะเฉดหัวฉันทิ้งแล้วเสวยสุขในบ้านหลังนี้งั้นเหรอ? คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าโฉนดที่ดินบ้านหลังนี้ รถซูเปอร์คาร์ทุกคันที่จอดอยู่หน้าบ้าน หรือแม้แต่หุ้นทุกเปอร์เซ็นต์ในบริษัท… มันเป็นชื่อของฉัน ชลลดา เพียงผู้เดียว!! คุณมันก็แค่ปลิงที่เกาะฉันกินมาห้าปี!”

ชลลดาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดโทรออกหาหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน

“ฮัลโหล หัวหน้ายามคะ รบกวนส่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาที่คฤหาสน์ของฉันเดี๋ยวนี้เลยค่ะ มีพวก ‘ขยะ’ ลักลอบเข้ามาบุกรุกในบ้านฉัน ฉันต้องการให้กวาดต้อนพวกมันออกไปให้หมดภายในสิบนาที!”

“ชล! ชลจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ! นี่แม่ผม ญาติผมทั้งนั้นนะ!” ภควัตรหน้าตื่น พยายามจะเข้ามาแย่งโทรศัพท์ แต่ชลลดาก้าวถอยหลังและตวาดเสียงแข็ง

“ทำไมฉันจะทำไม่ได้! ในเมื่อพวกคุณกล้าเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันในบ้านของฉัน ฉันก็ไม่มีความจำเป็นต้องไว้หน้าใครทั้งนั้น! ภายในสิบนาทีนี้ ถ้าใครยังไม่ไสหัวออกไปจากบ้านของฉัน ฉันจะให้ตำรวจมาลากคอพวกคุณออกไปทีละคนข้อหาบุกรุก!”

คำประกาศิตของเจ้าของบ้านตัวจริง ทำให้แขกเหรื่อที่เป็นญาติฝั่งสามีต่างพากันหน้าถอดสี รีบวางแก้วแชมเปญและวิ่งกรูออกไปจากคฤหาสน์อย่างไม่คิดชีวิต ไม่มีใครอยากมีเรื่องกับซีอีโอสาวทรงอิทธิพลอย่างเธอ

คุณหญิงจงกลที่เคยปากเก่ง บัดนี้ร่างกายสั่นเทาด้วยความกลัวและความอับอายขายหน้า นางรีบคว้าแขนลูกชาย “ภค… ไปเถอะลูก… นังนี่มันบ้าไปแล้ว…”

“เก็บข้าวของของคุณและแม่ของคุณออกไปให้พ้นจากสายตาฉันเดี๋ยวนี้ ภควัตร… แล้วเตรียมตัวเซ็นใบหย่าซะ ฉันจะไม่แบ่งสมบัติให้คุณเลยแม้แต่สตางค์แดงเดียว!” ชลลดาชี้มือไปที่ประตูบ้านอย่างเด็ดขาด

ภควัตรมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจและเสียดายอย่างสุดซึ้ง เขาเพิ่งรู้ตัวว่าเขาได้สูญเสียขุมทรัพย์และผู้หญิงที่รักเขามากที่สุดไปแล้วเพียงเพราะความมักมากของตัวเอง เขาจำใจต้องลากแขนมาริสาที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายและประคองแม่ของเขา เดินก้มหน้าออกไปจากคฤหาสน์ท่ามกลางพายุฝนที่ยังคงโหมกระหน่ำอยู่ภายนอก รถยุโรปที่พวกเขาขับมาถูกรปภ. บล็อกไว้ ไม่ให้เอารถที่เป็นชื่อของชลลดาออกไปได้แม้แต่คันเดียว พวกเขาต้องเดินตากฝนออกไปที่หน้าหมู่บ้านอย่างเวทนา

เมื่อประตูไม้สักบานใหญ่ปิดลง ความเงียบก็กลับมาครอบงำคฤหาสน์หลังงามอีกครั้ง ซากเค้กแต่งงานที่เละเทะและดอกไม้ที่ร่วงหล่นเป็นเพียงร่องรอยแห่งความทรยศ

ชลลดาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้ ปล่อยให้น้ำตาแห่งความเสียใจไหลรินออกมาเงียบๆ เธอร้องไห้ให้กับความโง่เขลาของตัวเองที่ไว้ใจคนผิดมาตลอดห้าปี แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจของเธอกลับรู้สึก ‘โล่ง’ อย่างประหลาด โล่งที่ได้เห็นธาตุแท้ของคนพวกนี้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

หญิงสาวปาดน้ำตาออกจากแก้ม ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม เธอหยิบกล่องนาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์ที่ตั้งใจจะให้สามีขึ้นมามอง ก่อนจะยิ้มมุมปาก

“นาฬิกาเรือนนี้… เอาไปประมูลขายบริจาคการกุศลน่าจะมีค่ามากกว่าเอาไปใส่ข้อมือของคนทรยศ”

ชลลดาเชิดหน้าขึ้น สูงศักดิ์และเข้มแข็งดั่งพญาหงส์ วันนี้เธออาจจะสูญเสียความรักจอมปลอมไป… แต่เธอได้ชีวิต ศักดิ์ศรี และอาณาจักรของเธอกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์ และพร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปด้วยความสง่างามโดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ชายสารเลวคนนั้นอีกต่อไป!

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!