หน้ากากสามีผู้แสนดี: เมื่อเขาคิดว่าฉันโง่ภาษาอังกฤษ

เลยกล้าพลอดรักกับเมียน้อยต่อหน้า… แต่เขาหารู้ไม่ว่า ฉันฟังออกทุกคำและเตรียมแผนเชือดให้กระอักเลือด!
คฤหาสน์หรูหราใจกลางเมืองหลวงคือสถานที่ที่ผู้หญิงหลายคนใฝ่ฝันอยากจะเข้ามาเป็นนายหญิง แต่สำหรับฉัน ‘พราว’ มันเปรียบเสมือนกรงทองที่ซ่อนความเน่าเฟะเอาไว้เบื้องหลังความสวยงาม ฉันแต่งงานกับ ‘ภควัต’ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้มีภาพลักษณ์เป็นสามีที่แสนดีและรักครอบครัวมาได้ห้าปีเต็ม ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันสวมบทบาทเป็นภรรยาที่เรียบร้อย อ่อนหวาน คอยปรนนิบัติดูแลเขาและจัดการงานบ้านทุกอย่างโดยไม่เคยปริปากบ่น ในสายตาของภควัตและเพื่อนฝูงของเขา ฉันคือผู้หญิงธรรมดาๆ จากต่างจังหวัดที่โชคดีได้หนูตกถังข้าวสาร เป็นภรรยาที่แสนซื่อ หัวอ่อน และที่สำคัญ… เขาคิดว่าฉัน ‘โง่ภาษาอังกฤษ’ อย่างถึงที่สุด
เหตุผลที่เขาคิดเช่นนั้น เพราะฉันมักจะทำหน้างงงวยเสมอเวลาที่เขาพาเพื่อนชาวต่างชาติมาที่บ้าน หรือเวลาที่เขาดูข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ ฉันมักจะพูดด้วยรอยยิ้มซื่อๆ ว่า “พราวเรียนมาน้อย ฟังไม่ออกหรอกค่ะ ภควัตแปลให้พราวฟังหน่อยสิคะ” เขาจะลูบหัวฉันด้วยความเอ็นดูปนสมเพช แล้วอธิบายด้วยคำพูดง่ายๆ เสมอ ทว่าสิ่งที่เขาไม่เคยรู้เลยก็คือ ฉันไม่ได้โง่ และฉันไม่ได้มาจากครอบครัวยากจนอย่างที่เขาเข้าใจ แท้จริงแล้วฉันคืออดีตนักเรียนทุนเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง สาขาวรรณคดีอังกฤษและกฎหมายระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยชั้นนำในกรุงลอนดอน! ฉันเพียงแค่เลือกที่จะทิ้งชีวิตวุ่นวายเพื่อมาเป็นแม่บ้านที่แสนธรรมดา เพราะหลงรักในความ ‘แสนดี’ จอมปลอมของเขา
จนกระทั่งวันหนึ่ง ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้พรมก็ถูกเปิดเผยอย่างน่าสยดสยอง
เย็นวันนั้น ภควัตพา ‘ซินดี้’ เลขาสาวคนใหม่ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน เข้ามาที่บ้าน เขาอ้างว่าต้องคุยโปรเจกต์ด่วนกับนักลงทุนต่างชาติ ซินดี้เป็นผู้หญิงที่สวย เฉี่ยว และเปรี้ยวเข็ดฟัน เธอสวมเดรสสีแดงรัดรูปที่สั้นจนแทบจะปิดอะไรไม่มิด แววตาที่เธอมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าเต็มไปด้วยความเหยียดหยามราวกับฉันเป็นเพียงฝุ่นผงใต้รองเท้าส้นเข็มของเธอ
“พราว ไปชงชาเอิร์ลเกรย์กับหยิบมาการองมาให้คุณซินดี้หน่อยนะ แล้วก็ไม่ต้องเข้ามาในห้องนั่งเล่นอีกถ้าฉันไม่เรียก เราต้องใช้สมาธิ” ภควัตออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ฉันรับคำด้วยรอยยิ้ม ซ่อนความรู้สึกแปลกๆ ไว้ในใจ และเดินเข้าไปในครัว แต่เมื่อฉันยกถาดชาและขนมกลับออกมาที่ห้องนั่งเล่น ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำเอาหัวใจของฉันกระตุกวูบ ซินดี้ไม่ได้นั่งอยู่ที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แต่เธอกำลังนั่งเบียดเสียดอยู่บนโซฟาตัวเดียวกับสามีของฉัน มือของเธอวางลูบไล้ต้นขาของเขาอย่างโจ่งแจ้ง
ฉันสูดลมหายใจลึก ปั้นหน้ายิ้มซื่อๆ แล้ววางถาดชาลงบนโต๊ะกระจก “ชาได้แล้วค่ะ”
วินาทีนั้นเอง ภควัตก็หันไปหาซินดี้ แล้วเริ่มบทสนทนาเป็น ‘ภาษาอังกฤษ’ ด้วยสำเนียงที่เขาคิดว่าคนอย่างฉันไม่มีวันฟังออก
“God, she is so annoying. She looks like a pathetic maid, doesn’t she?” (ให้ตายสิ น่ารำคาญจริงๆ ดูเหมือนสาวใช้โง่ๆ เลยว่าไหม?) ภควัตพูดพลางกลอกตา
ซินดี้หัวเราะคิกคัก ยื่นมือไปบีบจมูกเขาเบาๆ “You are too cruel, babe. But seriously, how long do I have to wait? I hate seeing her in our house.” (คุณนี่ใจร้ายจังที่รัก แต่เอาจริงนะ ฉันต้องรออีกนานแค่ไหน ฉันเกลียดที่ต้องเห็นหล่อนในบ้านของเรา)
ฉันยืนนิ่ง รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้า แต่ภายในใจมันแหลกสลายและด้านชาไปในเสี้ยววินาที ทุกประโยค ทุกคำศัพท์ ทุกสำเนียงที่พวกเขากำลังพลอดรักและด่าทอฉัน มันพุ่งทะลุเข้าโสตประสาทของฉันอย่างชัดเจนยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่า
ภควัตเอื้อมมือไปโอบเอวซินดี้ ดึงเธอเข้ามาจูบที่ซอกคอต่อหน้าต่อตาฉันที่ยืนถือถาดว่างเปล่าอยู่ “Just a little longer, sweetheart. The offshore accounts are almost set up. I’m transferring the company’s assets to the shell company in the Caymans under your name. Once the Phuket villa is completely transferred to you next month, I’ll force her to sign the divorce papers. She’s too dumb to understand anything about the prenup anyway. I’ll kick her out with absolutely nothing.” (รออีกนิดเดียวนะที่รัก บัญชีต่างประเทศใกล้จะเรียบร้อยแล้ว ฉันกำลังย้ายทรัพย์สินบริษัทไปที่บริษัททิพย์ในเคย์แมนที่เป็นชื่อคุณ พอวิลล่าที่ภูเก็ตโอนเป็นชื่อคุณเสร็จในเดือนหน้า ฉันจะบังคับให้หล่อนเซ็นใบหย่า หล่อนโง่เกินกว่าจะเข้าใจเรื่องสัญญาก่อนแต่งงานอยู่แล้ว ฉันจะเตะหล่อนออกจากบ้านโดยไม่ให้เหลืออะไรเลย)
ซินดี้กรี๊ดเบาๆ ด้วยความดีใจ “Oh, I can’t wait! She’s just a useless local girl, she won’t even know what hit her.” (โอ๊ย ฉันรอไม่ไหวแล้ว หล่อนมันก็แค่นังบ้านนอกไร้ประโยชน์ หล่อนไม่มีทางรู้ตัวด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น)
ทั้งสองคนจูบกันอย่างดูดดื่ม ก่อนที่ภควัตจะหันมามองฉันที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ เขาปรับสีหน้ากลับมาเป็นสามีผู้เคร่งขรึม แล้วพูดภาษาไทยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ยืนบื้ออยู่ทำไมพราว! ชงชาเสร็จแล้วก็ไปหลังบ้านสิ ไปซักผ้าหรือทำอะไรก็ไป ฉันจะคุยงาน!”
“อ้อ… ค่ะๆ พราวขอโทษค่ะที่เสียมารยาท คุยงานกันตามสบายนะคะ” ฉันค้อมหัวลงเล็กน้อย ทำหน้าซื่อตาใสราวกับคนโง่เขลา ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในครัว
ทันทีที่พ้นสายตาของคนสารเลวทั้งสอง รอยยิ้มซื่อๆ บนใบหน้าของฉันก็จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาที่เย็นเยียบและคมกริบราวกับมัจจุราช ฉันไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย ไม่ได้ทรุดตัวลงกับพื้นเพื่อคร่ำครวญถึงความรักที่ถูกหักหลัง เพราะน้ำตามันไม่มีค่าพอสำหรับคนอย่างภควัต สิ่งเดียวที่ผุดขึ้นในหัวของฉันตอนนี้คือ… ‘การเอาคืนให้สาสมที่สุด’
ในเมื่อพวกมันคิดว่าฉันฟังไม่ออก ฉันก็จะใช้ ‘ความโง่’ ที่พวกมันยัดเยียดให้นี่แหละ เป็นอาวุธสังหาร!
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ฉันแสร้งทำเป็นแม่บ้านที่แสนดีและโง่เขลาหนักกว่าเดิม ฉันมักจะเอาขนมไปเสิร์ฟพวกมันบ่อยๆ เพื่อแอบฟังแผนการทั้งหมด ฉันแอบติดตั้งเครื่องดักฟังขนาดจิ๋วไว้ใต้โซฟาตัวโปรดของพวกมัน และแอบติดกล้องรูเข็มไว้ที่ชั้นหนังสือ ภควัตและซินดี้ชะล่าใจอย่างหนัก พวกมันกล้าพลอดรักและคุยเรื่องการยักยอกเงินบริษัทต่อหน้าฉันแทบทุกวัน โดยไม่รู้เลยว่าฉันกำลังรวบรวมหลักฐานระดับมาสเตอร์พีซ ทั้งรายชื่อบริษัททิพย์ในเกาะเคย์แมน หมายเลขบัญชีลับ และเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์วิลล่าหรูที่ภูเก็ต
ฉันรื้อฟื้นคอนเนกชันเก่าๆ ติดต่อหาเพื่อนสนิทสมัยเรียนลอนดอนที่ตอนนี้กลายเป็นทนายความมือฉมังระดับประเทศและผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ฉันส่งหลักฐานทั้งหมดให้พวกเขาจัดการอย่างเงียบเชียบที่สุด ภควัตคิดว่าตัวเองฉลาดที่วางแผนฮุบสมบัติ แต่เขาคงลืมไปว่า เงินทุนก้อนแรกที่เขานำมาตั้งบริษัทเมื่อห้าปีก่อน… มันคือเงินจาก ‘ครอบครัวของฉัน’ ที่ฉันแอบให้เขาผ่านทางนักลงทุนนิรนาม! และในสัญญาก่อตั้งบริษัท มีเงื่อนไขข้อหนึ่งที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียนว่า หากผู้บริหารมีพฤติกรรมทุจริต ทรัพย์สินทั้งหมดจะถูกโอนกลับคืนสู่ผู้ลงทุนหลักทันที
เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม… วันแห่งการเชือดนิ่มๆ ก็มาถึง
วันนี้คืองานกาล่าดินเนอร์ฉลองครบรอบห้าปีของบริษัทภควัต งานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในโรงแรมห้าดาว แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนมาร่วมงานกันคับคั่ง ภควัตอยู่ในชุดสูททักซิโด้สุดเนี้ยบ ควงคู่มากับซินดี้ที่สวมชุดราตรีหรูหราออกหน้าออกตา ส่วนฉัน… ภควัตสั่งให้ฉันใส่ชุดเดรสเรียบๆ สีจืดชืด และให้นั่งหลบมุมอยู่ที่โต๊ะด้านหลังสุดเพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดตา เขาเดินเข้ามาหาฉันก่อนงานเริ่มและกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“คืนนี้ฉันจะประกาศโปรเจกต์สำคัญที่ภูเก็ต งานจบเมื่อไหร่ เรามีเรื่องต้องคุยกันที่บ้าน… เตรียมตัวเซ็นเอกสารซะ ฉันเบื่อชีวิตที่ต้องทนอยู่กับคนจืดชืดแบบเธอเต็มทีแล้ว”
ฉันช้อนตาขึ้นมองเขา ส่งยิ้มอ่อนหวานที่สุดเท่าที่เคยยิ้มมา “ได้ค่ะภควัต พราวจะรอ… แต่รับรองว่าคืนนี้ พราวจะมีเซอร์ไพรส์ให้คุณประทับใจจนลืมไม่ลงเลยล่ะค่ะ”
ภควัตขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรำคาญ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินขึ้นเวทีไปพร้อมกับซินดี้
เมื่อแสงไฟในฮอลล์หรี่ลง ภควัตคว้าไมโครโฟนและเริ่มกล่าวสุนทรพจน์โอ้อวดความสำเร็จของบริษัท เขาพูดภาษาอังกฤษสลับไทยเพื่อแสดงความเหนือชั้นทางสติปัญญา แขกในงานต่างปรบมือชื่นชม จนกระทั่งเขาพูดถึงจุดไคลแมกซ์…
“And now, for our biggest project yet. We are launching a luxury villa estate in Phuket, overseen by my brilliant executive partner… Miss Cindy!” (และตอนนี้ สำหรับโปรเจกต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา เรากำลังจะเปิดตัวโครงการวิลล่าหรูที่ภูเก็ต ภายใต้การดูแลของพาร์ตเนอร์ผู้บริหารคนเก่งของผม… คุณซินดี้!)
ซินดี้เดินนวยนาดเข้ามารับช่อดอกไม้กลางเวที แขกทุกคนกำลังจะปรบมือ… ทว่า…
หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดยักษ์ด้านหลังเวทีที่ควรจะฉายภาพพรีเซนเทชัน กลับตัดพรึบกลายเป็นจอสีดำ! ก่อนที่ภาพวิดีโอระดับความคมชัด 4K จะปรากฏขึ้น พร้อมกับเสียงสนทนาที่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งฮอลล์!
“I’m transferring the company’s assets to the shell company in the Caymans under your name… I’ll force her to sign the divorce papers… I’ll kick her out with absolutely nothing.”
ภาพบนจอคือภาพของภควัตที่กำลังนัวเนียลูบคลำซินดี้อยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น พร้อมกับบทสนทนาภาษาอังกฤษที่วางแผนยักยอกเงินบริษัทและปอกลอกภรรยาอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ ภาพและเสียงนั้นคมชัดจนแขกในงานนับร้อยคนอ้าปากค้าง สื่อมวลชนรัวชัตเตอร์และอัดวิดีโอกันอย่างบ้าคลั่ง!
“เฮ้ย!! ใครเปิดวิดีโอบ้าพวกนี้! ปิดเดี๋ยวนี้! ปิดเครื่องเดี๋ยวนี้นะโว้ย!” ภควัตหน้าซีดเผือดราวกับศพ เขาแหกปากตะโกนลั่นเวที มือไม้สั่นพั่บๆ ส่วนซินดี้ก็ช็อกจนทำช่อดอกไม้ร่วงหล่นลงพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“ปิดไม่ได้หรอกค่ะภควัต… เพราะคนควบคุมระบบทั้งหมดในงานนี้ คือคนของฉันเอง”
เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจดังกังวานขึ้นจากด้านหลังฮอลล์ สปอตไลต์ทุกดวงสาดส่องมาที่ฉัน
ฉันลุกขึ้นยืนช้าๆ ปลดเสื้อคลุมสีจืดชืดที่สวมทับอยู่ออก เผยให้เห็นชุดราตรีผ้าไหมสีแดงเพลิงที่เว้าหลังลึกสุดเซ็กซี่ เผยเรือนร่างสง่างามที่ถูกซ่อนไว้มาตลอดห้าปี ฉันก้าวเดินผ่ากลางวงล้อมของแขกเหรื่อตรงไปยังเวทีด้วยท่วงท่าที่มั่นใจและหยิ่งผยอง ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่ทำให้ทุกคนต้องหลีกทางให้
ภควัตมองฉันตาถลน “พ… พราว! นี่เธอทำบ้าอะไร! เธอฟังภาษาอังกฤษไม่ออกไม่ใช่เหรอ!”
ฉันเดินขึ้นไปบนเวที คว้าไมโครโฟนมาจากมือของเขาที่กำลังสั่นเทา ก่อนจะฉีกยิ้มที่เย็นเยียบไปถึงขั้วหัวใจ แล้วเปล่งเสียงออกมาเป็น ‘ภาษาอังกฤษสำเนียงบริติชชั้นสูง’ ที่ไร้ที่ติ
“Did you really think I was that stupid, Pakpoom? You thought I was just a naive, uneducated girl who couldn’t understand your pathetic little whispers? Let me enlighten you. I hold a First-Class Honors degree in International Law from London. I understood every single word. Every lie. Every dirty plan you hatched in front of my face!” (คุณคิดว่าฉันโง่ขนาดนั้นจริงๆ เหรอภควัต? คุณคิดว่าฉันเป็นแค่นังผู้หญิงซื่อบื้อไร้การศึกษาที่ฟังเสียงกระซิบกระซาบโง่ๆ ของคุณไม่ออกงั้นสิ? งั้นฉันจะเบิกเนตรให้คุณรู้ไว้นะ ฉันเรียนจบเกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้านกฎหมายระหว่างประเทศจากลอนดอน ฉันฟังออกทุกคำ ทุกคำโกหก ทุกแผนการสกปรกที่คุณฟักมันขึ้นมาต่อหน้าต่อตาฉัน!)
ประโยคนั้นเปรียบเสมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางแสกหน้าภควัต เขาเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นเวที ร่างกายของเขาสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัวและอับอายขั้นสุด ซินดี้พยายามจะวิ่งหนีลงจากเวที แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเศรษฐกิจที่ฉันประสานงานไว้เดินเข้ามาดักหน้าและโชว์หมายจับ
“และสำหรับเรื่องโปรเจกต์ภูเก็ต…” ฉันหันไปมองแขกในงานและสื่อมวลชน เปลี่ยนกลับมาพูดภาษาไทยด้วยน้ำเสียงทรงพลัง “ฉันต้องขอแจ้งให้ทุกคนทราบว่า บริษัทนี้ แท้จริงแล้วก่อตั้งด้วยเงินทุนจากตระกูลของฉัน และเนื่องจากนายภควัตมีพฤติกรรมยักยอกทรัพย์สินและฉ้อโกงบริษัทเข้าข่ายอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ตามสัญญาก่อตั้งบริษัท หุ้นและอำนาจการบริหารทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ ได้ถูกโอนกลับมาเป็นชื่อของฉันอย่างสมบูรณ์แบบตั้งแต่เมื่อบ่ายวันนี้แล้วค่ะ!”
“ไม่จริง… ม… ไม่จริงใช่ไหมพราว! เธอทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ ฉันเป็นสามีเธอนะ!” ภควัตคลานเข่าเข้ามากอดขาฉัน น้ำตานองหน้าด้วยความสมเพช แววตาของคนที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้กลายเป็นเพียงหมาจนตรอก
ฉันก้มลงมองเขา ใช้ปลายรองเท้าส้นเข็มเขี่ยมือสกปรกของเขาออกจากขาอย่างรังเกียจ
“คุณไม่ใช่สามีฉันอีกต่อไปแล้วภควัต… อ้อ แล้วบริษัททิพย์ที่เกาะเคย์แมนที่คุณภูมิใจนักหนา ฉันให้ทนายของฉันอายัดและดึงเงินทั้งหมดกลับเข้าบัญชีหลักเรียบร้อยแล้ว ส่วนใบหย่า… ฉันเตรียมมาให้คุณเซ็นเรียบร้อยแล้ว เซ็นซะ แล้วไสหัวออกไปจากชีวิตฉัน ตัวเปล่าๆ เหมือนตอนที่คุณคลานเข้ามาเกาะฉันกิน!”
เสียงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปสว่างวาบไปทั่วทั้งงาน ภควัตและซินดี้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใส่กุญแจมือข้อหาฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ ลากตัวลงจากเวทีท่ามกลางเสียงโห่ร้องด่าทอจากแขกในงาน พวกเขาสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งเงินทอง ชื่อเสียง และอิสรภาพ กลายเป็นเพียงนักโทษคดีเศรษฐกิจที่ต้องไปใช้กรรมในคุก
ฉันยืนมองภาพความพินาศของพวกเขาทั้งสองด้วยรอยยิ้มที่งดงามที่สุด โยนหน้ากากภรรยาผู้แสนดีทิ้งไปตลอดกาล การแก้แค้นที่เจ็บปวดที่สุดไม่ใช่การโวยวายตบตี แต่คือการทำให้คนที่คิดว่าตัวเองฉลาดเหนือใคร… ต้องล่มสลายลงด้วยความโง่เขลาของตัวมันเอง.



