News

แค่สเตตัสหย่าร้างขำๆ สู่การกดไลก์บอกลา:

เมื่อสามีเอาทะเบียนสมรสไปล้อเล่นเรียกยอดไลก์ในวันครบรอบ ฉันจึงมอบอิสระให้เขาตลอดกาล!

กลิ่นหอมของสเต๊กเนื้อเทนเดอร์ลอยน์ที่ถูกย่างอย่างพิถีพิถันอบอวลไปทั่วห้องอาหารของบ้านเดี่ยวราคาแพง แสงเทียนจากเชิงเทียนคริสตัลส่องประกายวูบวาบ กระทบกับแก้วไวน์เจียระไนและดอกกุหลาบสีแดงสดช่อใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางโต๊ะ ‘ณิชา’ หญิงสาววัยสามสิบสองปีในชุดเดรสผ้าไหมสีแชมเปญ นั่งมองผลงานการจัดเตรียมดินเนอร์สุดโรแมนติกของตัวเองด้วยรอยยิ้มบางๆ วันนี้คือวันครบรอบแต่งงานปีที่ห้าของเธอกับ ‘กวิน’ ผู้ชายที่เธอรักและทุ่มเทดูแลมาตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน

แต่บรรยากาศที่ควรจะอบอวลไปด้วยความรัก กลับถูกทำลายลงด้วยเสียงรัวแป้นพิมพ์โทรศัพท์และเสียงหัวเราะคิกคักที่ดังมาจากฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ

กวินไม่ได้มองหน้าเธอ ไม่ได้มองอาหารมื้อหรูที่เธอใช้เวลาเตรียมตั้งแต่บ่าย และไม่ได้สนใจกล่องของขวัญกำมะหยี่สีน้ำเงินที่บรรจุนาฬิกาแบรนด์หรูมูลค่าหลายแสนบาทที่ณิชาตั้งใจซื้อให้ เขากำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์ข้อความโต้ตอบในกลุ่มแชทเพื่อนสนิทของเขาอย่างเมามัน รอยยิ้มกว้างบนใบหน้าของเขามีให้แค่หน้าจอสี่เหลี่ยมเท่านั้น

“กวินคะ…” ณิชาเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พยายามข่มความน้อยใจเอาไว้ “ทานอาหารก่อนไหมคะ สเต๊กจะเย็นหมดแล้วนะ วันนี้วันครบรอบของเรานะคะ วางโทรศัพท์สักพักเถอะค่ะ”

กวินเงยหน้าขึ้นมามองเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะก้มลงไปมองจอตามเดิม “แป๊บนึงน่าณิชา ไอ้ยอดมันกำลังท้าทายผมอยู่ พวกในกลุ่มมันหาว่าผมเป็นพวกกลัวเมีย ไม่กล้าทำอะไรบ้าๆ บิ่นๆ เหมือนตอนโสด เดี๋ยวผมต้องโชว์ให้พวกมันเห็นซะหน่อยว่าผมยังแน่เหมือนเดิม”

ณิชาถอนหายใจยาว ความเหนื่อยล้าสะสมเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กวินเห็นเพื่อนและโซเชียลมีเดียสำคัญกว่าความรู้สึกของเธอ เขาเสพติดยอดไลก์ เสพติดการเป็นจุดสนใจในโลกออนไลน์ และมักจะทำเรื่องแผลงๆ เพียงเพื่อเรียกเสียงหัวเราะจากคนอื่น โดยไม่เคยมองเลยว่าคนที่อยู่ข้างหลังต้องแบกรับความรู้สึกอย่างไร

ติ๊ง!

เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กในโทรศัพท์ของณิชาดังขึ้น หญิงสาวละสายตาจากสามีที่กำลังหัวเราะชอบใจ หยิบโทรศัพท์ของตนเองขึ้นมาดู หน้าจอแสดงการแจ้งเตือนว่า ‘กวิน อัศวเมธิน ได้แท็กคุณในโพสต์’

ณิชากดเข้าไปดูด้วยความหวังเล็กๆ ว่าเขาอาจจะโพสต์รูปคู่และเขียนข้อความหวานๆ เพื่อเซอร์ไพรส์วันครบรอบ แต่ทันทีที่สายตาของเธอปะทะเข้ากับตัวอักษรบนหน้าจอ ลมหายใจของเธอก็สะดุดกึก หัวใจที่เคารพและรักผู้ชายคนนี้มาตลอดห้าปี เหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบจนแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี

สเตตัสของกวินตั้งค่าเป็นสาธารณะ พร้อมกับเช็กอินที่ร้านเหล้าชื่อดัง (ทั้งที่เขานั่งอยู่ที่บ้าน) ข้อความนั้นเขียนว่า:

“ครบรอบ 5 ปี… คิดทบทวนมาดีแล้ว ตัดสินใจ ‘หย่า’ ดีกว่าครับ ทนสภาพไม่ไหวแล้วจริงๆ พรุ่งนี้เจอกันที่ว่าการอำเภอ กลับสู่ตลาดคนโสดอย่างเป็นทางการ! ใครโสดทักมา โต๊ะคืนนี้ผมเลี้ยงเอง! 🍻💔”

ด้านล่างโพสต์นั้น เขาแท็กเพื่อนสนิทที่เป็นทนายความ พร้อมกับคอมเมนต์ต่อท้ายว่า ‘เตรียมเอกสารให้กูด้วยนะไอ้ทนาย’ และแท็กชื่อเฟซบุ๊กของณิชาอย่างจงใจ

เพียงไม่ถึงนาที คอมเมนต์จากบรรดาเพื่อนฝูงและคนรู้จักก็หลั่งไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
‘เอาจริงดิเฮีย! โคตรสุด!’
‘ฉลองโว้ยยยย พรุ่งนี้จัดชุดใหญ่!’
‘เมียไม่ด่าเหรอวะ เล่นแรงเบอร์นี้ 555’

กวินนั่งหัวเราะจนไหล่สั่น พิมพ์ตอบคอมเมนต์เพื่อนอย่างสนุกสนาน “ฮ่าๆๆ ดูดิณิชา ไอ้พวกนี้มันแตกตื่นกันใหญ่เลย ยอดไลก์พุ่งปรี๊ดเลยเนี่ย ตลกเป็นบ้า!”

ณิชานั่งนิ่ง นัยน์ตาของเธอไม่ได้เบิกกว้างด้วยความตกใจ และไม่ได้มีน้ำตาเอ่อล้นออกมาแม้แต่หยดเดียว มันมีความรู้สึกบางอย่างที่น่ากลัวกว่าความเสียใจ นั่นคือ ‘ความว่างเปล่า’

ฟางเส้นสุดท้ายไม่ได้ขาดสะบั้นลงด้วยเสียงดังสนั่น แต่มันขาดลงอย่างเงียบเชียบและเด็ดขาด ณิชามองข้ามโต๊ะอาหารที่หรูหรา มองดอกกุหลาบที่เธอจัดด้วยตัวเอง และมองผู้ชายที่เห็นทะเบียนสมรสและเกียรติของภรรยาเป็นเพียง ‘มุกตลก’ ไว้เรียกยอดไลก์จากเพื่อนฝูง เขาไม่เคยให้เกียรติเธอในชีวิตจริง และตอนนี้เขายังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอในพื้นที่สาธารณะ

ณิชาไม่โวยวาย ไม่กรีดร้อง เธอเพียงแค่ปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเอง เลื่อนนิ้วไปที่โพสต์นั้นอย่างใจเย็น… แล้วกดปุ่ม ‘ถูกใจ (Like)’

จากนั้น นิ้วเรียวสวยของเธอก็พิมพ์ข้อความตอบกลับในช่องคอมเมนต์ของโพสต์นั้น ด้วยข้อความที่สั้น กระชับ และไม่มีสัญลักษณ์แสดงอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น

“ตกลงค่ะ พรุ่งนี้ 9.00 น. เจอกันที่สำนักงานเขต กรุณาตรงต่อเวลาด้วย”

หลังจากกดส่งคอมเมนต์ ณิชาวางโทรศัพท์คว่ำลงบนโต๊ะ เธอหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาซับริมฝีปากอย่างเชื่องช้า ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เลื่อนเก้าอี้เก็บเข้าที่อย่างเรียบร้อย หญิงสาวเดินตรงไปที่กล่องของขวัญกำมะหยี่สีน้ำเงิน หยิบมันใส่ลงในกระเป๋าสะพายแบรนด์เนมของตนเอง แล้วหมุนตัวเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องนอนชั้นสอง

กวินยังคงก้มหน้าก้มตาตอบคอมเมนต์อย่างเมามัน เขาไม่ได้สังเกตเห็นแม้กระทั่งตอนที่ภรรยาเดินลุกจากโต๊ะไป จนกระทั่งเขาเลื่อนมาเจอคอมเมนต์ล่าสุด… คอมเมนต์จากณิชา

รอยยิ้มบนใบหน้าของกวินชะงักกึก เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกหงุดหงิดนิดๆ ที่ภรรยาเข้ามาคอมเมนต์แบบนี้ “โธ่เอ๊ย ณิชา…” เขาตะโกนเรียกจากชั้นล่าง “คุณจะมาคอมเมนต์จริงจังทำไมเนี่ย คนอื่นเขาก็หาว่าผมมีปัญหาครอบครัวจริงๆ พอดีสิ ลบคอมเมนต์เลยนะ มันไม่ตลกแล้วเนี่ย!”

ไม่มีเสียงตอบรับจากชั้นบน กวินจิ๊ปากอย่างขัดใจ เขาวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแล้วเดินกระแทกเท้าขึ้นบันไดไป “ณิชา! ผมบอกให้ลบ…”

คำพูดของกวินถูกกลืนหายลงไปในลำคอ เมื่อเขาผลักประตูห้องนอนเข้าไปและเห็นภาพตรงหน้า ณิชาไม่ได้กำลังนั่งร้องไห้ประชดประชันเหมือนที่เขาคาดคิด แต่เธอกำลังลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีเงินออกมาจากตู้เสื้อผ้า และกำลังจัดเรียงเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว และเอกสารสำคัญลงไปในกระเป๋าอย่างเป็นระเบียบ ท่าทางของเธอสงบนิ่งจนน่าขนลุก

“คุณทำบ้าอะไรเนี่ยณิชา!” กวินเริ่มหน้าเสีย สัญชาตญาณบางอย่างบอกเขาว่านี่ไม่ใช่การงอนเหมือนทุกครั้ง “คุณจะเก็บกระเป๋าทำไม ผมก็แค่ล้อเล่นกับพวกไอ้ยอดมันเอง คุณก็รู้ว่าพวกเราชอบเล่นอะไรบ้าๆ บอๆ แบบนี้ ทำเป็นเรื่องใหญ่โตไปได้!”

ณิชารูดซิปกระเป๋าเดินทางจนสุด เธอหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับผู้ชายที่เธอเพิ่งตระหนักได้ว่า ‘วุฒิภาวะ’ ของเขายังคงหยุดนิ่งอยู่แค่วัยรุ่นมหา’ลัย

“ฉันไม่ได้ทำเป็นเรื่องใหญ่โตค่ะกวิน…” เสียงของณิชาราบเรียบ เย็นเยียบ และไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ “ฉันแค่กำลังทำในสิ่งที่คุณเพิ่งประกาศให้โลกรับรู้ ฉันกำลังทำความปรารถนาของคุณให้เป็นจริง”

“โอ๊ย! ผมบอกว่าผมล้อเล่นไง!” กวินเดินเข้ามาพยายามจะแย่งกระเป๋าเดินทางจากมือเธอ แต่ณิชาเบี่ยงตัวหลบ สายตาที่เธอมองเขาเต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างที่กวินไม่เคยเห็นมาก่อน

“การล้อเล่นที่สร้างความอับอายและลดทอนคุณค่าของคนอื่น เขาไม่เรียกว่ามุกตลกค่ะกวิน เขาเรียกว่า ‘สันดาน’…” ณิชาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกของสามี “ห้าปีที่ผ่านมา ฉันทนกับการที่คุณเห็นทุกอย่างสำคัญกว่าครอบครัว ฉันทนที่คุณเอาเรื่องส่วนตัวของเราไปนินทาในวงเหล้า ฉันทนที่คุณไม่เคยมองเห็นความพยายามของฉัน… แต่การที่คุณเอา ‘ทะเบียนสมรส’ ที่ควรจะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเป็นเครื่องหมายของความให้เกียรติกัน มาทำเป็นของเล่นเพื่อเรียกยอดไลก์ มันพิสูจน์แล้วว่า… คุณไม่เคยเห็นค่าของมัน และไม่เคยเห็นค่าของฉันเลย”

“ณิชา… ฟังผมก่อน…” กวินเริ่มเสียงสั่น เมื่อความจริงเริ่มกระแทกหน้าว่าภรรยาของเขาเอาจริง

“ไม่มีอะไรต้องฟังแล้วค่ะ” ณิชาคว้าหูหิ้วกระเป๋าเดินทาง เดินสวนทางเขาออกไปที่ประตูห้อง “ดินเนอร์ข้างล่าง ฉันยกให้คุณฉลองความโสดล่วงหน้าก็แล้วกัน ส่วนของขวัญวันครบรอบ… ฉันขอคืน เพราะคุณไม่มีค่าพอที่จะใส่มัน… พรุ่งนี้เก้าโมงเช้า เจอกันที่เขต อย่าให้ฉันต้องรอนานนะคะ เพราะเวลาในชีวิตของฉันตอนนี้… มีค่าเกินกว่าจะเอามาทิ้งไว้กับคนอย่างคุณ”

ณิชาก้าวเดินลงบันได ลากกระเป๋าเดินทางออกไปจากบ้านหลังนั้นโดยไม่หันกลับไปมองแม้แต่หางตา เสียงประตูรั้วบ้านปิดลงดังก้องกังวาน เป็นสัญญาณของการสิ้นสุดที่สมบูรณ์แบบ

กวินยืนแข็งทื่ออยู่กลางห้องนอน เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะโทรหาเธอ แต่พบว่าเบอร์ของเขาถูกบล็อกไปแล้ว ไลน์ก็ถูกบล็อก เฟซบุ๊กก็ถูกอันเฟรนด์และบล็อกอย่างถาวร

ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนเตียง เปิดดูโพสต์ที่ตนเองเพิ่งตั้งสเตตัสไปเมื่อสิบนาทีก่อน ยอดไลก์พุ่งไปเกือบพัน คอมเมนต์ทะลุหลายร้อย แต่คอมเมนต์ที่โดดเด่นที่สุดและถูกแคปเจอร์ไปแชร์ต่อมากที่สุด คือคอมเมนต์ของณิชาที่ตอบตกลงหย่าอย่างเยือกเย็น บรรดาเพื่อนๆ ที่เคยหัวเราะชอบใจ เริ่มคอมเมนต์ถามด้วยความตกใจว่า ‘เฮ้ย มึง ท่าทางเมียมึงเอาจริงว่ะ’ ‘มึงเล่นแรงไปป่าววะกวิน’

เช้าวันรุ่งขึ้น เวลา 8.50 น. กวินเดินทางมาที่สำนักงานเขตด้วยสภาพอิดโรยและขอบตาคล้ำ เขาคิดเข้าข้างตัวเองมาตลอดทั้งคืนว่าณิชาคงแค่ขู่ คงแค่โกรธจัดและต้องการดัดนิสัยเขา แต่เมื่อเขาเดินเข้าไปในบริเวณที่นั่งรอ… ภาพที่เห็นทำให้ขาทั้งสองข้างของเขาแทบจะไร้เรี่ยวแรง

ณิชามาถึงก่อนแล้ว เธอสวมชุดสูทสีขาวสะอาดตา แต่งหน้าทำผมอย่างประณีตและดูมีสง่าราศี เธอนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีผ่อนคลาย โดยมี ‘ทนายความ’ มืออาชีพนั่งอยู่เคียงข้าง พร้อมกับเอกสารข้อตกลงการหย่าและการแบ่งสินสมรสที่ถูกร่างมาอย่างรัดกุมที่สุด

“ณิชา… ไม่เอาน่า เรากลับบ้านไปคุยกันเถอะนะ ผมกราบขอโทษ ผมจะลบโพสต์ ผมจะปิดเฟซบุ๊กเลยก็ได้ อย่าทำแบบนี้เลยนะ ริน เราคบกันมาตั้งสิบปี แต่งงานกันมาห้าปี คุณจะทิ้งผมไปเพราะสเตตัสโง่ๆ สเตตัสเดียวเหรอ!” กวินปรี่เข้าไปคุกเข่าอ้อนวอนตรงหน้าเธอ ไม่อายสายตาของประชาชนคนอื่นที่มารอคิว

ณิชาถอดแว่นกันแดดออก ปรายตามองผู้ชายที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายตรงหน้าด้วยความสมเพชเวทนา

“ฉันไม่ได้ทิ้งคุณเพราะสเตตัสเดียวค่ะกวิน…” ณิชากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและดังกังวานพอที่เขาจะได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ “แต่ฉันทิ้งคุณ เพราะสเตตัสนั้นมันคือบทสรุปของความเห็นแก่ตัว ความไม่รู้จักโต และความไม่เคยให้เกียรติฉันตลอดสิบปีที่ผ่านมาต่างหาก… เซ็นซะเถอะค่ะ กวิน คุณจะได้กลับไปตั้งสเตตัสฉลองความโสดกับเพื่อนๆ ของคุณได้อย่างเต็มภาคภูมิไงคะ”

เมื่อต้องเผชิญกับเอกสารทางกฎหมายและท่าทีที่ไม่มีวันโอนอ่อนของอดีตภรรยา กวินก็จำใจต้องจรดปากกาเซ็นชื่อลงในใบหย่าด้วยน้ำตานองหน้า ทุกตัวอักษรที่เขาเขียนลงไป คือการตอกฝาโลงฝังชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบที่เขามี โดยมีต้นเหตุมาจากความคึกคะนองเพียงชั่ววูบในโลกโซเชียล

ทันทีที่เอกสารเรียบร้อย ณิชารับใบสำคัญการหย่ามาเก็บไว้ในกระเป๋าอย่างทะนุถนอม เธอสวมแว่นกันแดดกลับเข้าที่ ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม

“ลาก่อนค่ะ กวิน… ขอให้ยอดไลก์ของคุณ ช่วยเยียวยาชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณก็แล้วกันนะคะ”

ณิชาเดินหันหลังก้าวออกจากสำนักงานเขต ก้าวเดินออกสู่แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องลงมา เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ สัมผัสได้ถึงอิสรภาพและความเบาสบายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาตลอดห้าปี เธอไม่ต้องคอยวิ่งตามหลังผู้ชายที่ไม่เคยมองเห็นค่าของเธออีกต่อไป

ส่วนกวิน… เขากลับไปนั่งจมปลักอยู่ในบ้านที่ว่างเปล่า โพสต์ล้อเล่นของเขาถูกแชร์ออกไปจนกลายเป็นไวรัลในแวดวงคนรู้จัก แต่ไม่มีใครกดฮาให้เขาอีกต่อไป มีเพียงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความโง่เขลาของผู้ชายที่เอาของมีค่าที่สุดในชีวิตไปแลกกับเสียงหัวเราะจอมปลอมในอินเทอร์เน็ต สุดท้าย เขาก็ได้กลับคืนสู่ตลาดคนโสดอย่างที่เขาเขียนไว้จริงๆ… เพียงแต่เป็นความโสดที่แลกมาด้วยความสูญเสียที่เขาจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต.

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!