News

8 ปีที่สาบสูญกับความทรงจำที่หวนคืน:

 วินาทีมหาเศรษฐีนีคุกเข่าร่ำไห้หน้าเล้าหมู สู่การเปิดโปงความลับสีเลือดที่ทำให้คนทรยศทั้งตระกูลต้องเงียบกริบ!

ท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ตระกูล ‘วิจิตรธาดา’ ในยามบ่ายถูกปกคลุมด้วยเมฆฝนสีเทาหม่น เสียงฟ้าร้องครืนครั่นสลับกับสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย รถยนต์เมอร์เซเดส-มายบัค (Mercedes-Maybach) สีดำขลับ แล่นฝ่าม่านฝนเข้ามาจอดเทียบที่หน้ามุขคฤหาสน์หรูหราสไตล์ยุโรป ท่ามกลางความประหลาดใจของเหล่าคนรับใช้ที่กำลังยืนรอต้อนรับแขกของเจ้านายคนปัจจุบัน

ประตูรถถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำ รองเท้าส้นสูงสีแดงเลือดนกเหยียบลงบนพื้นหินอ่อนเปียกชื้น ก่อนที่ร่างระหงของหญิงสาววัยสามสิบแปดปีจะก้าวลงมา เธอสวมแว่นตากันแดดแบรนด์เนมสีชา ซ่อนแววตาที่เต็มไปด้วยพายุอารมณ์อันซับซ้อน

เธอคือ ‘รดา’ อดีตประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับหมื่นล้าน มหาเศรษฐีนีผู้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อ 8 ปีก่อน!

8 ปีเต็มที่รดาต้องใช้ชีวิตอย่างคนไร้ราก ไร้ชื่อ และไร้ความทรงจำ หลังจากถูกชาวประมงช่วยชีวิตไว้จากการจมน้ำที่หน้าผาสูงชันริมทะเล เธอใช้ชีวิตเป็นเพียงลูกจ้างร้านอาหารริมหาด จนกระทั่งอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามเดือนก่อนได้กระแทกศีรษะของเธออีกครั้ง และปลดล็อก ‘กล่องความทรงจำ’ ที่ถูกปิดตายให้เปิดออก ความจริงทุกอย่างหลั่งไหลเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก และเป้าหมายแรกของการกลับมาในวันนี้ คือการกลับมาสวมกอดพ่อและแม่ที่เธอสร้างคฤหาสน์หลังนี้ไว้ให้พวกท่านได้เสวยสุขในบั้นปลายชีวิต

รดาถอดแว่นตากันแดดออก ก้าวเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ที่ประดับประดาด้วยโคมไฟระย้าคริสตัล สิ่งแรกที่เธอเห็นไม่ใช่รอยยิ้มของพ่อแม่ แต่เป็น ‘กริช’ พี่ชายคนโต และ ‘รัญญา’ น้องสาวคนเล็ก ที่กำลังนั่งจิบแชมเปญหัวเราะร่วนอยู่กับกลุ่มเพื่อนไฮโซในปาร์ตี้น้ำชา

ทันทีที่กริชและรัญญาหันมาเห็นผู้มาเยือน แก้วแชมเปญในมือของรัญญาถึงกับร่วงหล่นแตกกระจายลงบนพื้นหินอ่อน ใบหน้าของทั้งสองพี่น้องซีดเผือดราวกับเห็นผีสาง ขาทั้งสองข้างสั่นสะท้านจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่

“ร… รดา! แก… แกยังไม่ตาย!” กริชเบิกตากว้าง เสียงสั่นเครือราวกับคนเสียสติ

“ทำไม? ผิดหวังเหรอที่เห็นฉันยังมีชีวิตเดินเข้ามาในบ้านของตัวเอง” รดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ คฤหาสน์ที่ถูกตกแต่งใหม่จนไม่เหลือเค้าเดิม “พ่อกับแม่อยู่ไหน? ฉันให้พวกแกลงมาอยู่คฤหาสน์นี้เพื่อดูแลท่านตอนที่ฉันไม่อยู่ แล้วท่านไปไหน!”

กริชและรัญญามองหน้ากันเลิ่กลั่ก เหงื่อกาฬแตกพลั่ก รัญญาพยายามปั้นหน้ายิ้มแหยๆ บังคับเสียงไม่ให้สั่น “พ… พ่อกับแม่ท่านแก่มากแล้วน่ะรดา ท่านเป็นอัลไซเมอร์ ชอบโวยวาย พี่กริชเลยให้ท่านย้ายไปพักผ่อนที่… เอ่อ… เรือนพักตากอากาศด้านหลังคฤหาสน์ไงจ๊ะ ที่นั่นเงียบสงบ เหมาะกับคนแก่…”

รดาไม่รอให้รัญญาพูดจบ สัญชาตญาณบางอย่างเตือนเธอว่ามีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น เธอหมุนตัวก้าวเดินฉับๆ ออกไปทางประตูด้านหลังคฤหาสน์ทันที บอดี้การ์ดของเธอเดินตามประกบอย่างใกล้ชิด กริชและรัญญารีบวิ่งตามหลังมาด้วยความตื่นตระหนก พยายามร้องห้ามแต่ก็ไม่เป็นผล

เมื่อเดินลัดเลาะผ่านสวนดอกไม้ที่ถูกปล่อยปละละเลยไปจนถึงท้ายอาณาเขตคฤหาสน์ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจของมหาเศรษฐีนีสะดุดกึก หัวใจของเธอเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดจนแทบแหลกสลาย

เรือนพักตากอากาศที่รัญญาอ้าง… แท้จริงแล้วมันคือ ‘เล้าหมูเก่า’ ที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายสิบปี!

หลังคาสังกะสีผุพังเป็นรูโหว่ ปล่อยให้น้ำฝนสาดกระเซ็นเข้ามาด้านใน กลิ่นเหม็นอับของโคลนและมูลสัตว์คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ และที่มุมมืดที่สุดของเล้าหมู บนพื้นซีเมนต์ที่เย็นเฉียบและเปียกแฉะ… มีร่างที่ผอมโซจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกสองร่าง กำลังนอนกอดกันกลมใต้ผ้าห่มผืนบางที่ขาดรุ่งริ่ง

“พ… พ่อ… แม่…” เสียงของรดาขาดห้วง น้ำตาที่อดกลั้นไว้พังทลายลงมาในพริบตา

หญิงสาวผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศ ทรุดตัวลงคุกเข่ากระแทกพื้นโคลนหน้าเล้าหมูอย่างไม่อายใคร เธอคลานเข่าฝ่าความสกปรกเข้าไปหาชายหญิงชราทั้งสอง มือที่สั่นเทาเอื้อมไปแตะไหล่ที่สั่นระริกจากความหนาวเหน็บ

ชายชราค่อยๆ ลืมตาที่ฝ้าฟางขึ้นมอง เค้าโครงหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นและคราบสกปรก เมื่อสายตาของท่านประสานเข้ากับใบหน้าของรดา น้ำตาของคนเป็นพ่อก็ไหลพรากออกมาเป็นสายเลือด

“ร… รดา… ลูกรดาของพ่อ…” เสียงแหบพร่าดังก้องในลำคอ หญิงชราที่นอนอยู่ข้างๆ พยายามยันตัวลุกขึ้น มือที่เหี่ยวย่นสั่นเทาเอื้อมมาลูบแก้มของลูกสาวราวกับกลัวว่านี่จะเป็นเพียงความฝันก่อนตาย

“แม่ขอโทษลูก… แม่กับพ่อปกป้องสมบัติของลูกไว้ไม่ได้… พวกมันแย่งทุกอย่างไป แล้วขังพ่อกับแม่ไว้ที่นี่… แม่รอ… รอลูกกลับมาทุกวัน…” หญิงชราร้องไห้สะอึกสะอื้น

รดากอดร่างที่บอบบางของพ่อและแม่ไว้แน่น กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด! 8 ปีที่เธอหายไป พ่อแม่ที่เคยมีชีวิตสุขสบาย ต้องถูกสายเลือดแท้ๆ อีกสองคนทอดทิ้งให้ทนทุกข์ทรมานอยู่ในนรกบนดินแห่งนี้ อาหารที่กินคงเป็นเพียงเศษข้าวบูด น้ำที่ดื่มคงเป็นเพียงน้ำฝนที่รั่วลงมาจากหลังคา

“ไอ้กริช! นังรัญญา!” รดาแผดเสียงคำรามก้อง หันขวับไปมองพี่ชายและน้องสาวที่เพิ่งวิ่งตามมาถึง ทั้งสองคนหยุดชะงักอยู่หน้าเล้าหมู หน้าซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด

“รดา… ก… แกฟังพี่ก่อนนะ” กริชเสียงสั่น พยายามก้าวถอยหลัง “พ่อกับแม่ท่านสมองเสื่อม ท่านอยากมาอยู่ที่นี่เอง พี่พยายามห้ามแล้วแต่ท่านไม่ฟัง พี่…”

“หุบปากสกปรกของมึงเดี๋ยวนี้!!”

รดาลุกขึ้นยืนอย่างสง่างามท่ามกลางพายุฝน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนทุกคนรอบข้างรู้สึกขนลุกซู่ เธอเดินตรงเข้าไปหากริชและรัญญาด้วยสายตาของมัจจุราช

“พวกแกคิดว่าฉันความจำเสื่อม แล้วจะจำสิ่งที่พวกแกทำกับฉันเมื่อ 8 ปีก่อนไม่ได้งั้นเหรอ?”

คำพูดของรดาเปรียบเสมือนฟ้าผ่าลงกลางแสกหน้าของกริชและรัญญา บรรยากาศรอบข้างตกอยู่ในความเงียบกริบ แม้แต่เสียงฟ้าร้องก็ดูเหมือนจะถูกกลบด้วยความตึงเครียดที่น่าสะพรึงกลัว

“เมื่อ 8 ปีก่อน…” รดาเริ่มเล่าความจริงสีเลือดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและทรงอำนาจ “แกสองคนหลอกให้ฉันไปดูที่ดินบนหน้าผาที่ภูเก็ต พวกแกผสมยานอนหลับลงในขวดน้ำแร่ให้ฉันดื่ม พอฉันเริ่มหมดสติ… แก… กริช! แกเป็นคนผลักฉันตกลงไปในทะเลที่บ้าคลั่ง! พวกแกจัดฉากว่าฉันลื่นตกหน้าผาตาย เพื่อที่แกสองคนจะได้ครอบครองมรดกหมื่นล้าน และอำนาจบริหารในบริษัททั้งหมด!”

รัญญาทรุดลงไปกองกับพื้นโคลน ร้องไห้ฟูมฟาย “ไม่ใช่นะพี่รดา! รัญญาไม่ได้ทำ พี่กริชเป็นคนบังคับให้รัญญาทำ รัญญาไม่รู้เรื่อง!”

“ไม่ต้องมาโยนความผิดกันเอง!” รดาตวาดลั่น “พวกแกบังคับให้พ่อกับแม่เซ็นมอบอำนาจและยกโอนกรรมสิทธิ์ทุกอย่างให้พวกแกในฐานะทายาทที่เหลืออยู่ พอพ่อแม่รู้ความจริงว่าพวกแกเป็นคนฆ่าฉัน พวกแกก็เลยขังท่านไว้ในเล้าหมูนี่ ปล่อยให้อดอยากรอวันตาย เพื่อปิดปากท่านไม่ให้ไปแจ้งตำรวจ!”

ความลับสีเลือดที่ถูกฝังกลบมาตลอด 8 ปี ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าคนรับใช้และบอดี้การ์ดทุกคน กริชทรุดตัวลงคุกเข่า พนมมือไหว้รดาอย่างขี้ขลาดและน่าสมเพช

“รดา… พี่ขอโทษ! พี่หน้ามืดตามัวเพราะความโลภ พี่เป็นหนี้พนันก้อนโต พี่ไม่มีทางเลือก! ยกโทษให้พี่เถอะนะ เราเป็นพี่น้องกันนะรดา!”

“พี่น้องงั้นเหรอ?” รดาเหยียดยิ้มเย็นชา หยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมา “พี่น้องที่ผลักฉันตกเหว และขังพ่อแม่ไว้ในเล้าหมู ฉันไม่นับว่าเป็นคน… พวกแกมันคือสัตว์นรกที่ต้องชดใช้กรรม!”

สิ้นเสียงของรดา เสียงไซเรนของรถตำรวจหลายสิบคันก็ดังกึกก้องแหวะม่านฝนเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดพร้อมอาวุธครบมือวิ่งกรูกันเข้ามาปิดล้อมพื้นที่ทั้งหมด ทนายความส่วนตัวของรดาเดินตามหลังตำรวจเข้ามา พร้อมกับแฟ้มเอกสารหลักฐานหนาเตอะ

“คุณกริช คุณรัญญา พวกคุณถูกจับกุมในข้อหาพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กักขังหน่วงเหนี่ยว ทารุณกรรมผู้สูงอายุ และปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์” สารวัตรตำรวจประกาศเสียงกร้าว ก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องเข้าสวมกุญแจมือสองพี่น้องใจอมหิต

กริชและรัญญาร้องโหยหวน ดิ้นรนขัดขืนอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากการจับกุม พวกเขาถูกลากตัวผ่านโคลนตมที่สกปรกที่สุด ออกไปสู่รถตำรวจ ทิ้งไว้เพียงความอัปยศอดสูที่จะติดตัวไปจนวันตายในคุกที่มืดมิด

รดาหันกลับมาหาพ่อและแม่ บอดี้การ์ดของเธอได้นำเปลหามและผ้าห่มผืนหนาที่สะอาดและอบอุ่นที่สุดมาห่อหุ้มร่างของชายหญิงชราอย่างทะนุถนอม รดาประคองมือของพ่อและแม่ไว้ ก้มลงจูบที่หน้าผากของท่านทั้งสองด้วยความรักทั้งหมดที่มี

“พ่อคะ แม่คะ… ฝันร้ายของพวกเราจบลงแล้วนะคะ จากนี้ไป รดาจะไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายครอบครัวของเราได้อีก รดาจะชดเชยเวลา 8 ปีที่หายไป และจะดูแลพ่อกับแม่ให้เป็นผู้ที่โชคดีที่สุดในโลก”

รถพยาบาลฉุกเฉินระดับวีไอพีแล่นเข้ามารับตัวพ่อแม่ของเธอเพื่อมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในประเทศ รดาก้าวขึ้นรถไปพร้อมกับพวกท่าน ทิ้งคฤหาสน์ที่เคยแปดเปื้อนไปด้วยความโลภและความชั่วร้ายไว้เบื้องหลัง ความยุติธรรมอาจจะมาช้าไปถึง 8 ปี แต่วันนี้… มันได้ทำหน้าที่บดขยี้คนทรยศจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี และพิสูจน์ให้เห็นว่า ความกตัญญูและความรักที่แท้จริง จะเป็นเกราะคุ้มภัยที่ไม่มีอำนาจมืดใดสามารถทำลายได้อย่างถาวร!

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!