แผนซ้อนซ่อนมัจจุราช: เมื่อสามีพาเมียน้อยมาฮุบคฤหาสน์ 160

ล้านริมทะเลสาบ แต่ต้องช็อกสุดขีดเมื่อเจอ ‘สามีตัวจริง’ และ ‘เจ้าของบ้าน’ นั่งรอเชือดอยู่ข้างใน!
“ผมให้เวลาคุณยี่สิบนาที เก็บข้าวของที่จำเป็น เซ็นเอกสารโอนกรรมสิทธิ์พวกนี้ซะ แล้วไสหัวออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้… อ้อ ไม่ต้องห่วงเรื่องที่อยู่ใหม่นะ ผมเช่าคอนโดเล็กๆ ท้ายซอยไว้ให้คุณแล้ว ถือซะว่าเป็นความเมตตาครั้งสุดท้ายจากผมก็แล้วกัน”
นั่นคือประโยคแรกที่หลุดออกจากปากของ ‘ภพ’ อดีตสามีที่ฉันเคยรักและไว้ใจที่สุด ทันทีที่เขาผลักบานประตูไม้สักแกะสลักของคฤหาสน์หรูมูลค่า 4.8 ล้านดอลลาร์ (ราว 160 ล้านบาท) ริมทะเลสาบอันเงียบสงบก้าวเข้ามาในห้องนั่งเล่น
แต่เขาไม่ได้มาคนเดียว ข้างกายของเขามี ‘ซินดี้’ หญิงสาวหน้าตาสะสวยที่แต่งตัวด้วยแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอคล้องแขนภพอย่างแนบชิดและเหยียดยิ้มเยาะเย้ยส่งมาให้ฉัน ซินดี้กวาดสายตามองไปรอบๆ โถงคฤหาสน์ที่ตกแต่งด้วยโคมไฟระย้าคริสตัลและเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากอิตาลีด้วยแววตาแห่งความโลภที่ปิดไม่มิด
“อุ๊ย พี่ภพคะ วิวทะเลสาบตรงนี้สวยจังเลยค่ะ” ซินดี้ดัดเสียงหวานจ๋อย พลางเดินกรีดกรายไปที่กระจกบานใหญ่ “แต่ซินดี้ไม่ชอบโซฟาสีนี้เลยค่ะ พรุ่งนี้เราสั่งทิ้งให้หมดเลยนะคะ ซินดี้ไม่อยากใช้ของร่วมกับ ‘ของเก่า’ ที่กำลังจะถูกโละทิ้ง”
“ได้สิจ๊ะที่รัก บ้านหลังนี้กำลังจะเป็นของเรา ซินดี้อยากเปลี่ยนอะไรสั่งได้เลย” ภพหอมแก้มเมียน้อยฟอดใหญ่ ก่อนจะหันมาตวาดใส่ฉัน “มัวนั่งบื้ออยู่ทำไมณลิน! ฉันบอกให้เซ็นเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ไง! หรือจะต้องให้ฉันเรียก รปภ. มาลากคอเธอออกไปฮะ!”
ฉันนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังบุกำมะหยี่ตัวโปรด ค่อยๆ วางถ้วยชาเอิร์ลเกรย์ลงบนโต๊ะกระจกอย่างใจเย็น ไม่มีน้ำตา ไม่มีการฟูมฟาย มีเพียงรอยยิ้มเย็นเยียบที่ประดับอยู่บนมุมปาก ฉันมองดูเอกสารที่ภพโยนลงมาบนโต๊ะ… มันคือสัญญาโอนกรรมสิทธิ์คฤหาสน์หลังนี้ ที่เขาระบุชื่อตัวเองเป็นผู้รับโอนแต่เพียงผู้เดียว
“ยี่สิบนาทีเหรอคะภพ?” ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “คุณคิดว่าเวลาแค่นั้น มันพอให้ฉันเก็บกวาด ‘ขยะ’ ออกจากชีวิตฉันจริงๆ หรือคะ?”
“อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะณลิน! บ้านหลังนี้ซื้อด้วยเงินที่ฉันหามาได้จากการทำธุรกิจ เธอมันก็แค่เมียที่คอยนั่งงอมืองอเท้าอยู่บ้าน เซ็นคืนมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน!” ภพตะเบ็งเสียง นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง เขาหลงระเริงในอำนาจและเงินทองที่เขาคิดว่าตัวเองเป็นคนสร้างขึ้นมา ทั้งที่ความจริงแล้ว เบื้องหลังความสำเร็จของเขามีฉันเป็นคนคอยชักใยสนับสนุนมาตลอด
“แหม คุณพี่ณลินคะ ยอมรับความจริงเถอะค่ะ” ซินดี้เดินนวยนาดเข้ามาใกล้ โน้มตัวลงมากระซิบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ผู้ชายเขาหมดรักแล้ว จะหน้าด้านเกาะเขากินอยู่ทำไมคะ เซ็นๆ ไปเถอะค่ะ ซินดี้จะได้รีบย้ายของเข้ามา ซินดี้รังเกียจกลิ่นคนแพ้ในบ้าน ‘ของซินดี้’ เต็มทนแล้ว”
ฉันหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “บ้านของเธอเหรอซินดี้?… มั่นใจจังเลยนะ แต่ฉันว่าก่อนที่เธอจะสั่งเปลี่ยนโซฟา เธอควรจะจัดการเรื่อง ‘ใบหย่า’ ของเธอให้เรียบร้อยก่อนดีไหม?”
ซินดี้ชะงักกึก รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของเธอแข็งค้าง
“ธ… เธอพูดเรื่องอะไร! ฉันยังไม่ได้แต่งงานสักหน่อย!” ซินดี้แผดเสียง แต่แววตาของเธอเริ่มลุกลี้ลุกลำ
“งั้นเหรอครับ? แล้วทะเบียนสมรสที่บ้าน กับลูกสาววัยสามขวบของเราที่รอคุณอยู่ มันคืออะไรล่ะครับซินดี้?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเยียบเย็นปานน้ำแข็งดังก้องมาจากมุมมืดของห้องสมุดที่เชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น เสียงนั้นทำให้เลือดในกายของซินดี้เย็นเฉียบราวกับถูกสาดด้วยไนโตรเจนเหลว ขาทั้งสองข้างของเธอสั่นพั่บ กระเป๋าแอร์เมสใบละล้านร่วงหลุดจากมือกระแทกพื้นเสียงดัง ตุบ!
ร่างสูงใหญ่ของชายในชุดสูทสีเทาเข้มค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืด เขาคือ ‘กฤต’ นักธุรกิจหนุ่มเจ้าพ่อวงการโลจิสติกส์… และเป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของซินดี้ ผู้ชายที่ซินดี้หลอกภพมาตลอดว่าเขาเป็นเพียง ‘พี่ชายบุญธรรม’
“ก… กฤต! ค… คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!” ซินดี้ร้องเสียงหลง ใบหน้าสวยงามซีดเผือดราวกับกระดาษ เธอถอยกรูดไปหลบหลังภพโดยสัญชาตญาณ
ภพขมวดคิ้วแน่น หันไปมองซินดี้สลับกับกฤตด้วยความงุนงง “นี่มันเรื่องอะไรกันซินดี้! ไอ้นี่มันใคร ทำไมมันถึงมาอยู่ในบ้านฉัน!”
กฤตไม่ได้สนใจภพ เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้ซินดี้ด้วยแววตาของมัจจุราช “ผมก็มาดูหน้า ‘ชู้’ ของภรรยาตัวเองไงครับซินดี้… คุณหลอกผมว่าไปสัมมนาที่ต่างประเทศสามวัน แต่ที่แท้ก็มาระเริงรักอยู่กับไอ้กระจอกนี่ อ้อ… บัตรเครดิตแบล็คการ์ดสามใบที่ผมให้คุณไว้ ผมสั่งอายัดหมดแล้วนะ แล้วเมื่อเช้า ทนายของผมก็ส่งฟ้องหย่า พร้อมเรียกร้องค่าเสียหายจนคุณต้องล้มละลายเรียบร้อยแล้ว เตรียมตัวกลับไปเป็นผู้หญิงขายบริการข้างถนนอย่างที่คุณเคยเป็นได้เลย”
“ไม่นะกฤต! ซินดี้อธิบายได้! ไอ้ภพมันบังคับซินดี้ มันหลอกซินดี้ว่ามันรวย!” ซินดี้กรีดร้อง ร้องไห้ฟูมฟายและพยายามจะวิ่งเข้าไปเกาะแขนกฤต แต่ถูกบอดี้การ์ดของกฤตที่เพิ่งเดินตามออกมาผลักจนล้มลงไปกองกับพื้น
ภพยืนอ้าปากค้าง สมองของเขากำลังประมวลผลอย่างหนัก ผู้หญิงที่เขากำลังจะทิ้งภรรยาเพื่อไปแต่งงานด้วย แท้จริงแล้วมีผัวมีลูกอยู่แล้ว และหลอกปอกลอกเขามาตลอด!
แต่ด้วยทิฐิและความจองหอง ภพยังคงพยายามรักษาหน้าตัวเอง เขายืดอกขึ้นและชี้หน้ากฤต “แกอย่ามาทำกร่างในบ้านของฉันนะ! ต่อให้นังซินดี้มันจะเลวยังไง นั่นมันก็เรื่องของพวกแก แต่ตอนนี้ออกไปจากคฤหาสน์ของฉันเดี๋ยวนี้! ฉันเป็นเจ้าของที่นี่!”
พูดจบ ภพก็หันมาตวาดใส่ฉัน “ณลิน! นี่มันแผนของเธอใช่ไหม! เธอไปจ้างไอ้หมอนี่มาเล่นละครเพื่อจะถ่วงเวลาไม่ยอมเซ็นโอนบ้านใช่ไหม! เซ็นเดี๋ยวนี้!” ภพพุ่งเข้ามาจะกระชากแขนฉัน
“ใครอนุญาตให้แกเอามือสกปรกๆ ไปแตะต้องตัวหลานสาวฉัน!”
เสียงตวาดที่ทรงพลังราวกับเสียงกัมปนาทดังขึ้นจากทางเดินบันไดเวียนชั้นสอง ร่างของชายสูงวัยในชุดสูทตัดเย็บอย่างประณีตค่อยๆ ก้าวเดินลงมา แววตาของเขาเฉียบคมและทรงอำนาจจนบรรยากาศในคฤหาสน์หนักอึ้งขึ้นมาในพริบตา
ภพชะงักฝีเท้า หันไปมองผู้มาใหม่ ดวงตาของเขาเบิกกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า ขาทั้งสองข้างอ่อนยวบจนทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มใบหน้า
“ท… ท่านประธานปรเมศวร์…” ภพครางเสียงสั่น
‘คุณปรเมศวร์’ คือมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเอเชีย เจ้าของอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก และที่สำคัญ… เขาคือผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดที่ต่อลมหายใจให้กับบริษัทของภพ เรียกได้ว่าปรเมศวร์สามารถชี้เป็นชี้ตายชีวิตของภพได้เพียงแค่พลิกฝ่ามือ
คุณปรเมศวร์เดินลงมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าภพ แววตาที่มองลงมาเต็มไปด้วยความสมเพชอย่างหาที่สุดไม่ได้
“แกสั่งให้หลานสาวคนเดียวของฉัน เซ็นโอนกรรมสิทธิ์คฤหาสน์หลังนี้ให้แกงั้นเหรอไอ้ภพ?” ปรเมศวร์แค่นหัวเราะ “แกไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ว่าคฤหาสน์มูลค่าร้อยหกสิบล้านหลังนี้ มันเป็นของแก หรือแม้แต่เป็นของณลิน?”
ภพหน้าซีดเป็นไก่ต้ม “ม… หมายความว่ายังไงครับท่าน ก็เงินที่ผมโอนเข้าบัญชีณลินทุกเดือน…”
“เงินเศษทอนของแกเดือนละไม่กี่แสน มันยังไม่พอจ่ายค่าดูแลสวนคฤหาสน์หลังนี้เลยด้วยซ้ำ!” ปรเมศวร์ตวาดลั่น “ณลินคือทายาทคนเดียวของตระกูลฉัน! เธอปลอมตัวไปใช้ชีวิตธรรมดาเพราะอยากพิสูจน์รักแท้กับไอ้กระจอกอย่างแก! คฤหาสน์หลังนี้ รถซูเปอร์คาร์ที่แกขับ หรือแม้แต่ ‘บริษัท’ ที่แกนั่งแท่นเป็นประธานอยู่ แท้จริงแล้วมันคือเงินทุนจากบริษัทแม่ของฉันที่ณลินแอบสั่งให้โอนไปช่วยพยุงบริษัทห่วยๆ ของแกต่างหาก!”
ความจริงที่กระแทกหน้าทำให้ภพและซินดี้ถึงกับช็อกจนพูดไม่ออก โลกทั้งใบของภพพังทลายลงในพริบตา เขากำลังพยายามจะฮุบบ้านที่แท้จริงแล้วเป็นของมหาเศรษฐีระดับโลก!
ฉันลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินอ้อมโต๊ะไปหยุดอยู่ตรงหน้าภพที่กำลังคุกเข่าตัวสั่นเป็นลูกนก ฉันหยิบ ‘เอกสารโอนกรรมสิทธิ์’ ที่เขาโยนใส่หน้าฉันขึ้นมา แล้วฉีกมันทิ้งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย โปรยเศษกระดาษลงบนหัวของเขาราวกับโปรยทานให้คนตาย
“การที่แกเอาเอกสารปลอมแปลงลายเซ็นเจ้าของบ้านมาบังคับขู่เข็ญฉันแบบนี้ มันเข้าข่ายฉ้อโกงและกรรโชกทรัพย์นะภพ” ฉันก้มลงกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “คุณลุงคะ รบกวนจัดการ ‘ขยะ’ ให้ณลินทีค่ะ”
ปรเมศวร์พยักหน้า บอดี้การ์ดนับสิบคนกรูเข้ามาในห้องนั่งเล่นทันที
“ฉันได้สั่งถอนทุนทั้งหมดออกจากบริษัทแกแล้วไอ้ภพ พรุ่งนี้เช้าบริษัทแกจะถูกฟ้องล้มละลาย และตำรวจกำลังเดินทางมาที่นี่เพื่อจับกุมแกข้อหาปลอมแปลงเอกสารและฉ้อโกงทรัพย์สินของคอร์ปอเรชั่นฉัน แกเตรียมตัวไปเน่าตายในคุกได้เลย”
“ไม่นะ! ณลิน! ผมขอโทษ! ผมมันโง่เอง ผมโดนนังซินดี้มันหลอก! ให้โอกาสผมเถอะนะณลิน เราเป็นผัวเมียกันนะ!” ภพคลานเข้ามากอดขาฉัน ร้องไห้ฟูมฟายอย่างน่าสมเพช หมดสิ้นคราบของเศรษฐีผู้เย่อหยิ่งเมื่อยี่สิบนาทีก่อน
“ปล่อยฉันไอ้ภพ! แกมันคนจน! แกมันไอ้ขี้แพ้!” ซินดี้ที่เห็นว่าภพหมดตัวแล้ว ก็หันมาทุบตีภพอย่างบ้าคลั่ง “แกหลอกฉัน! แกบอกว่าแกเป็นเจ้าของบ้าน!”
“มึงนั่นแหละอีแพศยา! มึงทำลายชีวิตกู!” ภพหันไปบีบคอซินดี้ ทั้งสองคนกัดกันดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นหินอ่อนราวกับสุนัขจรจัดที่แย่งเศษอาหารกัน
กฤตมองภาพนั้นด้วยความขยะแขยง ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้ฉันและคุณลุงปรเมศวร์ “ขอบคุณคุณณลินและท่านปรเมศวร์มากครับ ที่ให้ความร่วมมือจับเปิดโปงคนทรยศสองคนนี้ ผมขอตัวกลับก่อน ส่วนนังผู้หญิงสารเลวนั่น… ปล่อยให้มันติดคุกไปพร้อมกับชู้ของมันเถอะครับ” กฤตหันหลังเดินออกจากคฤหาสน์ไปอย่างเด็ดเดี่ยว ทิ้งอดีตภรรยาไว้กับหายนะที่เธอเป็นคนก่อ
ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังก้องไปทั่วริมทะเลสาบ เจ้าหน้าที่บุกเข้ามาลากตัวภพและซินดี้ที่สภาพสะบักสะบอมเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนออกไปจากคฤหาสน์ เสียงกรีดร้องโหยหวนและคำด่าทอที่ทั้งสองคนสาดใส่กันดังไกลออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเงียบหายไป
ฉันเดินกลับไปนั่งที่โซฟาตัวเดิม ยกถ้วยชาเอิร์ลเกรย์ที่ยังอุ่นๆ ขึ้นมาจิบเบาๆ ทอดสายตามองผ่านกระจกบานใหญ่ออกไปยังผืนน้ำทะเลสาบที่ทอประกายระยิบระยับใต้แสงแดดยามเย็น
ยี่สิบนาทีที่ภพให้ฉันเก็บของ… กลับกลายเป็นยี่สิบนาทีที่เปลี่ยนชีวิตของพวกมันให้ตกลงสู่ขุมนรกตลอดกาล คฤหาสน์หลังนี้กลับมาเงียบสงบและงดงามอีกครั้ง เมื่อเศษขยะถูกกวาดออกไปจนหมดสิ้น.



