News

เสียงหอนสะท้านวิญญาณ: เมื่อสุนัขตำรวจ K9 ไม่ยอมห่างโลงศพเจ้านาย…

สู่การเปิดฝาโลงที่กระชากหน้ากากฆาตกรในเครื่องแบบ!

สายฝนเดือนตุลาคมเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา บรรยากาศภายในศาลาวัดใหญ่ใจกลางเมืองเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและเงียบงัน มีเพียงเสียงหยาดฝนที่กระทบหลังคาสังกะสีและเสียงสะอื้นไห้เบาๆ ของเหล่าญาติมิตร วันนี้คือวันพระราชทานเพลิงศพของ ‘ผู้กองเมฆ’ นายตำรวจหนุ่มตงฉินแห่งหน่วยปราบปรามยาเสพติด ผู้เป็นดั่งหอกข้างแคร่ของเหล่าอาชญากร เขาเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในโกดังร้าง โดยรูปคดีสรุปว่าถูกแก๊งค้ายาข้ามชาติซุ่มยิงจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

หน้าโลงศพไม้สักทองที่ประดับประดาด้วยดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์และพวงหรีดจากบุคคลสำคัญระดับประเทศ มีร่างของสุนัขตำรวจสายพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดตัวใหญ่ชื่อ ‘ธันเดอร์’ หมอบนิ่งอยู่ไม่ยอมขยับไปไหน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของมันเบิกโพลงแต่แฝงไปด้วยความร้าวราน จมูกของมันแนบชิดกับฐานตั้งโลงศพราวกับกำลังซึมซับกลิ่นไอสุดท้ายของเจ้านายผู้เป็นที่รัก ธันเดอร์ไม่ใช่แค่สุนัขตำรวจ K9 ธรรมดา แต่มันคือคู่หูที่ผ่านความเป็นความตายร่วมกับผู้กองเมฆมานับครั้งไม่ถ้วน

‘น้ำฝน’ น้องสาวคนเดียวของผู้กองเมฆซึ่งทำงานเป็นแพทย์นิติเวช นั่งซับน้ำตาอยู่แถวหน้าสุด เธอพยายามเข้าไปลูบหัวและดึงสายจูงธันเดอร์ให้ออกมาพักกินน้ำ แต่มันกลับขืนตัวไว้แน่น และส่งเสียงครางหงิงๆ ในลำคออย่างน่าเวทนา

“โธ่… ธันเดอร์ คงจะคิดถึงผู้กองมากสินะ” แขกเหรื่อในงานต่างพากันกระซิบกระซาบด้วยความสงสาร

ในขณะเดียวกัน ‘พันตำรวจเอก ยศ’ รองผู้บังคับการหน่วยปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นหัวหน้าสายตรงของผู้กองเมฆ กำลังเดินทักทายแขกผู้ใหญ่ด้วยสีหน้าเศร้าหมองจอมปลอม เขาสวมชุดเครื่องแบบเต็มยศ ประดับเหรียญตรามากมาย ยศก้าวขึ้นไปยืนหน้าไมโครโฟนเพื่อกล่าวคำไว้อาลัยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

“การจากไปของผู้กองเมฆ คือความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของกรมตำรวจ เขาคือวีรบุรุษที่ต่อสู้กับพวกค้ายาจนตัวตาย ผมในฐานะผู้บังคับบัญชา รู้สึกปวดร้าวอย่างยิ่งที่ไม่อาจปกป้องลูกน้องคนสนิทไว้ได้… ขอให้วิญญาณของเมฆไปสู่สุคติเถิด”

คำพูดที่ฟังดูสวยหรูนั้นเรียกน้ำตาจากผู้ร่วมงานได้มากมาย แต่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ภายใต้หน้ากากของนายตำรวจผู้รักลูกน้อง พันตำรวจเอกยศผู้นี้แหละคือ ‘หนอนบ่อนไส้’ ตัวการใหญ่ที่คอยส่งข่าวให้แก๊งค้ายา และเป็นคนที่ลั่นไกปืนจ่อกระสุนเจาะขมับผู้กองเมฆด้วยมือของเขาเอง! สาเหตุเพียงเพราะเมฆสืบรู้ความลับและกำลังจะนำหลักฐานแบล็คเมล์ทั้งหมดไปมอบให้ผู้บัญชาการระดับสูง ยศจึงต้องจัดฉากฆ่าปิดปาก และรีบรวบรัดให้มีการเผาศพโดยเร็วที่สุดเพื่อทำลายหลักฐานทุกอย่างให้กลายเป็นเถ้าถ่าน

เวลา 16.00 น. ถึงเวลาเคลื่อนย้ายโลงศพขึ้นสู่เมรุ ทว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสี่นายเดินเข้าไปเพื่อจะยกโลงศพ ธันเดอร์ที่หมอบนิ่งมาตลอดทั้งวันกลับผุดลุกขึ้นยืน มันกระชากสายจูงจากมือน้ำฝนจนหลุด ก่อนจะกระโจนขึ้นไปตะกุยฝาโลงศพอย่างบ้าคลั่ง!

“บรู๊วววววววววววว!!”

เสียงหอนของธันเดอร์ดังแหวกอากาศที่หนาวเย็น เป็นเสียงหอนที่ยาวนาน โหยหวน และเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวราวกับวิญญาณที่กำลังแตกสลาย เสียงนั้นเสียดแทงเข้าไปถึงขั้วหัวใจของทุกคนในศาลา แขกผู้มีเกียรติต่างขนลุกซู่โดยไม่ได้นัดหมาย

“เฮ้ย! จับมันไว้! หมามันคลั่งแล้ว!” ยศตวาดลั่น สีหน้าเริ่มถอดสีเมื่อเห็นธันเดอร์ใช้กรงเล็บตะกุยฝาโลงบริเวณหน้าอกของผู้กองเมฆอย่างรุนแรงจนเนื้อไม้สักเป็นรอยขูดขีด

เจ้าหน้าที่สองคนพยายามจะเข้าไปดึงปลอกคอธันเดอร์ แต่มันกลับหันมาแยกเขี้ยวคำรามเสียงขู่กรรโชกอย่างดุร้าย ซึ่งเป็นท่าทีที่มันไม่เคยทำกับตำรวจด้วยกันมาก่อน จากนั้นมันก็หันกลับไปดมฟุดฟิดที่รอยแยกของฝาโลง และเริ่มเห่ากรรโชกเสียงดังสลับกับเสียงคราง

“โฮ่ง! โฮ่ง! แฮ่….”

น้ำฝนที่ทำงานนิติเวชและคลุกคลีกับสุนัขดมกลิ่นมานาน เบิกตากว้าง ท่าทางของธันเดอร์ตอนนี้ไม่ใช่แค่อาการของสุนัขที่อาลัยเจ้านาย แต่มันคือสัญลักษณ์ทางการฝึกของ K9… ‘มันกำลังชี้เป้าหลักฐาน!’

“เดี๋ยวก่อนค่ะ! อย่าเพิ่งขยับโลง!” น้ำฝนตะโกนพร้อมกับวิ่งเข้าไปขวางหน้าเจ้าหน้าที่ “ธันเดอร์ไม่ได้บ้า แต่มันกำลังบอกเราว่ามีบางอย่างผิดปกติอยู่ในโลงศพพี่เมฆ!”

“เหลวไหลน่าหมอน้ำฝน!” ยศรีบก้าวเข้ามากระชากแขนน้ำฝนด้วยความร้อนรน แววตาของเขาฉายความอำมหิตออกมาแวบหนึ่ง “นี่มันได้เวลาพระราชทานเพลิงแล้ว จะมาเสียเวลากับหมาเสียสติได้ยังไง รปภ.! ลากไอ้หมาตัวนี้ไปขังเดี๋ยวนี้ ถ้าขัดขืนก็ยิงยาสลบมันซะ!”

“ใครกล้าแตะต้องธันเดอร์ ฉันจะฟ้องศาล!” น้ำฝนตวาดกลับ เธอหันไปมองท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่มาร่วมงานด้วย “ท่านคะ! ธันเดอร์เป็นสุนัขดมกลิ่นที่ถูกฝึกมาเป็นพิเศษเพื่อตรวจหาคราบดินปืนและสารเคมีเฉพาะทาง ตอนที่ชันสูตรศพพี่เมฆ ทางโรงพยาบาลถูกสั่งให้ทำอย่างเร่งรีบจนผิดสังเกต และตอนนี้ธันเดอร์กำลังส่งสัญญาณยืนยัน ขอความกรุณาท่านสั่งเปิดฝาโลงเถอะค่ะ!”

บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด ยศเหงื่อแตกพลั่ก เขาชักปืนพกประจำกายออกมาครึ่งหนึ่ง “นี่เป็นการหมิ่นเกียรติคนตาย! ผมไม่อนุญาต!”

“เก็บปืนของคุณซะ ผู้กำกับยศ” น้ำเสียงทรงอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติดังขึ้น ท่านเดินแหวกฝูงชนเข้ามาจ้องหน้ายศ “ในเมื่อมีข้อสงสัย และหมาตัวนี้ก็เป็นถึงเจ้าหน้าที่ K9 ระดับเหรียญกล้าหาญ… เปิดฝาโลงเดี๋ยวนี้!”

สิ้นคำสั่งเด็ดขาด เจ้าหน้าที่สัปเหร่อและตำรวจก็นำชะแลงมางัดตะปูที่ตอกปิดฝาโลงออก ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นระทึกของคนทั้งงาน ยศหน้าซีดเป็นไก่ต้ม พยายามก้าวถอยหลังทีละก้าวเพื่อหาทางหนี

เอี๊ยด… กึก!

ฝาโลงไม้สักถูกเปิดออก กลิ่นน้ำอบและกลิ่นฟอร์มาลีนลอยคลุ้งออกมา ทันทีที่ฝาโลงเปิดกว้าง ธันเดอร์ก็พุ่งพรวดเข้าไปในโลงศพ มันไม่ได้เลียหน้าเจ้านายเพื่อบอกลา แต่มันกลับมุดหน้าเข้าไปที่บริเวณกระเป๋าเสื้อเครื่องแบบที่สวมร่างไร้วิญญาณของผู้กองเมฆ มันใช้ปากกัดทึ้งกระดุมเสื้อและฉีกกระเป๋าซ่อนด้านในกระดุมเสื้อชั้นในสุดจนขาดวิ่น!

สิ่งที่ร่วงหล่นออกมาจากรอยขาดนั้น ไม่ใช่เครื่องรางหรือของขลัง… แต่มันคือ ‘แฟลชไดรฟ์สีดำเปื้อนเลือด’ และ ‘กระดุมโลหะตราแผ่นดินของนายตำรวจระดับสูง’ ที่มีเศษผ้าสีกากีติดอยู่!

น้ำฝนรีบสวมถุงมือยางและหยิบวัตถุทั้งสองชิ้นขึ้นมา เธอพิจารณากระดุมเม็ดนั้นอย่างละเอียด ก่อนจะเบิกตากว้าง “นี่มันกระดุมเครื่องแบบระดับรองผู้บังคับการ… และที่สำคัญ บนกระดุมเม็ดนี้มีคราบดินปืนและรอยขีดข่วน พี่เมฆคงจะกระชากมันหลุดมาจากเสื้อของฆาตกรก่อนที่เขาจะสิ้นใจ และซ่อนมันไว้ในช่องลับที่เสื้อซับใน ซึ่งตอนชันสูตรพวกเราไม่พบเพราะมีคำสั่งจาก ‘เบื้องบน’ ห้ามถอดเสื้อผ้าชุดนี้ออก!”

ทันใดนั้น ธันเดอร์ก็คาบแฟลชไดรฟ์เปื้อนเลือดไว้ในปาก มันหันขวับไปทางพันตำรวจเอกยศ แยกเขี้ยวคำรามดังกึกก้อง และพุ่งตัวกระโจนเข้าใส่ยศอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!

“อ๊ากกกก!”

ยศร้องลั่นเมื่อคมเขี้ยวของธันเดอร์ฝังลึกลงไปที่ท่อนแขนข้างที่เขากำลังจะชักปืน ปืนพกกระเด็นหลุดมือตกพื้น ร่างของนายตำรวจยศใหญ่หงายหลังล้มตึงลงไปกองกับพื้น ธันเดอร์ขึ้นคร่อมร่างของเขาไว้ ขู่คำรามจ่อที่คอหอย พร้อมจะขย้ำให้ตายหากเขาขยับตัวแม้แต่เซนติเมตรเดียว!

“ท่านผู้บัญชาการครับ! เสื้อเครื่องแบบของพันตำรวจเอกยศ กระดุมเม็ดที่สองขาดหายไปครับ!” นายตำรวจติดตามตะโกนขึ้นเมื่อสังเกตเห็นรอยฉีกขาดที่เสื้อของยศ ซึ่งถูกซ่อนไว้ใต้แถบเหรียญตรา

ความจริงกระจ่างชัดราวกับแสงตะวันในยามเที่ยงวัน! แฟลชไดรฟ์เปื้อนเลือดถูกนำไปเปิดกับแล็ปท็อปของหน่วยสืบสวนทันที ภายในนั้นเต็มไปด้วยคลิปวิดีโอ คลิปเสียง และเส้นทางการเงินนับพันล้านที่พันตำรวจเอกยศรับส่วยจากแก๊งค้ายาข้ามชาติ รวมถึงหลักฐานที่ยืนยันว่า ยศคือคนลั่นไกฆ่าผู้กองเมฆในโกดังร้าง เพราะเมฆปฏิเสธที่จะรับสินบนและเตรียมจะแฉเรื่องทั้งหมด!

“แก… ไอ้ฆาตกร! แกฆ่าพี่ชายฉัน!” น้ำฝนร้องไห้โฮ พุ่งเข้าไปตบหน้ายศอย่างแรงจนเลือดกบปาก

“จับกุมตัวพันตำรวจเอกยศ ปลดเครื่องหมาย ปลดอาวุธ และคุมตัวไปสอบสวนข้อหากบฏต่อแผ่นดินและฆ่าเจ้าพนักงาน!” ผู้บัญชาการออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

ตำรวจนับสิบนายกรูเข้ามากระชากตัวยศที่กำลังหน้าซีดสั่นเทา ล็อกกุญแจมืออย่างแน่นหนา หน้ากากของคนดีถูกกระชากออก เผยให้เห็นธาตุแท้ของปีศาจในคราบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ยศถูกลากตัวออกไปจากศาลาวัดท่ามกลางเสียงสาปแช่งและก่นด่าของผู้คนนับพัน

เมื่อฆาตกรถูกลากตัวออกไปแล้ว ความเงียบสงบก็กลับคืนสู่ศาลาวัดอีกครั้ง น้ำฝนเดินเข้าไปกอดคอธันเดอร์ที่บัดนี้ยอมคลายความดุร้ายลง มันเดินกลับมานั่งหมอบอยู่ข้างโลงศพของผู้กองเมฆอีกครั้ง แต่มันไม่ได้ครางหงิงๆ ด้วยความกระวนกระวายอีกต่อไป มันเพียงแค่เอาคางเกยที่ขอบโลงศพ ดวงตาหลับพริ้มลงอย่างสงบ

หน้าที่ของมัน… หน้าที่ในการทวงคืนความยุติธรรมให้เจ้านายอันเป็นที่รัก ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว

งานพระราชทานเพลิงศพดำเนินต่อไปอย่างสมเกียรติ เปลวเพลิงที่ลุกโชนบนเมรุไม่เพียงแต่ส่งดวงวิญญาณของผู้กองเมฆสู่สรวงสวรรค์ แต่ยังเป็นการเผาผลาญความชั่วร้ายที่แฝงตัวอยู่ในองค์กรให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน

หลังจากวันนั้น ธันเดอร์ได้รับการปลดระวางจากการเป็นสุนัขตำรวจ K9 พร้อมกับได้รับเหรียญกล้าหาญเชิดชูเกียรติสูงสุด น้ำฝนรับมันไปดูแลต่อที่บ้าน ทุกๆ วันหยุดสุดสัปดาห์ หญิงสาวและสุนัขผู้ซื่อสัตย์จะเดินทางไปที่อนุสาวรีย์ตำรวจผู้กล้า ธันเดอร์จะนั่งตัวตรง ตะเบ๊ะทำความเคารพรูปปั้นของผู้กองเมฆอย่างสง่างาม เป็นเครื่องพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า ความจงรักภักดีของสุนัขนั้น ยิ่งใหญ่ บริสุทธิ์ และไม่มีวันทรยศเจ้านาย… แม้ความตายจะมาพรากจากกันก็ตาม.

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!